7 ปี 'บุญทิ้ง' อาสากู้ชีพถูกยิงเสียชีวิตช่วงสลายแดง ญาติเผยคดีไม่คืบ ไม่มีใครกล้าเป็นพยาน

ครบรอบ 7 ปี 'บุญทิ้ง ปานศิลา' อาสาสมัครกู้ชีพวชิรพยาบาล ถูกยิงเสียชีวิต ช่วงสลายการชุมนุม นปช. โดย ศอฉ. ญาติเผยคดีไม่คืบ ไม่มีใครกล้าเป็นพยาน

14 พ.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหัวค่ำวันนี้เมื่อ 7 ปีที่แล้ว บริเวณถนนราชปรารภ หน้าร้านไพศาลเอนเจอเนียริ่ง ในช่วงที่มีการสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. โดย ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) 'บุญทิ้ง ปานศิลา' อาสาสมัครกู้ชีพวชิรพยาบาล วัย 25 ปี ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณนั้น ขณะที่เขาถูกยิงเขาสวมชุดสีขาวของวชิรพยาบาล นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณนั้น ก่อนที่ กิตติพันธ์ ขันทอง ชายหนุ่ม วัยไล่เลี่ยกันอีกคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าช่วยเหลือ และถูกยิงเสียชีวิตในเวลาต่อมาเช่นกัน

ภาพของ 'ด.ช.ฟีโน่' ลูกชาย 'บุญทิ้ง ปานศิลา' อาสาสมัครกู้ชีพวชิรพยาบาล ขณะที่บุญทิ้งถูกยิงเสียชีวิตฟีโน่มีอายุเพียง 9 เดือน (ภาพนี้ถ่ายเมื่อ 21 เม.ย.57 : ที่มา แฟ้มภาพประชาไท)

ญาติของบุญทิ้งเล่าว่า บุญทิ้งมีพื้นฐานนิสัยชอบบริการสังคม ชอบช่วยเหลือคนในทุกเรื่องที่เขาทำได้ ที่ผ่านมาเขาเคยเข้าไปบริการช่วยเหลือผู้ชุมนุมทางการเมืองทุกสีเสื้อ

ในการทำงานกู้ชีพ เขาเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วด้วยมอเตอร์ไซค์คู่ใจเข้าช่วยเหลือผู้คนในเหตุฉุกเฉินต่างๆ รวมถึงวันที่ 14 พ.ค.2553 ด้วย

ญาติเผยคดีไม่คืบ ไม่มีใครกล้าเป็นพยาน

ผู้สื่อข่าวสอบถาม อรพิน สติปัญญา อายุ 50 ปี ผู้เป็นแม่ยายและแม่บุญธรรมของบุญทิ้ง เกี่ยวกับคดีของบุญทิ้ง อรพิน กล่าวว่า ไม่มีใครเป็นพยานในที่เกิดเหตุ คดีถูกนำไปพ่วงรวมกับคนที่เสียชีวิตในจุดเดียวกัน ตนเคยไปให้ข้อมูลที่ศาลเพียงครั้งเดียวเพื่อยืนยันว่าเป็นญาติ ขณะนี้คดีไม่มีความคืบหน้า

อรพิน เล่าว่า เวลาที่ครอบครัวไปรำลึกจุดที่บุญทิ้งถูกยิง คนบริเวณนั้นมักมาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เมื่อตนร้องขอให้ไปเป็นพยานให้ในศาล ก็ถูกปฏิเสธ

ซ้ายมือ อรพิน สติปัญญา อายุ 50 ปี ผู้เป็นแม่ยายและแม่บุญธรรมของบุญทิ้ง (ภาพนี้ถ่ายเมื่อ 21 เม.ย.57 : ทีมา แฟ้มภาพประชาไท)

อรพิน กล่าวเพิ่มเติมว่า เช้าวันที่ 15 พ.ค.53 หลังวันเกิดเหตุ ตนเข้าไปเอารถมอเตอร์ไซค์คู่ใจของบุญทิ้งที่ถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ ตำรวจก็ประกาศให้พื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ใช้กระสุนจริง

7 ปีที่ไม่มีบุญทิ้ง อรพิน กล่าวว่า กระทบกับครอบครัว เนื่องจากเขามีลูก ตอนนี้ก็ 8 ขวบแล้ว ปี 2 ซึ่งบุญทิ้งจากลูกไปตั้งแต่ลูกอายุเพียง 9 เดือน มันก็ทำให้ลูกเขาขาดพ่อ จึงเป็นภาระของตนด้วย เนื่องจากแม่หรือภรรยาของบุญทิ้งต้องทำงานประจำ ตนจึงรับหน้าที่พาไปเรียน เช่น วันนี้ก็พาไปเรียนฟุตบอล ถ้ามีพ่อ ชีวิตเขาก็จะต่างกันไป พ่อก็จะพาไปส่ง

สำหรับบุญทิ้งนั้น อรพิน กล่าวว่า เขาไม่มีแม่และพ่อ เพราะถูกทิ้งตั้งแต่เขายังเด็กๆ และมาอยู่กับครอบครัวของตนจนเป็นลูกเขยเรา จึงเหมือนคนในครอบครัว เป็นลูกตนแท้ๆ เลย

สำหรับ บุญทิ้ง ถูกยิงช่วงหัวค่ำของวันที่ 14 พ.ค.53 บริเวณถนนราชปรารภ หน้าร้านไพศาลเอนเจอเนียริ่ง (ถัดจากปั้มเชลล์ไปทางแนวทหารประมาณ 10 เมตร (ดูจาก Google map ที่ http://goo.gl/VoDJvs)

ขณะที่บุญทิ้งถูกยิงเขาสวมชุดสีขาวของวชิรพยาบาล (ในภาพ ชุดที่ฟีโน่เอาเสื้อพ่อมาใส่นั้นเป็นการตัดเย็บขึ้นใหม่ เนื่องจากชุดเดิมเต็มไปด้วยคราบเลือด) เขานอนจมกองเลือดอยู่บริเวณนั้น ก่อนที่กิตติพันธ์ ขันทอง ชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันอีกคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าช่วยเหลือ และถูกยิงเสียชีวิตในเวลาต่อมาเช่นกัน

หลังเกิดเหตุ วันที่ 15 พ.ค.53 พ.ญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่า กทม. ออกมาบอกว่า "เหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ยกมือขึ้นเพื่อบอกทหารว่าจะเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แต่ระหว่างนั้นมีคนวิ่งเข้าออกบริเวณดังกล่าว จึงเกิดความเข้าใจผิดขึ้น" (ดู ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 พ.ญ.มาลินีแจงยิงอาสาฯดับเหตุเข้าใจผิด)

ครอบครัว 'บุญทิ้ง-กิตติพันธ์' รำลึก 7 ปี 

หลายปีที่ผ่านมาครอบครัวของบุญทิ้งและกิตติพันธ์มักไปรำลึกในจุดเกิดเหตุร่วมกัน และยังมีเจ้าหน้าที่กู้ชีพของวชิรพยาบาลที่มาร่วมรำลึกด้วยทุกปี และเช่นเดียวกับทุกปี ช่วงค่ำวันนี้ทั้ง 2 ครอบครัว ได้ไปจุดเทียน วางดอกไม้รำลึกบริเวณจุดเกิดเหตุด้วย โดยครอบครัวของกิตติพันธ์  มาก่อนในช่วงหัวค่ำ จากนั้นช่วงประมาณ 20.00 น. อรพิน ได้เดินทางมารำลึก การเสียชีวิตของบุญทิ้ง เพียงลำพัง

อรพิน แม่ยายของบุญทิ้ง ได้เดินทางมารำลึก การเสียชีวิตของบุญทิ้ง เพียงลำพัง

ภาพครอบครัวกิตติพันธ์ พร้อมด้วย ญาติผู้เสียชีวิตช่วงเดือน พ.ค.53 รวมจุดเทียนและวางดอกไม้ (ภาพจาก Banrasdr Photo)

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วานนี้ (13 พ.ค.60) อานนท์ นำภา ได้โพสต์วิดีโอคลิปถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กรำลึกการเสียชีวิตของ 'ชาติชาย ชาเหลา' บริเวณถนนพระราม 4 

สำหรับชาติชาย เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.55 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้อ่านคำสั่งชันสูตรพลิกศพ การเสียชีวิตของเขา โดยสั่งว่า ผู้ตายคือนายชาติชาย ชาเหลา ถึงแก่ความตายที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  ถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 53 เวลา 23.37 น. โดยเหตุและพฤติการณ์การตาย สืบเนื่องมาจากการถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด ขนาด .223 (5.56 ม.ม.) เป็นเหตุให้สมองฉีกขาดร่วมกับกะโหลกศีรษะแตกอย่างมาก ซึ่งวิถีกระสุนปืนมาจากแนวด่านตรวจแข็งแรงของเจ้าพนักงาน ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบ ถ.พระราม 4 โดยยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ (อ่านรายละเอียดคำสั่งศาล)

คลิปที่เกี่ยวข้อง : 

VDO clip ที่ majoranticoup ถ่ายไว้ได้(ฝั่งตรงข้ามถนน)
http://www.youtube.com/watch?v=D3uAr7ItJxk
http://www.youtube.com/watch?v=1qImcWPb0fg
http://www.youtube.com/watch?v=4whFTFmnk1w