ยื่นหนังสือเรียกร้อง ผบ.ตร. ถอนคำสั่งขอเพิกถอนประกันตัวไผ่ ดาวดิน เพื่อไปรับรางวัลกวางจู

พ่อไผ่ ดาวดิน เรียกร้อง ผบ.ตร.  ถอนคำสั่งขอถอนประกันตัวลูกชาย ชี้ขัด รธน. 60 ด้านนักวิชาการหวังไผ่ ได้รับสิทธิประกันตัวทันเวลา เพื่อไปรับรางวัลสิทธิมนุษยชนแห่งกวางจู ที่เกาหลีใต้วันที่ 18 พ.ค. นี้

5 พ.ค. 2560 เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสต์ เดินทางมาในฐานะตัวแทนของวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดาของจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ดาวดิน” ผู้ต้องหาตามความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ จากการแชร์บทความพระราชปะวัติรัชกาลที่ 10 จากเว็บไซต์ BBC Thai ซึ่งมีผู้แชร์ราว 2,800 คน แต่มีเขาถูกดำเนินคดีเพียงคนเดียว

ชลิตา ได้เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยขอให้ถอนคำร้องขอเพิกถอนสัญญาประกันตัวจตุภัทร์ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. อันเป็นเหตุให้ศาลจังหวัดขอนแก่น มีคำสั่งให้เพิกถอนสัญญาประกันตัวผู้ต้องหาตามคำร้องของพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2559 ซึ่งส่งผลให้จตุภัทร์ ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำจนถึงปัจจุบัน โดยที่ยังไม่ได้มีการพิพากษาคดี

โดยหนังสือระบุถึงเหตุผลหลักการว่า คำร้องของพนักงานสอบสวนดังกล่าว อ้างเหตุผลว่า จตุภัทร์ เย้ยหยันอำนาจรัฐจากการโพสต์แสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับประกันที่มีจำนวนสูง ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังแย่ เป็นเหตุผลที่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2560 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งได้ให้ความคุ้มครองสิทธิในการแสดงความคิดเห็นอันเป็นสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ตามมาตรา 34 ของรัฐธรรมนูญ

“การแสดงความคิดเห็นของผู้ต้องหาที่พนักงานสอบสวนอ้างว่ามีลักษณะเป็นการเยาะเย้ยเจ้าพนักงานนั้น ไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ไม่ชอบธรรมที่จะนำมาเป็นข้ออ้างขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาประกันตัวผู้ต้องหา” หนังสือระบุ

ขณะที่วิบูลย์หวังว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่นี้ สิทธิดังกล่าวจะได้รับความคุ้มครอง และหาก ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้ถอนคำร้องของพนักงานสอบสวน กรณีของเพิกถอนสัญญาประกันตัว จตุภัทรก็จะได้คืนมาซึ่งสิทธิในการประกันตัว ซึ่งศาลขอนแก่นได้ให้ไว้ตั้งแต่วัน 4 ธ.ค. 2559

ด้านชลิตา กล่าวว่า มีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคำขอนี้จะได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ซึ่งจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับฝ่ายที่จะกลับมายืนบนหลักนิติธรรม ภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมทั้งให้ข้อมูลเสริมด้วยว่า ในวันที่ 18 พ.ค. นี้ จตุภัทร์ ได้รับเชิญให้ไปรับรางวัลสิทธิมนุษยชนแห่งกวางจู (Gwang Ju Prize for Human Rights) ที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่และมีบุคคลสำคัญของโลกที่เคยได้รับรางวัลดังกล่าวเช่น อองซาน ซูจี ประธานพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของพม่า หรือ ซานานา กัสเมา อดีตประธานธิบดีของติมอร์ตะวันออก ซึ่งจตุภัทร์ เป็นบุคคลที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัลนี้ หากจตุภัทร์ไก้มีโอกาสเดินทางไปรับรางวัลนี้ด้วยตนเองก็จะเป็นภาพลักษณ์ในด้านบวกต่อการพัฒนาสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย