ยูนิเซฟชี้เด็กเล็ก 2 ใน 3 คนในไทยไม่ได้เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับพ่อ

ยูนิเซฟระบุ ร้อยละ 55 ของเด็ก 3-4 ปีใน 74 ประเทศทั่วโลก ประมาณ 40 ล้านคนไม่ได้เล่นและทำกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้กับพ่อของพวกเขา เช่น  อ่านหนังสือร่วมกัน เล่านิทาน ร้องเพลง ทำกิจกรรมข้างนอก เล่น วาดรูป หรือนับเลข ร้องรัฐ-ภาคธุรกิจส่งเสริม 

ภาพ: คุณกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่และลูกสาว (ภาพจาก องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย) 

16 มิ.ย. 2560 รายงานข่าวจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย แจ้งว่า ยูนิเซฟออกมาระบุวันนี้ว่า ร้อยละ 55 ของเด็กอายุ 3-4 ปีใน 74 ประเทศทั่วโลก หรือ ประมาณ 40 ล้านคนไม่ได้เล่นและทำกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้กับพ่อของพวกเขา เช่น  อ่านหนังสือร่วมกัน เล่านิทาน ร้องเพลง ทำกิจกรรมข้างนอก เล่น วาดรูป หรือนับเลข

สำหรับประเทศไทย ผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2559 จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ด้วยการสนับสนุนจากยูนิเซฟ ซึ่งสำรวจความเป็นอยู่ของเด็กในกว่า 28,000 ครัวเรือนทั่วประเทศระหว่างเดือนพฤจิกายน 2558 ถึงเดือนมีนาคม 2559 พบว่า มีพ่อถึงร้อยละ 66 ในประเทศไทยที่ไม่ได้ทำกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้เหล่านี้กับลูก โดยในครัวเรือนยากจน มีพ่อถึงร้อยละ 75 ที่ไม่ได้ทำกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้กับลูกเมื่อเทียบกับพ่อในครัวเรือนที่ร่ำรวยมากที่ไม่ได้ทำกิจกรรมกับลูก (ร้อยละ 48) 

โธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ขวบปีแรกๆ ของชีวิตคือโอกาสครั้งสำคัญที่มีเพียงครั้งเดียวในชีวิตสำหรับการพัฒนาสมองของเด็ก และพ่อแม่เป็นผู้มีบทบาทมากที่สุดในกระบวนการดังกล่าว ยิ่งพ่อแม่และสมาชิกครอบครัวมอบความรัก ความคุ้มครอง และโภชนาการที่ดี รวมทั้งมีการเล่นกับลูกมากเท่าไหร่ โอกาสที่เด็กจะมีสุขภาพดี มีความสุขและมีความสามารถในการเรียนรู้ ก็มีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น การเลี้ยงดูเด็กเล็กที่ดีแม้ในสถานการณ์ตึงเครียดอย่างที่สุด เช่น อยู่ท่ามกลางภาวะสงครามหรือความยากจนข้นแค้น ก็ยังสามารถปกป้องและช่วยให้เด็กมีการพัฒนาอย่างเต็มที่ได้ ดังนั้น พ่อมีส่วนสำคัญมากในการดูแลลูกไม่ใช่ให้เรื่องเหล่านี้ตกเป็นภาระของแม่แต่เพียงผู้เดียว”

สถิติของการทำกิจกรรมระหว่างพ่อกับลูก ได้มาจากการสำรวจแบบพหุดัชนีแแบบจัดกลุ่ม (Multiple Indicators Cluster Survey - MICS) ซึ่งเป็นการส่ารวจครัวเรือนในแต่ละประเทศ ซึ่งให้ข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับเด็กและครอบครัวในด้านต่างๆ เช่น สุขภาพ พัฒนาการ การศึกษา และการเก็บข้อมูลสถิติที่สามารถใช้เปรียบเทียบกันในประเทศต่างๆ ได้

ทั้งนี้ ยูนิเซฟได้ออกมารณรงค์ให้พ่อทำกิจกรรมร่วมกับลูกมากขึ้น ผ่านแคมเปญที่เปิดตัวทั่วโลกวันนี้ชื่อว่า “ยอดคุณพ่อ” หรือ “Super Dads” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูบทบาทของพ่อ พร้อมทั้งเน้นถึงความสำคัญของความรัก การเล่นกับเด็ก การคุ้มครอง และการส่งเสริมโภชนาการเพื่อพัฒนาการทางสมองที่ดีของเด็กเล็ก แคมเปญนี้ชวนคุณพ่อทุกท่าน โพสต์ภาพและวิดีโอเกี่ยวกับการเป็นยอดคุณพ่อผ่านในอินสตาแกรมและทวิตเตอร์ โดยพิมพ์ #ยอดคุณพ่อ #EarlyMomentsMatter #SuperDads

ในประเทศไทย แคมเปญ #ยอดคุณพ่อ ได้รับความร่วมมือจาก คุณซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง Friend of UNICEF, คุณกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่,  คุณบี้ ธรรศภาคย์ ชี, คุณตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง มาร่วมทำสื่อรณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อให้พ่อทุกคนหันมาใช้เวลากับลูกมากขึ้น โดยพวกเขากล่าวว่า  “สำหรับลูกๆ แล้ว พ่อคือฮีโร่ของพวกเขา” พ่อไม่จำเป็นต้องมีพลังวิเศษอะไรก็เป็นฮีโร่ของพวกเขาได้  แค่ทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น พูดคุย เล่นด้วยกัน อ่านนิทาน  ร้องเพลง ก็ช่วยกระตุ้นสร้างพัฒนาการพื้นฐานเพื่อให้พวกเขาเติบโตอย่างสมบูรณ์!”  นอกจากนี้ ในประเทศต่างๆ พ่อคนดังจากวงการบันเทิงและกีฬาก็เข้าร่วมสนับสนุนแคมเปญ “ยอดคุณพ่อ” ด้วย เช่น ฮิวจ์ แจ็คแมน, เดวิด เบคแฮม, โนวัค ยอโควิช, ลูอิส แฮมิลตัน, มาเฮอร์ชาลา อาลี, แดเนียล คอร์เมีย และดิ ออล แบลคส์ ชมภาพและข้อมูลต่างๆ ของพวกเขาได้ ที่นี่

ยูนิเซฟได้เรียกร้องให้รัฐบาลและภาคธุรกิจเพิ่มการลงทุนในการดูแลเด็กปฐมวัย โดยเน้นส่งเสริมให้พ่อแม่มีความรู้และทักษะในการดูแลลูกให้มากขึ้น การศึกษาทั่วโลกพบว่า การดูแลเอาใจใส่และการกระตุ้นพัฒนาการในช่วงปีแรกๆ ของชีวิต จะช่วยกระตุ้นการเชื่อมโยงของเซลล์สมองของเด็กในอัตรา 1,000 ครั้งต่อวินาที ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพและความสามารถต่างๆ ของเด็กเมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เช่น ความสามารถในการเรียนรู้ การจัดการกับความเครียด หรือศักยภาพในการทำงานในอนาคต  ในทางกลับกัน  งานวิจัยพบว่าความรุนแรงและการขาดการกระตุ้นพัฒนาการในวัยเด็ก มีส่วนหยุดยั้งการเชื่อมโยงของเซลล์สมอง ดังนั้น เมื่อเด็กมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับพ่อ เด็กจะมีสุขภาพจิต ความเคารพตัวเอง และความพึงพอใจในชีวิตในระยะยาวที่ดีขึ้น