รองอธิบดีกรมป่าไม้ขอบคุณชาวบางสะพาน นำพื้นที่ป่าคืนให้กับชาติ

หลังร่วมชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง สำรวจและชี้แนวเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองแม่รำพึง พบเอกชนรุกพื้นที่จริง ด้านชาวบ้านพ้อ ใครจะเชื่อ การบุกรุกกระทั่งเพิกถอนที่ดินใช้เวลาเกือบ 20 ปี ยังไปไม่ถึงไหน เมื่อวันที่ 2-3 มีนาคม 55 นายประยุทธ หล่อสุวรรณศิริ รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จัดการที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ และเจ้าพนักงานสอบสวนคดีอาญาที่ 262/2554 กรณีเครือสหวิริยาขัดคำสั่งทางปกครอง ม.25 ของนายอำเภอบางสะพานในฐานะเจ้าพนักงานดูแลป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองแม่รำพึง ที่ออกคำสั่งให้งดกระทำการใดๆ ในพื้นที่ และออกจากป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองแม่รำพึงตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.53 ได้ร่วมกับชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึงเดินสำรวจและชี้แนวเขตป่าสงวนแห่งชาติที่เครือสหวิริยาบุกรุกรวม 798 ไร่ นายประยุทธ กล่าวว่า ที่ทางกรมฯ ลงพื้นที่ในครั้งนี้เนื่องจากตัวแทนชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึงได้ร้องขอให้ลงมาชี้แนวเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองแม่รำพึง เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีที่ทางเจ้าพนักงานสอบสวนอ้างกับชาวบ้านว่ายังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากเหตุดังกล่าว “จากการที่ผมได้ดูพื้นที่จริงก็เห็นได้ชัดว่าที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของป่าสงวนฯ จริง โดยสภาพซึ่งผมยังแปลกใจว่าทำไมถึงมีการออกเอกสารสิทธิกันได้ และต้องขอบคุณชาวบางสะพานที่ช่วยเหลือราชการในการตรวจตราและนำพื้นที่ป่าคืนให้กับชาติ เราก็จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเต็มที่” นายประยุทธ กล่าว นายแช่ม ทองห่อ ชาวบ้านที่ร่วมเดินสำรวจ กล่าวว่า หลักหมุดเดิมโดนขยับหลายที่ ซึ่งตนเองรู้เพราะที่บริเวณนี้พี่ชายเคยมีกรรมสิทธิ์หนังสือรับรองสิทธิทำกิน “สทก.” ที่ทางราชการออกให้ แต่ปัจจุบันได้เป็นกรรมสิทธิของบริษัทสหวิริยาหมดแล้ว ด้านนายวิฑูรย์ บัวโรย ประธานกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่กรมป่าไม้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการเดินสำรวจและชี้แนวเขตในครั้งนี้ แต่หากชาวบ้านไม่เหมารถขึ้นไปเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีการขยับของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมป่าไม้หรือไม่ เพราะเรื่องการบุกรุกกระทั่งเพิกถอนที่ดิน 52 แปลงของแม่รำพึงมันยิ่งว่า มหากาพย์ ที่เมื่อใดชาวบ้านไม่เคลื่อนไหว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เข้าเกียร์ว่างเช่นกัน “ใครจะเชื่อว่า ใช้เวลาในการจัดการเกือบ 20 ปี ยังไปไม่ถึงไหน” ประธานกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึงกล่าว นายวิฑูรย์ กล่าวถึงปัญหาของกระบวนการในช่วงเวลาที่ผ่านมาว่า เขาและชาวบ้านถามนายอำเภอ นายก็ว่าให้ป่าไม้สำนัก 10 ป่าไม้โยนให้ที่ดิน ที่ดินอ้างกลับป่าไม้อีกส่วนพนักงานสอบสวนก็อ้างการชี้แนวเขต อ้างกันมาปีกว่า สำนวนยังไม่เสร็จ “หลังจากวันนี้ผมหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนายอำเภอบางสะพานคนใหม่ ในฐานะเจ้าพนักงานผู้ควบคุมดูแลป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองแม่รำพึง คงต้องเร่งดำเนินการเรื่องนี้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรมเสียที” นายวิฑูรย์ ตั้งความหวัง ทั้งนี้ หลังจากเดินสำรวจในช่วงเย็นชาวบ้านและนายประยุทธ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสรุปงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งผู้สื่อข่าวจะติดตามเพื่อนำเสนอต่อไป