มติ ก.ต. เอกฉันท์ 'ชีพ จุลมนต์' ขึ้น ปธ.ศาลฎีกาคนที่ 44

คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม มีมติเอกฉันท์  'ชีพ จุลมนต์' ขึ้นประธานศาลฎีกาคนที่ 44 

11 ก.ค. 2560 จากกรณีเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา อนุกรรมการตุลาการประชุมเพื่อพิจารณากลั่นกรองเพื่อเสนอชื่อบุคคลขึ้นเป็นประธานศาลฎีกาคนที่ 44 ซึ่ง อนุ กต.ลงมติเอกฉันท์ รับบัญชี 1 ครั้งที่ 2 ให้ ชีพ จุลมนต์ เป็นประธานศาลฎีกา โดยอนุ กต.จะนำชื่อ ชีพ เสนอให้คณะกรรมการตุลาการพิจารณาแต่งตั้งในวันนี้ (11 ก.ค.60)

ล่าสุด สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่า วันนี้ (11 ก.ค.60) ที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม มีการประชุมวาระพิจารณาเห็นชอบบัญชีรายชื่อที่สำนักงานศาลยุติธรรมเสนอชื่อ ชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกาอาวุโสลำดับสอง ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา คนที่ 44 ซึ่งระหว่างพิจารณาวาระดังกล่าว ชีพ ในฐานะคณะกรรมการตุลาการซึ่งเป็นผู้ที่ถูกเสนอชื่อได้ออกจากห้องประชุม ทำให้ ก.ต.จาก 15 คน เหลือ 14 คน เป็นผู้พิจารณาวาระต่อไป

โดยเมื่อเวลา 14.40 น. มีรายงานว่าที่ประชุม ก.ต.มีมติเอกฉันท์ 14-0 เห็นชอบให้ ชีพ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา คนที่ 44 ต่อไป 

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า วันนี้ (3 ก.ค.60) เวลา 09.30 น. ในการประชุม ก.ต. ครั้งที่ 13/2560 ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการโยกย้ายแต่งตั้ง ศิริชัย วัฒนโยธิน ประธานศาลอุทธรณ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา ในวาระ 1 ต.ค. 2560 ซึ่งคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมประจำชั้นศาลทุกชั้นศาลได้กลั่นกรองเสนอความเห็นเกี่ยวกับการเลื่อนตำแหน่งดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เพื่อประกอบการพิจารณา 

ที่ประชุม ก.ต. เห็นว่า ในการพิจารณาแต่งตั้งผู้บริหารจะต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถในการบริหารงานศาลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหลักอาวุโส ซึ่งเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้งและการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2554 โดยที่ประชุม ก.ต. ได้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางและพิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่เห็นชอบในการแต่งตั้งให้ ศิริชัย วัฒนโยธิน ประธานศาลอุทธรณ์ ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าว แม้จะเป็นผู้ที่มีอาวุโสสูงสุดก็ตาม

สำหรับ ชีพ จุลมนต์ นั้น 'คมชัดลึกออนไลน์' รายงานประวัติด้วยว่า ปัจจุบัน อายุ 63 ปี ซึ่งมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งอีก 2 ปี จนกว่าจะเกษียณราชการในอายุ 65 ปี  ซึ่งจบการศึกษาปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 2  ม.รามคำแหง และปริญญาโทรัฐศาสตร์บัณฑิต จุฬาฯ ซึ่ง ชีพ นับเป็นนิติศาสตร์บัณฑิตจาก ม.รามคำแหง คนแรกที่ได้เข้าดำรงตำแหน่งสูงสุดประมุขตุลาการนี้ 
 
โดยส่วนของการปฏิบัติราชการตำแหน่งผู้พิพากษานั้น ชีพ ก็เป็นองค์คณะพิจารณาคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เช่น ได้เป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน ในองค์คณะ 9 คนของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีโครงการจำนำข้าวที่มีอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตกเป็นจำเลย  

อีกทั้งยังเป็นผู้พิพากษา 1 ใน 9 องค์คณะคดีฮั้วประมูลและปฏิบัติหน้าที่มิชอบระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ที่มี บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ – อดีตนักการเมือง-เอกชน รวม 28 รายเป็นจำเลยด้วย

และเป็นองค์คณะในคดีสลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ปี 2551 ซึ่งมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ที่ ป.ป.ช. ยื่นฟ้องอดีตนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ , บิ๊กจิ๋ว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ , พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น.ตกเป็นจำเลยด้วยอีกสำนวนซึ่งคดีรอฟังผลตัดสินในวันที่ 2 ส.ค.นี้

 

เรียบเรียงจาก ผู้จัดการออนไลน์ คมชัดลึกออนไลน์ และ ไทยพีบีเอส