มุน แจอิน-ขอเป็นผู้นำเกาหลีใต้ที่เกษียณแล้วจะอยู่บ้านแบบคนธรรมดา-เพื่อนบ้านต้อนรับ

หลังทราบผลเลือกตั้ง 'มุน แจอิน' สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้และเริ่มงานทันที โดยเขาซึ่งเชื่อมันแนวทางแก้วิกฤตนิวเคลียร์เกาหลีเหนือผ่านการเจรจา ได้ตั้ง ผอ.สำนักข่าวกรองคนใหม่ ทั้งยังให้คำมั่นว่าว่าจะสานสัมพันธ์กับพันธมิตรสำคัญคือสหรัฐฯ ทั้งนี้ในสุนทรพจน์รับตำแน่งเขาตั้งเป้าทำให้รัฐบาลโปร่งใสมากขึ้น และจะเป็นผู้นำที่เมื่อลงจากตำแหน่งไปแล้วสามารถกลับไปอยู่บ้านแบบคนธรรมดาและเพื่อนบ้านต้อนรับ

มุน แจอิน ระหว่างพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่รัฐสภา ก่อนเดินทางไปทำงานที่ทำเนียบชองวาแด ในกรุงโซล (ที่มา: Facebook/KoreaClickers)

หลังจากที่เกาหลีใต้ได้ประธานาธิบดีคนใหม่คือ มุน แจอิน ผู้นำพรรคประชาธิปไตยเกาหลี อดีตนักกิจกรรมนักศึกษา อดีตทนายความด้านสิทธิมนุษยชน และอดีตหัวหน้าคณะทำงานสมัยประธานาธิบดียุครัฐบาลเสรีนิยม เขาเพิ่งกล่าวสุนทรพจน์รับตำแหน่งหลังชนะการเลือกตั้งไปไม่นานนี้ สื่ออย่างนิวยอร์กไทม์ก็ชวนมองว่ามุนแจอินมีนโยบายอย่างไรเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ

ในวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา มุน แจอินประกาศหลังชนะการเลือกตั้งว่าเขาจะมีบทบาทมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาวิกฤตนิวเคลียร์เกาหลีเหนือด้วยการเจรจามากกว่า โดยบอกว่าเขาอยากพบปะกับ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือถ้าสถานการณ์อำนวย

ขณะเดียวกัน มุน แจอิน ก็ให้คำมั่นว่าเขาจะสานสัมพันธ์กับพันธมิตรสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา อย่างหนักแน่นขึ้น โดยเปิดเผยว่าอยากเลื่อนประชุมประจำปีกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้เร็วขึ้น โดยที่รัฐบาลทรัมป์แสดงท่าทีทางการทหารและการทูตต่อเกาหลีเนือในแบบที่ทั้งสร้างความฮือฮาและความสับสนแก่ชาวเกาหลีใต้ โดยที่ทรัมป์ต่อสายคุยกั บมุน แจอิน ทันทีหลังจากพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งโดยตกลงเรื่องการดำเนินความสัมพันธ์ที่ดีในแบบพันธมิตรต่อไป และร่วมกันจัดการกับปัญหานิวเคลียร์เกาหลีเหนือ

มุน แจอิน กล่าวว่าการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ เป็นพื้นฐานเรื่องการทูตและความมั่นคงของเกาหลีใต้ และมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อมีเหตุความไม่แน่นอนแถบคาบสมุทรเกาหลี

ก่อนหน้านี้เคยมีความกังวลกันว่าท่าทีแบบเสรีนิยมรัฐบาลใหม่เกาหลีใต้ที่จะเน้นความสัมพันธ์ทางการทูตและทางเศรษฐกิจกับเกาหลีเหนือนั้นจะทำให้เกิดความบาดหมางกับสหรัฐฯ หรือไม่ ซึ่งคำกล่าวเกี่ยวกับประเทศพันธมิตรของ มุน แจอิน ดูจะลดความกลัวนี้ลงไปในขณะเดียวกันเขาก็อกว่า "จะทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้เกิดสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี"

มุน แจอิน เคยเป็นหัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดี โน มูฮยอน มาก่อน โดยที่ทั้งสองยังเป็นเพื่อนกันและเป็นคนทีมีแนวทางอุดมการณ์แบบเดียวกันด้วย มีคนประเมินว่ามุนแจอินอาจจะดำเนินนโยบายกับเกาหลีเหนือเน้นการหารือ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและด้านมนุษยธรรม แบบที่เรียกว่า "นโยบายอาทิตย์ฉายแสง" (sunshine policy)

นโยบายดังกล่าวจะเน้นสร้างความเชื่อใจกับเกาหลีเหนือเพื่อเจรจาให้พวกเขาเลิกโครงการพัฒนาขีปนาวุธและโครงการนิวเคลียร์ แต่ในช่วงที่เกาหลีใต้ได้ผู้นำฝ่ายอนุรักษ์นิยมนโยบายนี้ก็ถูกปล่อยให้ว่างเว้นไป ขณะที่สหรัฐฯ ก็พยายามโดดเดี่ยวเกาหลีเหนือด้วยการคว่ำบาตรและกดดัน แต่เกาหลีเหนือก็ยังคงพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป ซึ่งฝ่ายเสรีนิยมในเกาหลีใต้เชื่อว่าวิธีการคว่ำบาตรใช้ไม่ได้ผลกับเกาหลีเหนือ

มุน แจอิน ระหว่างพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ก่อนเดินทางไปทำงานที่ทำเนียบชองวาแด ในกรุงโซล เกาหลีใต้ (ที่มา: Facebook/KoreaClickers)

นิวยอร์กไทม์รายงานอีกว่าขณะเดียวกัน มุน แจอิน ก็ส่งสัญญาณในเชิงพยายามรักษาสมดุลทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ กับจีนเอาไว้ เนื่องจากเป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดสำหรับพวกเขา รวมถึงมีเรื่องที่เมื่อไม่นานมานี้สหรัฐฯ เพิ่งติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD

ในเรื่องของการที่สหรัฐฯ เข้ามาติดตั้ง THAAD นั้นก็ทำให้จีนไม่พอใจจนถึงขั้นมีการบอยคอตต์สินค้าจากเกาหลีใต้ แต่ชาวเกาหลีใต้จำนวนมากก็ไม่ใส่ใจจีนโดยมองว่ามันเป็นราคาที่ต้องจ่ายให้กับการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ แต่ชาวเกาหลีใต้บงส่วนก็มีปัญหากับสหรัฐอเมริกาเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกให้เกาหลีใต้ต้องจ่ายเงินค่า THAAD เองต่างจากข้อตกลงเดิมที่เคยมี  เรื่องความขัดแย้งนี้มุนแจอินให้คำมั่นว่าจะมีการ "เจรจาต่อรองอย่างจริงใจกับสหรัฐฯ และจีนในการแก้ปัญหา THAAD"

ในวันแรกหลังสาบานตนรับตำแหน่ง มุน แจอิน ก็เข้าทำงานทันทีโดยไม่มีการเว้นช่วง 2 เดือนตามธรรมเนียมการเมืองเกาหลีใต้ เขาจัดตั้งรัฐบาลอย่างรวดเร็วโดยแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและแต่งตั้ง ซูฮุน เป็นผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ โดยที่ ซูฮุน เคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองที่เคยเฝ้าระวังเกาหลีเหนือและเคยร่วมการเจรจาสองชาติเกาหลีในปี 2545 และปี 2550 โดยที่ มุน แจอิน คาดหวังว่าซูฮุนจะแก้วิกฤตินิวเคลียร์เกาหลีได้

นอกจากประเด็นความมั่นคงและการทูตกับเกาหลีเหนือที่ดูก้าวหน้ามากขึ้นแล้ว มุน แจอิน ยังกล่าวในสุนทรพจน์สาบานตนเข้ารับตำแหน่งว่าเขาจะทำให้รัฐบาลมีความโปร่งใสมากขึ้นหลังจากรัฐบาลก่อนหน้านี้ของเกาหลีใต้มีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับกรณีทุจริตคอร์รัปชัน โดยมุนแจอินบอกว่าเขาจะพยายามขจัดการทุจริตที่รัฐบาลเกาหลีใต้และกลุ่มธุรกิจมีสายสัมพันธ์กัน

"ผมจะเป็นประธานาธิบดีแบบที่สามารถเกษียณกลับไปอยู่ที่บ้านกลายเป็นคนธรรมดาได้และได้รับการต้อนรับจากเพื่อนบ้าน" มุน แจอินกล่าว

เรียบเรียงจาก

South Korea’s New President, Moon Jae-in, Promises New Approach to North, New York Times, 10-05-2017