จตุพรแนะอย่าปฏิรูปแต่ตำรวจต้องทหารด้วย 'โฆษก ทบ.' สวนกองทัพปฏิรูปตนเองตลอด

'จตุพร' ชี้อย่าปฏิรูปเฉพาะตำรวจเพียงหน่วยงานเดียว เมื่อให้ทหารเป็นหัวแถว ก็ต้องปฏิรูปด้วย 'โฆษก ทบ.-พล.อ.สรรเสริญ' สวนทุกวันนี้กองทัพก็มีการปฏิรูปตัวเองอยู่แล้ว

แฟ้มภาพ

10 ก.ค.2560 วันนี้ (10 ก.ค.60) จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์แฟนเพจในหัวข้อเรื่องอย่าปฏิรูปเฉพาะตำรวจเพียงหน่วยงานเดียว เมื่อให้ทหารเป็นหัวแถว การปฏิรูปตำรวจก็ควรจะให้ตำรวจเป็นหัวแถวในการปฏิรูปทหารตอนหนึ่ง ว่า ความจริงไม่ใช่เป็นเรื่องของการประชดประชันแต่เป็นเรื่องที่เราต้องยอมรับความเป็นจริง ว่าทุกองค์กรในประเทศไทยเป็นปัญหาไม่ใช่เฉพาะตำรวจเพียงองค์กรเดียว ทหารข้าราชการ พรรคการเมืองหน่วยงานต่างๆ แม้กระทั่งภาคประชาชนเราก็ต้องปฏิรูปกันทั้งนั้น ฉะนั้นเวลานี้สิ่งที่แต่ละฝ่ายพยายามจะพูดกัน ดูเสมือนหนึ่งประเทศไทยนั้นมีปัญหาเฉพาะหน่วยงานเดียวเท่านั้น คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)  ซึ่งตนมองว่า เรื่องคนดี คนไม่ดีมีทุกองค์กร และบางหน่วยงานแตะต้องไม่ได้ 
 
จตุพร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันตำรวจก็อยู่ภายใต้การควบคุมของทหารอยู่แล้ว ซึ่งในแต่ละส่วนงานก็มีทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง ในแต่ละพื้นที่ในทางปฏิบัติกันอยู่แล้ว แต่ถ้าหากจะแก้ไขการปฏิรูปตำรวจในทุกมิตินั้น สิ่งหนึ่งที่คนไทยอยากจะเห็นนั้นก็คือว่าเราจะได้หน่วยงานที่มีธรรมาภิบาลที่ดีและถูกต้อง แต่ตำรวจได้รับการปฏิรูปเพียงองค์กรเดียวก็ไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงอะไร ทหารเองควรเปิดกว้างเช่นเดียวกัน เมื่อกล้าที่จะปฏิรูปตำรวจก็ควรจัดจะให้มีการปฏิรูปทหารเช่นเดียวกัน เพราะเชื่อว่าทหารก็มีปัญหา ทหารก็มีคนดีและคนไม่ดีเหมือนกับทุกหน่วยงานตนจึงอยากเห็นการปฏิรูปทหาร ปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูปทุกหน่วยงานราชการ

โฆษก ทบ.ยันกองทัพปฏิรูปตนเองตลอด

มติชนออนไลน์ รายงานด้วยว่า พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ที่ผ่านมากองทัพได้ปรับตัวเรื่อยมาตามลำดับ เวลา ในหลายๆ ด้าน ตั้งแต่ภารกิจทางการทหาร และภารกิจทางการทหารที่ไม่ใช่สงคราม โดยเฉพาะบทบาทในการช่วยเหลือและพัฒนาประเทศที่ระยะหลังได้รับสัญญาณค่อนข้างบวก แม้ว่าภารกิจของทหารในภาวะปกติ ไม่ใช่การให้บริการในลักษณะสัมผัสตรงกับประชาชนเหมือนหลายๆ องค์กร แต่ทุกหน่วยงานในสังกัดยังคงมีการสำรวจเพื่อปรับตัวให้งานในแต่ละด้านมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ให้เหมาะสมกับความต้องการในภาพรวมของประเทศ สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและการเวลาที่เปลี่ยนไป
แฟ้มภาพ
 
พ.อ.วินธัยกล่าวต่อว่า สำหรับเสียงเรียกร้องของจตุพรนั้น เราพร้อมรับฟังอย่างมีเหตุมีผล แต่ไม่อยากให้จำกัดอยู่เฉพาะบางกลุ่มบางพวก ที่สังคมส่วนใหญ่มองไปว่าอาจเป็นเรื่องของการเมือง หรือเข้าใจว่าเป็นข้อเรียกร้องจากกลุ่มที่เสียประโยชน์จากการทำหน้าที่ของทหารในช่วงภาวะพิเศษช่วงนี้เท่านั้น
 
“ขอให้มั่นใจ หลายหน่วยงานในสังกัดกองทัพ ยังคงต่อเนื่องที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับประชาชนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเพื่อนำไปสร้างพัฒนาการใหม่ที่จะเป็นประโยชน์ต่อชาติในแต่ละพื้นที่อยู่เสมอ จากข้อมูลที่ได้รับภาพรวมยังไม่พบเรื่องที่น่ากังวลอะไร” โฆษกกองทัพบกกล่าว

สรรเสริญ แจงทุกวันนี้กองทัพก็มีการปฏิรูปตัวเองอยู่แล้ว

เดลินิวส์ รายงานความเห็นของ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วย โดย พล.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ทุกวันนี้กองทัพก็มีการปฏิรูปตัวเองอยู่แล้ว จึงต้องย้อนถามนักการเมืองเช่นกันว่า การที่กองทัพต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองในครั้งนี้ เพราะความไม่สงบเรียบร้อยที่นักการเมืองก่อเอาไว้ ส่งผลให้กองทัพมีความจำเป็นต้องเข้ามาหรือไม่ แต่ถ้าหากบ้านเมืองมีความสงบและเรียบร้อยปกติสุข ไม่ทะเลาะเบาะแว้งฆ่าฟันกันทั้งเมือง ทหารจะเข้ามาทำไม