กดไลก์เฟซบุ๊ก ถูกตีความว่า 'รับรองข้อมูลนั้นให้ได้รับความเชื่อถือมากขึ้น' ตร.ยังถูกเรียกสอบ

ส.ต.อ. ถูกหมายเรียกเป็นพยานในคดี หลังกดไลก์ โพสต์ที่ถูกฟ้องหมิ่นประมาท หมายเรียกระบุ "พบว่าท่านได้ กดไลก์(ถูกใจ) เพื่อเเสดงความเห็นว่าชอบกับข้อความดังกล่าวอันเป็นการรับรองว่าข้อมูลนั้นได้รับความเชื่อถือมากขึ้น"

ภาพจาก สปริงนิวส์ 

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา เดลินิวส์ รายงานว่า ได้รับการเปิดเผยจาก ส.ต.อ.สังกัดโรงพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ชุมพรว่า ตนมีหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาจากโรงพักแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี  กรณีไปกดไลก์ข้อความในเฟซบุ๊ก ในหมายเรียกระบุว่า จากการตารวจสอบพบว่าท่านได้กด  LIKE (ถูกใจ) เพื่อแสดงความเห็นว่าชอบกับข้อความดังกล่าวอันเป็นการรับรองว่าข้อมูลนั้นได้รับความเชื่อถือมากขึ้น...ซึ่งเป็นการหมิ่นประมาทนายตำรวจระดับสูงท่านหนึ่ง ทั้งนี้สืบเนื่องจากในเฟซบุ๊กกลุ่มฯมีการแสดงความเห็นเกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่  ปรากฏว่ามีตำรวจยศ ร.ต.อ.ไปวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของนายตำรวจระดับ พล.ต.ต. ทำให้ฝ่าย พล.ต.ต.เกิดความไม่พอใจ แจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย จู่ ๆ เฟซบุ๊กตนไปกดไลก์ในข้อความ และภาพที่กำลังมีปัญหาดังกล่าว 

เดลินิวส์ รายงานความเห็นของ ส.ต.อ. คนดังกล่าวด้วยว่า ส.ต.อ.กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าไม่ชอบเล่นเฟซบุ๊ก แต่สมัครไว้เพื่อรับทราบข่าวสารต่าง ๆ ให้ทันต่อเหตุการณ์ โดยจะเปิดคอมพิวเตอร์ที่บ้านพัก และเข้ารหัสเอาไว้กับเครื่อง ดังนั้นช่วงที่ตนไม่อยู่บ้านจะมีลูกอายุประมาณ 10 ขวบ เข้าไปเล่นคอมพ์ เด็กอาจไปกดไลก์เล่นตามประสา ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้อ่านข้อความแต่อย่างใดเหมือนกับไปสนับสนุนข้อความดังกล่าว ทำให้ฝ่าย พล.ต.ต.มองว่าตนไปสนับสนุนเห็นดีเห็นชอบกับฝ่าย ร.ต.อ. คู่กรณี ทั้งที่จริงแล้วตนไม่เคยรู้จัก หรือไปรู้เรื่องข้อพิพาทระหว่าง 2 นายตำรวจแต่อย่างใด แม้จะเข้าไปหารายละเอียดข้อพิพาทดังกล่าวก็ไม่พบ แต่ก็คงต้องเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมาย และจะเดินทางไปกราบขอโทษ พล.ต.ต.ด้วย เนื่องจากไม่ได้มีเจตนาไปสนับสนุนให้ฝ่ายใดให้เกิดความเสียหาย

ทั้งนี้ สปริงนิวส์ เปิดเผยรายละเอียดคดีดังกล่าวพร้อมเปิดเผยชื่อคูกรณี ว่า หมายเรียกออกเมื่อวันที่ 4 พ.ค. เป็นการดำเนินคดีอาญาระหว่าง พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ผู้กล่าวหากับ ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจนทศวรรษ ผู้ต้องหา โดยหมายเรียกนี้ สภ.เมือง จ.ชลบุรีได้เรียก ส.ต.อ.จักรพงษ์ วงษ์วิจิตร ให้มาพบพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.ชลบุรี วันที่ 16 พ.ค. 2560 เวลา 10.00 น. โดยพนักงานสอบสวนได้มีหมายเรียก ส.ต.อ.จักรพงษ์ มาเป็นพยานในคดีดังกล่าว

โดยหมายเรียกพยานดังกล่าวระบุว่า "ร.ต.อ.วัชรินทร์ได้พูดบันทึกเสียงเเละภาพเผยเเพร่ทางเฟซบุ๊กพูดใส่ความหมิ่นประมาทผู้กล่าวหาให้ได้รับความเสียหายเเล้วจากการตรวจสอบพบว่าท่านได้ กดไลก์(ถูกใจ) เพื่อเเสดงความเห็นว่าชอบกับข้อความดังกล่าวอันเป็นการรับรองว่าข้อมูลนั้นได้รับความเชื่อถือมากขึ้น"

สปริงนิวส์ รายงานด้วยว่า พ.ต.ต.สำเริง แนวอินทร์ พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.ชลบุรีกล่าวกับสปริงนิวส์ว่า "เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารจริง โดยพนักงานสอบสวนได้มีหมายเรียก ส.ต.อ.จักรพงษ์ มาเป็นพยานในคดีดังกล่าว"

รองโฆษก ตร. แจงหมายเรียก 'ส.ต.อ.' ฐานะพยาน

ล่าสุดวันนี้ (11 พ.ค.60) มติชนออนไลน์ รายงานว่า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ในเรื่องนี้จริงๆ แล้วเป็นกรณีพิพาทกันระหว่างตำรวจ2นาย ในคดีหมิ่นประมาทฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ขอชี้แจงความสับสนที่เกิดขึ้นว่าหมายเรียกที่ออกมาเป็นหมายเรียกให้ไปพบ เพื่อให้ถ้อยคำเพิ่มเติมในสำนวนในฐานะพยานเท่านั้น แต่กลายเป็นประเด็นลือกันว่าการกดไลค์จะเป็นความผิดนั้นไม่ใช่ ไม่เป็นความจริง แต่เป็นการเรียกไปพบเพื่อให้ข้อมูลในฐานะพยานเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการกดไลค์แล้วถูกหมายเรียก

“ยกตัวอย่างเช่น คดีนี้เกิดเขึ้นระหว่าง นาย ก. กับ ข. และมีหมายเรียกให้ ค. ไปให้ถ้อยคำในสำนวนคดีของ นาย ก. และ ข. แค่นั้นเอง โดยไม่ได้ไปกล่าวว่านาย ค.ไปกดไลค์เป็นความผิดไม่ใช่แบบนั้น ถ้าดูในหมายเรียกเป็นหมายเรียกคือพยาน เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อเอกสารหลุดไปเป็นเรื่องปกติ เป็นการเรียกมาให้ถ้อยคำเท่านั้นเอง” รองโฆษกตร.กล่าว