ขนส่งสั่งห้ามแท็กซี่ล้อมรถต้องสงสัยเป็น UBER

กรมการขนส่งทางบกเดินหน้าแก้ปัญหาการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลรับจ้างผิดกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือผู้ขับรถแท็กซี่ให้บริการอย่างมีคุณภาพ หากพบรถต้องสงสัยเป็น UBER หรือ Grab car ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ฝ่าฝืนลงโทษทั้งผู้ขับและผู้ประกอบการ
 
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2560 สำนักข่าวไทย รายงานว่านายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงเหตุการณ์กลุ่มคนขับแท็กซี่ทำการรุมล้อมรถยนต์คันหนึ่งที่เชื่อว่าเป็น UBER หรือ Grab Car ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบตามแนวทางปกติและเป็นไปตามมาตรการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยทั่วไปตามหลักสากล เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า รถคันดังกล่าวไม่ได้นำมาใช้บริการลักษณะรับจ้าง จึงแจ้งวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ พร้อมกล่าวขอโทษผู้ขับรถและผู้โดยสารด้วยความสุภาพ 
 
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมาได้หารือร่วมกันระหว่างสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ การท่าอากาศยานเชียงใหม่ ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมผู้ประกอบการรถเเท็กซี่ รถบริการสนามบิน รถตู้ปรับอากาศประจำทาง โดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถสาธารณะงดเว้นพฤติกรรมรุมล้อมรถที่ต้องสงสัยว่าเป็นรถ UBER หรือ Grab car หากพบรถยนต์ที่สงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการตรวจสอบจับกุมและลงโทษผู้ขับรถตามข้อหาความผิดอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ หากตรวจพบพฤติกรรมรุมล้อมรถอีกสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่จะพิจารณาลงโทษทั้งผู้ขับรถและผู้ประกอบการอย่างเข้มงวดเช่นกัน
 
สำหรับผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น กรมการขนส่งทางบกยืนยันว่าสามารถกระทำได้แต่ต้องเป็นการเรียกรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น และพร้อมให้การสนับสนุนเพื่อเพิ่มทางเลือกและประโยชน์สูงสุดของประชาชน ส่วนผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับ เช่น UBER หรือ Grab Car กระทรวงคมนาคมแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณากำหนดแนวทางนำแอพพลิเคชั่นมาใช้กับระบบการขนส่ง ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการจัดจ้างที่ปรึกษา เพื่อทำการศึกษารูปแบบ แนวทางการแก้ไขปัญหากรณีการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการในรูปแบบรถแท็กซี่ผ่านการให้บริการโดยแอพพลิเคชั่น 
 
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า กรมการขนส่งทางบกดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลยกระดับคุณภาพการให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยจัดทำโครงการ TAXI OK  และ TAXI VIP เป็นการยกระดับการให้บริการแท็กซี่ปัจจุบัน โดยการติดตั้ง GPS Tracking และอุปกรณ์ส่วนควบอื่น ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการเลือกใช้บริการรถแท็กซี่ในระบบ โดยเสนอแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับรถแท็กซี่ทั้ง 2 ฉบับ ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2559 และอยู่ขั้นตอนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาส่งเรื่องให้กรมการขนส่งทางบกพิจารณายืนยันก่อนส่งให้กระทรวงคมนาคมลงนามและประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ภายในเดือนมิถุนายน 2560 คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนตุลาคมนี้