'เทพไท' แนะถ้าลงพื้นที่น้ำท่วม อย่าขึ้นเรือให้คนอื่นเข็นให้ลุยน้ำเอง

'เทพไท เสนพงศ์' อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ระบุการลงพื้นที่ของผู้หลักผู้ใหญ่ผู้รับผิดชอบเพื่อไปดูปัญหาด้วยตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ดีเพราะว่าระบบราชการไทยถ้าหากไม่มีการสั่งจากเบื้องบนก็จะทำงานด้วยความล่าช้า ชี้ประชาชนไม่อยากเห็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ลงพื้นที่นั่งเรือแล้วให้ข้าราชการเข็นเรือให้ เป็นภาพที่ไม่เหมาะสม หากจะลงพื้นที่เพื่อสัมผัสปัญหาก็ควรที่จะลุยน้ำพร้อมกับประชาชน 
 
7 ธ.ค. 2560 เว็บไซต์แนวหน้า รายงานว่านายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีที่  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้นำคณะลงไปดูแลแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้ความเห็นว่าต่อไปจะไม่ลงพื้นที่เพราะจะเป็นการสร้างความยุ่งยากให้กับราชการ แต่จะใช้วิธีบริหารจัดการที่ส่วนกลางแทน ตนมองว่าการลงพื้นที่ของผู้หลักผู้ใหญ่ผู้รับผิดชอบเพื่อไปดูปัญหาด้วยตัวเองนั้น เป็นเรื่องที่ดี ถือเป็นความจำเป็นที่จะทำให้การแก้ปัญหาลุล่วง เพราะว่าระบบราชการไทย ถ้าหากไม่มีการสั่งจากเบื้องบน ก็จะทำงานด้วยความล่าช้า ดังนั้นผู้หลักผู้ใหญ่ก็ควรลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหา แต่ประชาชนคงไม่อยากจะเห็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ลงพื้นที่แล้วก็นั่งเรือ โดยให้ข้าราชการตำรวจ ทหาร เข็นเรือให้ ซึ่งภาพเหล่านี้เป็นภาพที่ไม่เหมาะสม หากจะลงพื้นที่เพื่อสัมผัสปัญหาของประชาชน ก็ควรที่จะลุยน้ำ ไปพร้อมๆกับข้าราชการและประชาชน ซึ่งจะเป็นภาพที่สวยงามกว่า อย่างไรก็ตาม ตนต้องขอบคุณ หน่วยงานราชการ ทหาร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เข้าไปช่วยเหลือและแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที
 
นายเทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นพบปัญหาก็คือขาดเครื่องมือและงบประมาณ ดังนั้นตนอยากจะให้รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณผ่านไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรงมากกว่าจะผ่านไปยังหน่วยงานราชการอื่นๆ สำหรับการอนุมัติจากกรมบัญชีกลางเป็นกรณีพิเศษให้กับจังหวัดละ 50 ล้านบาทนั้น ตนเห็นว่าบางจังหวัดที่มีความเสียหายไม่เท่ากัน ก็น่าที่จะอนุมัติงบประมาณไปตามความเสียหายที่เป็นจริงมากกว่าการอนุมัติในลักษณะรวมๆกันไป เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นพื้นที่ใหญ่ มีความสูญเสียมาก หากได้รับการอนุมัติวงเงินเท่ากับจังหวัดเล็กๆก็อาจจะเป็นปัญหาสำหรับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้
 
นายเทพไท กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาเฉพาะหน้าที่ตนอยากจะเสนอให้รัฐบาลเร่งแก้ไข และบูรณาการก็คือ 1.อยากให้มีการระดมสรรพกำลังทั้งหมดช่วยประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤติ  2.รัฐบาลดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในภาวะที่เกิดน้ำท่วม โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เรื่องสุขภาพ เรื่องยารักษาโรค และรวมไปถึงการจัดที่พักพิงสำหรับผู้ที่ถูกน้ำท่วมที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ 3.ให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลเรื่องปัญหาขาดแคลนสินค้าและการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า  4.รัฐบาลควรจะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซ่อมแซมถนนที่จำเป็นให้เสร็จทันที และ5.รัฐบาลควรจะให้งบฯกับองค์กรส่วนท้องถิ่นที่รู้ปัญหาในแต่ละพื้นที่อย่างเพียงพอ
 
นายเทพไท กล่าวว่า สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาว รัฐบาลควรสำรวจความเสียหายของประชาชนหลังจากเกิดอุทกภัยแล้ว เพื่อออกมาตรการเพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยและงบซ่อมแซมถนนทั้งหมดที่เสียหายจากน้ำท่วมอีกทั้งวางแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว อย่างไรก็ตามสำหรับปัญหาน้ำท่วมสนามบิน ตนถือว่าเป็นความเสียหายในสายตาทั้งชาวไทยและชาวโลก โดยเฉพาะสนามบินนครศรีธรรมราช ที่ในครั้งนี้ถูกน้ำท่วมเป็นครั้งที่สองแล้ว ดังนั้นรัฐบาลก็ควรจะหามาตรการป้องกันปัญหาน้ำท่วมสนามบินโดยการสนับสนุนงบประมาณให้กับกรมอากาศยาน ซึ่งตนคาดว่าในเบื้องต้นนั้นงบประมาณที่จะสนับสนุนน่าจะอยู่ที่ไม่เกิน 2 พันล้านบาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าที่จะไม่ให้สนามบินถูกน้ำท่วมอีก