ข่าว http://www.prachatai.com/taxonomy/term/29/0 th สนช.กราบบังคมทูลอัญเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ http://www.prachatai.com/journal/2016/11/69042 <p><!--break--><!--break--></p> <p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5603/31274276116_b96fd89a7c_z.jpg" style="width: 560px; height: 371px;" /></p> <p style="text-align: center;"><span style="color:#ff8c00;"><strong>การประชุม สนช. วาระพิเศษเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 (ที่มาของภาพ: เพจ Banrasdr)</strong></span></p> <p style="text-align: center;"><iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/lbEwSe66prQ" width="560"></iframe></p> <p><span style="color:#ff8c00;"><strong>ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาตินัดพิเศษ กราบบังคมทูลเชิญองค์รัชทายาทขึ้นทรงราชย์ 29 พ.ย. 59&nbsp;(ที่มา: โทรทัศน์รัฐสภา)</strong></span></p> <p>29 พ.ย. 2559 &nbsp;หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมีวาระพิเศษ ที่จะส่งต่อให้ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณานั้น <a href="http://prachatai.org/journal/2016/11/69040">(อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)</a></p> <p>ต่อมาในการประชุม สนช. เมื่อเวลา 11.20 น. พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานรัฐสภาระบุว่า รับทราบการแจ้งมติคณะรัฐมนตรีแล้ว ในขั้นตอนต่อไปจะได้นำความกราบบังคมทูลอัญเชิญสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ของประชาชนชาวไทยสืบไป ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 2 ประกอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 มาตรา 23 ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์</p> <p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5742/30501842373_7f7460c689_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" /></p> <p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://c2.staticflickr.com/6/5601/30501849803_b43e5cff52_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" /></p> <p style="text-align: center;"><span style="color:#ff8c00;"><strong>ที่มาของภาพ: โทรทัศน์รัฐสภา/ThaiPBS</strong></span></p> <p>หลังจากนั้นที่ประธาน สนช. กล่าวว่า โอกาสอันเป็นมหามงคล ขอให้ท่านสมาชิกทุกท่านโปรดยืนขึ้น เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมกล่าวคำถวายพระพรชัยแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลใหม่ กล่าวถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญ</p> <div class="field field-type-text field-field-feed-pr"> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai </div> </div> </div> http://www.prachatai.com/journal/2016/11/69042#comments ข่าว การเมือง การสืบราชสันตติวงศ์ ประชุม สนช. ประชุม สนช. วาระพิเศษ พระมหากษัตริย์ รัชกาลใหม่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 มาตรา 23 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร Tue, 29 Nov 2016 04:34:45 +0000 user8 69042 at http://www.prachatai.com อมาคุดาริ: อื้อฉาวเรื้อรัง ข้าราชการระดับสูงญี่ปุ่นใช้เส้นเข้ารับตำแหน่งต่อใน บ.เอกชน http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70301 <!--break--><!--break--> <p>25 ก.พ. 2560 กรณี 'อมาคุดาริ' หรือประเด็นเกี่ยวกับการที่ข้าราชการญี่ปุ่นเกษียณอายุราชการแล้วก็ได้รับตำแหน่งงานในบริษัทเอกชนต่อ เคยกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวครั้งล่าสุดเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา เมื่อหน่วยงานตรวจสอบของรัฐบาลญี่ปุ่นพบว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการรายหนึ่งเมื่อเกษียณอายุแล้วก็ได้งานใหม่ที่มหาวิทยาลัยวาเซดะโดยทันที เรื่องนี้ทำให้รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของญี่ปุ่นนั่งไม่ติดเก้าอี้</p> <p>เจฟฟ์ คิงสตัน ผู้อำนวยการเอเชียศึกษาที่มหาวิทยาลัยเทมเพิลวิทยาเขตญี่ปุ่นเขียนถึงเรื่องนี้ในเว็บไซต์อีสต์เอเชียฟอรัม ระบุว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการคนดังกล่าวถูกจัดการให้ดำรงตำแหน่งต่อโดยตัวกลางที่เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ทางการเหมือนกัน มีหลักฐานของเรื่องนี้ปูดออกมาทางกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นพยายามปกปิดเรื่องนี้ด้วย</p> <p>อมาคุดาริ มีความหมายโดยตรงในภาษาญี่ปุ่นว่า "ลอยลงมาจากสวรรค์" ซึ่งเป็นการอุปมาผ่านแนวคิดของศาสนาชินโตที่ "สวรรค์" สื่อถึงเหล่าคนชั้นสูงในวงราชการที่ลอยลงมาสู่ผืนดินคือบริษัทเอกชน</p> <p>โดยที่ 'อมาคุดาริ' ในปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในญี่ปุ่น คิงสตันระบุว่าแค่การละเมิดกฎหมายนี้ก็แย่พออยู่แล้ว แต่กระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นยังพยายามปกปิดไม่ให้มีการเผยแพร่เรื่องนี้ออกไปทำให้เมื่อถูกเปิดโปงว่ามีการกระทำเช่นนี้ไปทั่วก็ทำให้ผู้คนต่างแสดงความไม่พอใจแล้วก็กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวทางการเมือง&nbsp;</p> <p>นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ พยายามจัดการวิกฤตนี้ด้วยการให้มีการสืบสวนสอบสวนในวงกว้างและสัญญาว่าจะดำเนินการบางอย่างหลังตรวจสอบพบ แต่คิงสตันระบุว่าเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่แค่ปัญหาของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการอย่างเดียวเท่านั้น รัฐมนตรีอื่นๆ ของญี่ปุ่นก็เคยถูกตำหนิด้วยเรื่องนี้มาก่อนเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะทำให้รองรัฐมนตรีศึกษาธิการลาออกซึ่งเป็นการแสดงออกเชิงพิธีการในการแสดงความรับผิดชอบและการชดเชยความผิดแล้ว แต่ก็ยังคงมีการกดดันให้มี "การล้างบ้าน" ในรัฐบาลญี่ปุ่นหนักขึ้นจนอาจจะทำให้เกิดผลสะท้อนทางการเมืองในการกระทำที่ชวนให้คลางแคลงใจได้</p> <p>คำถามคือ อมาคุดาริถือเป็นเรื่องที่แอบซ่อนไว้หรือปรากฏให้เห็นง่ายๆ แต่มองไม่ออกเองกันแน่ คิงสตันระบุว่าสำหรับมหาวิทยาลัยแล้ว อมาคุดาริ เช่นนี้เป็น "ราคาที่ต้องจ่าย" ในการทำธุรกิจของพวกเขาและก็ไม่ได้เป็นความลับแต่อย่างใดสำหรับคนที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้</p> <p>อมาคุดาริถูกสั่งห้ามตั้งแต่ปี 2550 หลังจากที่สภาล่างของญี่ปุ่นแก้ไขกฎหมายบริการสาธารณะแห่งชาติห้ามไม่ให้ข้าราชการล็อบบี้ช่วยหาตำแหน่งว่างที่ไม่ต้องทำงานอะไรมากให้กับเพื่อนร่วมงานของตนเอง มีการออกข้อห้ามนี้เพราะเกิดความสงสัยว่าจะมีการทำ อมาคุดาริ เกิดขึ้นทั่วไปในญี่ปุ่นซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณ&nbsp;</p> <p>คิงสตันระบุว่า การสั่งห้ามอมาคุดาริจะเป็นการไปขัดผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ทางการที่วางแผนรับตำแหน่งงานหลังเกษียณ และบางครั้งอมาคุดาริก็กลายเป็นสิ่งที่ทำลายการตรวจสอบถ่วงดุลด้วยเมื่อฝ่ายตรวจสอบบางคนอาจจะยอมปล่อยให้ผู้ถูกตรวจสอบไม่ต้องรับผิดแลกกับการที่ฝ่ายตรวจสอบเองจะได้รับตำแหน่งงานหลังเกษียณ หรือบางกรณีก็เป็นกรณีที่ฝ่ายผู้จัดหางานให้จะพยายามเรียกร้องได้รับการปฏิบัติที่ดี เข้าถึงข้อมูลพิเศษหรือได้รับความได้เปรียบเหนือคู่แข่งตัวเอง</p> <p>ในญี่ปุ่นมีกรณีอมาคุดาริหลายกรณีมากและมีหลายครั้งที่พยายามจะสั่งห้ามการกระทำเช่นนี้แต่ก็ไม่มีการสั่งห้ามครั้งใดเลยที่เป็นผล ในแง่ที่ไม่อันตราย อมาคุดาริ จะถูกอ้างว่าเป็นการทำให้เกิดการสร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างรัฐกับภาคเอกชนจนทำให้เกิดสื่อสารระหว่างกันที่ดีขึ้น แต่จากกรณีอื้อฉาวที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทำให้ข้ออ้างดังกล่าวดูเป็นข้ออ้างที่พวกระบบราชการจะใช้หาผลประโยชน์เข้าตัวเท่านั้น&nbsp;</p> <p>แล้วอะไรที่ทำให้ อมาคุดาริ ยังคงอยู่ในสังคมญี่ปุ่นแม้จะมีการพยายามสั่งห้ามหลายครั้งแล้ว</p> <p>ชาลเมอร์ส จอห์นสัน ปัญญาชนอเมริกันผู้เคยร่วมก่อตั้งศูนย์วิจัยประเทศญี่ปุ่นเคยบอกไว้ว่าสิ่งที่เป็นช่องโหว่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้เกิดอมาคุดาริคือการละเลยการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงระบบพวกพ้องความสัมพันธ์ในวงการราชการญี่ปุ่นที่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยอมตามคนในองค์กรจนปฏิเสธข้อเสนอของคนในองค์กรเดียวกันไม่ได้ คิงสตันระบุว่า ในกรณีอื้อฉาวล่าสุดในญี่ปุ่นก็อาศัยช่องโหว่กฎหมายเช่นเดียวกัน โดยที่พวกเขาอาศัยอดีตข้าราชการที่เกษียณไปตั้งแต่ปี 2552 เป็นคนคอยติดต่อระหว่างมหาวิทยาลัยกับฝ่ายบุคคลของกระทรวงให้ ซึ่งในกฎหมายเกี่ยวกับอมาคุดาริของญี่ปุ่นในปัจจุบันห้ามแค่เจ้าหน้าที่ที่ยังทำงานอยู่เท่านั้นแต่ไม่ได้ห้ามเจ้าหน้าที่เกษียณอายุแล้วด้วย</p> <p>บทความของคิงสตันระบุว่าตั้งแต่ปี 2556 ก็มีการดำเนินการเป็นตัวกลางสร้างเส้นสายสู่งานหลังเกษียณอย่างเป็นระบบมากขึ้นเรื่อยๆ ทางมหาวิทยาลัยเองก็ปฏิเสธไม่ยอมรับพวกเขาได้ยากเนื่องจากทางมหาวิทยาลัยยังต้องพึ่งพางบประมาณจากเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการอยู่ รวมถึงการวิจัย การตั้งภาควิชาใหม่ การได้ทุนเกื้อหนุน และนักศึกษาจำนวนหนึ่งก็ยังต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นด้วย</p> <p>ทางรัฐบาลญี่ปุ่นจะนำเสนอรายงานเกี่ยวกับการสืบสวนเรื่องอื้อฉาวล่าสุดนี้ภายในปลายเดือน มี.ค. ที่จะถึงนี้ คิงสตันประเมินว่าฝ่ายค้านจะฉวยโอกาสนี้ดิสเครดิตรัฐบาลอาเบะและกดดันให้ทางการปราบปรามการทุจริตแบบที่มีการพยายามทำมาหลายครั้งแล้ว ยังไม่รู้ว่าเรื่องอื้อฉาวนี้จะทำให้อาเบะสูญเสียการสนับสนุนหรือไม่ อาจจะมีคนถูกขุดขึ้นมาแฉเพิ่ม แต่คิงสตันก็มองว่า อมาคุดาริ จะยังมีอยู่ในสังคมญี่ปุ่นต่อไปเพราะมันฝังรากลึกและให้ประโยชน์กลุ่มที่ครอบครองผลประโยชน์ไว้อย่างหนาแน่นในญี่ปุ่น</p> <p>การกระทำแบบ 'อมาคุดาริ' ไม่ได้มีอยู่แต่เฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น ปัญหาที่รัฐและเอกชนมีการเอื้อประโยชน์ต่อกันโดยบุคคลระดับสูงภาครัฐเข้าไปทำงานในภาคเอกชน และคนในภาคเอกชนเข้ามาทำงานด้านนโยบายในภาครัฐ มีคำเรียกว่า "ปัญหาประตูหมุน" (Revolving door)&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <p><span style="color:#ff8c00;"><strong>เรียบเรียงจาก</strong></span></p> <p>Scandal rocks Japan’s Ministry of Education, Jeff Kingston, East Asia Forum, 14-02-2017<br /><a href="http://www.eastasiaforum.org/2017/02/14/scandal-rocks-japans-ministry-of-education/" target="_blank">http://www.eastasiaforum.org/2017/02/14/scandal-rocks-japans-ministry-of-education/</a></p> <p><span style="color:#ff8c00;"><strong>ข้อมูลเพิ่มเติมจาก</strong></span><br /><a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Revolving_door_(politics)" target="_blank">https://en.wikipedia.org/wiki/Revolving_door_(politics)</a><br /><a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Chalmers_Johnson" target="_blank">https://en.wikipedia.org/wiki/Chalmers_Johnson</a></p> <div class="field field-type-text field-field-feed-pr"> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai </div> </div> </div> http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70301#comments ข่าว ต่างประเทศ การทุจริต การทุจริตในวงราชการ การเกษียณอายุราชการ การเล่นพรรคเล่นพวก การเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง ชินโซ อาเบะ ญี่ปุ่น ผลประโยชน์ทับซ้อน อมาคุดาริ เจฟฟ์ คิงสตัน Mon, 27 Feb 2017 06:51:43 +0000 user000 70301 at http://www.prachatai.com กลุ่มค้านถ่านหินกระบี่ออกแถลงการณ์กดดันรัฐ ขีดเส้นตาย 1 วัน เตรียมประกาศชุมนุมอีกครั้ง http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70300 <p>เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินออกแถลงการณ์กดดันหน่วยงานรัฐให้ปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี กรณีจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมใหม่ทั้งสองฉบับ หากไม่มีความคืบหน้าจะประกาศชุมนุมอีกพรุ่งนี้ ตามที่เคยตกลงไว้กับแม่ทัพภาค 1</p> <!--break--><!--break--> <p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/3/2124/32826175771_78ddbb7d70.jpg" style="width: 500px; height: 359px;" /></p> <p style="text-align: center;"><span style="color:#ffa500;"><strong>แฟ้มภาพประชาไท</strong></span></p> <p>27 ก.พ. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจ <a href="https://www.facebook.com/stopcoalkrabi/posts/1838381889733057:0">หยุดถ่านหินกระบี่</a> ได้เผยแพร่แถลงการณ์เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ฉบับที่ 4/2560 โดยได้ระบุถึงข้อตกลงที่ได้จากการเจรจาร่วมกับรัฐบาลกรณีการร้องเรียนให้ยุติการดำเนินเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และท่าเทียบเรือขนส่งถ่านหิน จ.กระบี่</p> <p>ในแถลงการณ์ได้เรียกร้องให้ สำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.)และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่า ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปดำเนินการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมใหม่ทั้งสองฉบับ กรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินและท่าเทียบเรือขนส่งถ่านหิน แต่ไม่ได้มีการออกคำสั่งออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร จึงทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว ไม่ได้ปฎิบัติตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี โดยในส่วนของ กฟผ. ได้แสดงเจตรมณ์มาตลอดว่าไม่ได้ยอมรับคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ให้ทำรายงานอีไอเอใหม่ แต่กลับมีความพยายามในการปรับปรุงรายงานฉบับเก่าแทน</p> <p>ทางเครือข่าย ได้แถลงถึงจุดยืนต่อด้วยว่า หากภายในวันพรุ่งนี้ซึ่งจะครบกำหนด 7 วันที่ได้ทำข้อตกลงร่วมกับรัฐบาล ยังไม่มีการแสดงความจริงใจจากรัฐบาล และหน่วยงานของรัฐโดยการออกหนังสืออย่างเป็นทางการว่ารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเดิมทั้ง 2 ฉบับเป็นโมฆะ ทางเครือข่ายจะออกแถลงการณ์เพื่อประกาศชุมนุมกดดันรัฐบาลต่อไป</p> <p>ทั้งนี้เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2560 สหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และโฆษก เปิดเผยกับ<a href="https://news.thaipbs.or.th/content/260393">ไทยพีบีเอส</a>ว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า EHIA โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ และ EIA โครงการท่าเทียบเรือคลองรั้วจะเดินหน้าต่ออย่างไร เนื่องจากมีผู้เข้ามามีส่วนร่วมเพิ่มเติมคือ คณะกรรมการไตรภาคีเข้ามีส่วนร่วมด้วย จึงจะขอหารือสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) ก่อน ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนสัปดาห์หน้า</p> <p>“เมื่อหารือแล้ว จึงจะมองเห็นแนวทางว่าจะให้ไตรภาคีเข้ามามีส่วนร่วมมากน้อยอย่างไร ในรูปแบบใด แม้ว่าจะไม่ได้มีขั้นตอนตามกฎหมายก็ตาม แต่ กฟผ.เห็นว่าควรจะให้เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น” สหรัฐ กล่าว</p> <p>ส่วนประเด็นที่ สผ.ได้ให้ กฟผ.ส่งข้อมูลเพิ่มเติม 17 ประเด็นใหญ่ 143 ประเด็นย่อย ตามรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม รองผู้ว่าการ กฟผ.ระบุว่า มีการส่งข้อมูลไปให้ครบถ้วนทุกประเด็นแล้ว แต่ให้มีการถอนคำชี้แจงกลับออกมาก่อน</p> <p>“ตอนนี้คำตอบทั้งหมดที่ สผ.ทั้งการขอข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนจะต้องชี้แจงเพิ่มเติมอย่างไร จะทำเพิ่มแค่ไหน จะถามเพิ่มเติมอะไรบ้าง จะมีคำถามใหม่หรือไม่ จะประสาน สผ.สัปดาห์หน้าพร้อมกับเรื่องแนวทางว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป” รองผู้ว่าการ กฟผ. กล่าว</p> <p>นอกจากนี้รองผู้ว่าการ กฟผ.ยังบอกอีกด้วยว่า มีการถอดบทเรียนจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะที่ใช้เชื้อเพลิงถ่านหินด้วย ว่าที่เกิดปัญหาประชาชนได้รับผลกระทบตั้งแต่ก่อนปี 2535 เพราะไม่มีการติดเครื่องดักจับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เมื่อติดตั้งเครื่องจนครบในปี 2541 หลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหาอีก ส่วนโรงไฟฟ้ากระบี่จะมีการป้องกันปัญหาโดยการติดเครื่องดักก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตั้งแต่แรก นอกจากนี้ยังจะติดเครื่องดักไนโตรเจนออกไซด์ ฝุ่นขนาดเล็ก และสารปรอท โดยบอกว่าจะไม่เกิดปัญหาเช่นที่เคยเกิดขึ้นที่แม่เมาะ</p> <table style="width: 500px;" cellspacing="1" cellpadding="1" border="1"> <tbody> <tr> <td> <p style="text-align: center;"><strong>แถลงการณ์เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ฉบับที่ 4/2560</strong></p> <p>ตามที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปดำเนินการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมใหม่ทั้งสองฉบับ กรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินและท่าเทียบเรือขนส่งถ่านหิน จ.กระบี่ คำสั่งดังกล่าวมิได้ปรากฎเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นเพียงคำบัญชานายกรัฐมนตรีที่มีลักษณะทางการบริหาร กลับปรากฎปัญหาที่คาดคิดไว้แล้วว่าจะเกิดขึ้นคือ หน่วยงานผู้รับผิดชอบไม่รับคำสั่งนายกรัฐมนตรีและนำไปดำเนินการให้เกิดผลในทางปฏิบัติและเกิดผลในทางกฎหมาย</p> <p>หน่วยงานที่รับผิดชอบซึ่งจะต้องนำคำสั่งนายกรัฐมนตรีไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นจริงคือ สำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.)และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยหน่วยงานแรกได้ปฏิเสธคำสั่งนายกรัฐมนตรีด้วยการปฏิเสธการออกหนังสือเพื่อทำให้รายงานฉบับเก่าเป็นโมฆะ และให้เริ่มจัดทำรายงานฉบับใหม่ตามข้อตกลงระหว่างกัน ส่วน กฟผ.ได้แสดงเจตรมณ์มาตลอดว่าไม่ได้ยอมรับคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ให้ทำรายงานอีไอเอใหม่ แต่กลับมีความพยายามในการปรับปรุงรายงานฉบับเก่า</p> <p>เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินได้พิจารณารอคอยมาเป็นเวลา 6 วันแล้ว โดยได้ใคร่ครวญว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการดำเนินการตามข้อตกลงหรือไม่ ทั้งนี้ครั้งแรกได้กลับคำไม่ออกเป็นมติคณะรัฐมนตรี มาจนถึงปัจจุบันหน่วยงานระดับกรมคือ สผ.ยังไม่ออกเอกสารอย่างเป็นทางการเพื่อทำให้รายงานฉบับเก่าเป็นโมฆะ ซึ่งจะเป็นหลักประกันว่าจะมีการทำรายงานฉบับใหม่จริง เพราะหน่วยงานเจ้าของโครงการยืนยันมาตลอดว่าจะปรับจากรายงานฉบับเดิม สิ่งเหล่านี้ทำให้เครือข่ายเชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะเบี้ยวเป็นรอบที่สอง</p> <p>ทางเครือข่ายได้ประชุมหารือกันอย่างรอบคอบแล้วมีมติว่าจะให้โอกาสรัฐบาลแสดงความจริงใจโดยการให้ สผ.ออกหนังสืออย่างเป็นทางการว่ารายงานเดิมทั้ง 2 ฉบับเป็นโมฆะภายในวันอังคารที่ 28 กพ.ซึ่งได้ครบกำหนด 7 วันพอดี หากรัฐบาลยังเพิกเฉยต่อการแสดงความจริงใจดังกล่าว เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินจะกลับมาชุมนุมใหม่ดังที่ได้เคยตกลงไว้เมื่อครั้งเจรจากับแม่ทัพภาคที่ 1 ว่าหากรัฐบาลเบี้ยวแม่ทัพจะออกเงินให้เครือข่ายมาชุมนุม</p> <p>ทั้งนี้รัฐบาลได้ดำเนินการผิดพลาดอย่างมหาศาลในการจัดการทรัพยากรของชาติ ด้วยการนำพื้นที่ชุ่มน้ำกว่า๑แสนไร่ที่ได้รับการรับรองจากนานาชาติว่าเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยการยกระดับพื้นที่กระบี่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ(แรมซ่าร์ไซด์)ให้โรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งทั้งโลกพิสูจน์แล้วว่าสกปรกที่สุด ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนมากที่สุด มาตั้งอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำที่นานาชาติให้การรับรองว่าควรค่าแก่การรักษาไว้</p> <p>รัฐบาลได้ตัดสินใจผิดพลาดอย่างรุนแรงในการนำพื้นที่การท่องเที่ยวซึ่งได้รับการยอมรับว่าสวยที่สุดอันดับต้นของโลก อย่างจังหวัดกระบี่มาเป็นสถานที่ตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินและให้เกิดการขนส่งถ่านหินผ่านทะเลอันงดงาม โดยความงดงามของกระบี่และอันดามันสามารถทำรายได้ทั้งอันดามันให้ประเทศปีละ 4 แสนล้าน ก่อเกิดการจ้างงานหลายแสนคน มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวนับ 100 ธุรกิจ และรัฐบาลได้ตัดสินใจให้เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินตรงบริเวณนี้ ซึ่งนักท่องเที่ยวเกิดอาการมึน งง กันทั้งโลกว่ารัฐบาลไทยคิดอะไรอยู่ นำสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดที่ทั้งโลกยกย่องมาทำลายทิ้ง</p> <p>สิ่งที่รัฐบาลนี้คิดไม่เป็นคือ การประเมินเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) ว่าพื้นที่ไหนควรจะพัฒนาอะไร การจัดการทรัพยากรของประเทศควรทำอย่างไร ภายใต้รัฐบาลทหาร ใครใหญ่ใครก็สามารถชี้นิ้วว่าจะเกิดโครงการทำลายสิ่งแวดล้อมตรงไหนก็ได้ ประเทศเราจะพังพินาศ เพราะการไม่ประเมินการจัดการทรัพยากรของชาติในเชิงยุทธศาสตร์ ทำลายได้แม้กระทั่งพื้นที่ซึ่งโลกให้การยกย่อง</p> <p>ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าการรอคอยของเราจะสิ้นสุดลงเมื่อครบ 7 วันคือวันอังคารที่ 28 กพ. หากรัฐบาลจริงใจในคำสัญญาเพียงแค่สั่งการให้หน่วยงานระดับกรมออกหนังสือมาแผ่นเดียว หากยังทำเรื่องเท่านี้ไม่ได้ ก็ถือเป็นการแสดงว่าเจตนาเบี้ยวประชาชน</p> <p>หากวันพรุ่งนี้ยังไม่มีหนังสือแสดงความจริงใจของรัฐบาลออกมา เครือข่ายจะออกแถลงการณ์ชุมนุมต่อไป</p> <p>27 กพ. 2560<br />เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน</p> <p>&nbsp;</p> </td> </tr> </tbody> </table> <p>&nbsp;</p> <div class="field field-type-text field-field-feed-pr"> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai </div> </div> </div> http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70300#comments ข่าว การเมือง สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม สังคม กฟผ. จ.กระบี่ เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน โรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ Mon, 27 Feb 2017 06:40:44 +0000 user666 70300 at http://www.prachatai.com 'คสช.' ถามวันหน้าไม่มีม.44 ไม่มีคสช.จะอยู่กันอย่างไร จวกป้าย 'We need food' บิดเบือน http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70299 <p>ทีมโฆษก คสช. ชี้&nbsp;ป้าย 'We need food' ที่วัดพระธรรมกาย&nbsp;เจตนาบิดเบือน ว่า จนท.ห้ามนำอาหารเข้าไปภายในวัด เป็นความพยายามจุดกระแสว่า ม.44 &nbsp;คือปัญหา ถามวันข้างหน้าถ้าไม่มีม.44 ไม่มีคสช.เราจะอยู่กันอย่างไร เมื่อใช้กฎหมู่ไม่เคารพกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม&nbsp;</p> <p><!--break--><!--break--></p> <p data-field="header" style="text-align: center;"><img src="https://c2.staticflickr.com/2/1707/25929836380_7fc44ef997.jpg" /></p> <p data-field="header" style="text-align: center;"><span style="color:#ff8c00;">พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)</span></p> <p data-field="header">27 ก.พ. 2560 รายงานข่าวระบุว่า ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่คสช.ได้มีคำสั่งที่ 5/60 เมื่อ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา ให้อำนาจและ กำหนดพื้นที่ควบคุม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการบังคับใช้กฎหมาย บริเวณวัดพระธรรมกายและพื้นที่โดยรอบ ว่า ในห้วงที่ผ่านมา ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร จากการนำเสนอ ของสื่อทุกประเภท ที่เป็นกลางตรงไปตรงมา ด้วยความจริง ในขณะเดียวกันจะได้เห็นเหตุการณ์ ต่าง ๆ ตั้งแต่การปลุกระดมมวลชนมาต่อต้าน การเคลื่อนไหว ของแกนนำมวลชน ที่เคยใช้ความรุนแรง และอดีตนักการเมือง เข้ามาในพื้นที่ การบิดเบือนข้อมูล สร้างภาพอันเป็นเท็จเพื่อปลุกกระแส ในสังคมออนไลน์ เช่นการปล่อยข่าวเจ้าหน้าที่จะยึดหรือนำพระทองคำของทางวัดไป เจ้าหน้าที่มีอาวุธและใช้ความรุนแรงกับพระและมีการขัดขวางการตรวจสอบใบสุทธิของพระ มีการแขวนป้าย We need food เพื่อเจตนาบิดเบือน ว่าเจ้าหน้าที่ห้ามนำอาหารเข้าไปภายในวัด เหล่านี้เป็นต้น โดยพยายามจุดกระแสว่า คำสั่งตามมาตรา 44 &nbsp;คือประเด็นปัญหา&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p> <p data-field="header" style="text-align: center;"><img alt="" src="https://scontent.fbkk5-6.fna.fbcdn.net/v/t1.0-0/s526x296/16864353_1831582280414543_6528968683299273086_n.jpg?oh=de285457e999227066a791f7c6322728&amp;oe=593F6BBF" style="width: 500px; height: 322px;" /></p> <p data-field="header" style="text-align: center;"><span style="color:#ff8c00;">ที่มาภาพ เพจ&nbsp;</span><a data-ft="{&quot;tn&quot;:&quot;k&quot;}" data-hovercard="/ajax/hovercard/page.php?id=1426666687572773" data-hovercard-prefer-more-content-show="1" href="https://www.facebook.com/Banrasdr-Photo-1426666687572773/"><span style="color:#ff8c00;">Banrasdr Photo</span></a></p> <p data-field="story">พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าวต่อว่า สิ่งเหล่านี้คสช.ต้องการชี้ให้เห็นว่า นี่คือปัญหาร่วมกันของคนในประเทศ ที่กฎหมายอะไรก็ยุติคนไม่ดีไม่ได้ และวันข้างหน้าถ้าไม่มีม.44 ไม่มีคสช.เราจะอยู่กันอย่างไรและอนาคตจะเป็นอย่างไร การใช้กฎหมู่ไม่เคารพกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม อันจะนำไปสู่ความเดือดร้อนวุ่นวาย โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้ปฎิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ตั้งแต่การเจรจา และขอเข้าตรวจค้น ตามคำสั่งของศาล ซึ่งนอกจากจะไม่ได้รับความร่วมมือแล้ว ยังถูกขัดขวางทุกวิถีทาง การแถลงข่าวการป่วยไม่สามารถไปไหนได้ การกดดันและต้องการให้เกิด ภาพการกระทบกระทั่ง จนสุ่มเสี่ยงต่อการ ที่จะนำไปสู่ความรุนแรงขึ้น คสช.จึงจำเป็น ต้องใช้กฎหมายพิเศษ เข้าควบคุมพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม คำสั่งที่ 5/60 ไม่ได้กระทบกระเทือน ริดรอนสิทธิ หรือสร้างผลกระทบ ต่อประชาชนโดยทั่วไป แต่อย่างใด ในทางตรงข้ามจะเป็นเครื่องมือให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกฎหมายปกติ ไม่สามารถทำได้ &nbsp;&nbsp;</p> <p data-field="story">“คสช.ขอเรียนยืนยันที่จะดำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของประเทศชาติ บังคับใช้กฎหมายอย่าง เป็นธรรมและเสมอภาค มีมาตรการต่างๆ ที่เหมาะสมตามขั้นตอน เพื่อให้เกิดความสงบสุข เรียบร้อยของบ้านเมือง และยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องคง คำสั่งดังกล่าวไปอีกระยะหนึ่ง จนเป็นที่มั่นใจได้ว่าการบังคับใช้กฎหมายได้ดำเนินไปตามกรอบและคำสั่งของศาล และกระบวนการยุติธรรม ที่ถูกต้องสมบูรณ์ แม้ว่าอาจต้องใช้เวลา หรือพบกับอุปสรรคขัดขวาง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานทุกฝ่าย จะดำรงความมุ่งหมายให้เกิดความเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด กับทั้งขอความร่วมมือสนับสนุนจาก สื่อมวลชน ได้เสนอข้อมูลที่ถูกต้องตามความเป็นจริง เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย อย่างต่อเนื่องต่อไป” พ.อ.ปิยพงศ์ &nbsp;กล่าว&nbsp;</p> <p data-field="story" style="text-align: center;">&nbsp;</p> <p data-field="story">ที่มา : <a href="http://www.matichon.co.th/news/478097">มติชนออนไลน์</a>และ<a href="http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/742524">กรุงเทพธุรกิจออนไลน์</a></p> <div class="field field-type-text field-field-feed-pr"> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai </div> </div> </div> http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70299#comments ข่าว การเมือง สิทธิมนุษยชน We need food กฎหมาย กฎหมู่ กระบวนการยุติธรรม คสช. ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ม.44 วัดพระธรรมกาย Mon, 27 Feb 2017 06:32:36 +0000 user007 70299 at http://www.prachatai.com คนส. ชี้ 'ม.มหิดล' ควรสู้ตาม 'วิถีนักวิชาการ' แทนตั้ง กก.สอบ สถาบันสิทธิฯ ปมค้าน ม.44 http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70298 <p>เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ซัดผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิ<wbr>ดล หักล้างด้วยข้<wbr>อมูลและเหตุผลตามวิถีที่นัก<wbr>วิชาการที่เห็นต่างจะโต้แย้<wbr>งกันอย่างตรงไปตรงมา มากกว่าข่มขู่&nbsp;ด้วยการตั้ง กก.สอบ 'สถาบันสิทธิฯ และสันติ' หลังค้านการใช้ ม.44</wbr></wbr></wbr></wbr></p> <p><!--break--><!--break--></p> <p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://scontent.fbkk5-6.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/16998848_751186491711392_1248206758901202203_n.jpg?oh=67593b5cad168611ad92523db30157f7&amp;oe=594346F2" style="width: 500px; height: 375px;" /></p> <p>27 ก.พ. 2560 เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ออกแถลงการณ์ต่อกรณีมหาวิทยาลัยมห<wbr>ิดลแสดงท่าทีคุกคามการแสดงบ<wbr>ทบาททางวิชาการต่อสังคมของส<wbr>ถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศ<wbr>ึกษา ดังกล่าว</wbr></wbr></wbr></wbr></p> <p>โดยแถลการณ์ คนส. ระบุว่า สืบเนื่องจากกรณีที่สถาบันส<wbr>ิทธิมนุษยชนและสันติศึกษามห<wbr>าวิทยาลัยมหิดล ได้ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2560 เรื่อง “การใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจ<wbr>ักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2560 เป็นการใช้อำนาจเผด็จการและ<wbr>ขัดกับหลักนิติธรรม” โดยระบุว่าการใช้อำนาจในลัก<wbr>ษณะดังกล่าวมีความพร่ำเพรื่<wbr>อและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่ว<wbr>น โดยในหลายกรณี รัฐบาลและหน่วยงานที่มีอำนา<wbr>จหน้าที่ยังสามารถบังคับใช้<wbr>มาตรการตามกฎหมายทั่วไปได้ต<wbr>ลอดจนเรียกร้องให้หัวหน้าคณ<wbr>ะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่ง<wbr>ชาติยุติการใช้อำนาจตามมาตร<wbr>า 44 นั้น<br /><br />วันต่อมามหาวิทยาลัยมหิดลได<wbr>้ออกแถลงการณ์ตำหนิการออกแถ<wbr>ลงการณ์ของสถาบันสิทธิมนุษย<wbr>ชนฯ ว่า มิใช่การใช้เสรีภาพทางวิชาก<wbr>าร เป็นการแอบอ้างชื่อมหาวิทยา<wbr>ลัยมหิดลในทางที่เกิดความเส<wbr>ียหายต่อชื่อเสียงของมหาวิท<wbr>ยาลัย และทางมหาวิทยาลัยจะตั้งคณะ<wbr>กรรมการสอบข้อเท็จจริงและพิ<wbr>จารณาทางวินัยต่อไป<br /><br />เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิ<wbr>ทธิพลเมือง (คนส.) จึงขอแถลงท่าทีต่อกรณีดังกล<wbr>่าว ดังนี้ 1. คนส. ขอให้กำลังใจและสนับสนุนการ<wbr>แสดงบทบาททางวิชาการของสถาบ<wbr>ันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษ<wbr>า ที่แสดงความเห็นและท่าทีต่อ<wbr>สาธารณะในสถานการณ์ที่มีแนว<wbr>โน้มคุกคามสิทธิมนุษยชน อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าสถ<wbr>าบันสิทธิมนุษยชนฯ ตระหนักในบทบาทของสถาบันวิช<wbr>าการที่มีพันธกิจต่อสังคม ไม่แยกขาดตนเองออกจากสังคม แต่เชื่อมโยงการเรียนรู้และ<wbr>การศึกษาวิจัยด้านสิทธิมนุษ<wbr>ยชนที่สัมพันธ์กับสังคมอีกท<wbr>ั้งการทำหน้าที่ของสถาบันสิ<wbr>ทธิมนุษยชนฯ ก็มิได้จำกัดอยู่เพียงเสรีภ<wbr>าพทางวิชาการ แต่ยังเป็นการทำหน้าที่ในฐา<wbr>นะนักวิชาการบนฐานของความรู<wbr>้และความเชี่ยวชาญในวิชาสิท<wbr>ธิมนุษยชน ซึ่งสะท้อนถึงสำนึกแห่งอาชี<wbr>วปฏิญาณและจรรยาบรรณทางวิชา<wbr>การ สมดังคำขวัญของมหาวิทยาลัยม<wbr>หิดลว่า “ปัญญาของแผ่นดิน” และในกรณีนี้ ก็เป็นการแสดงท่าทีต่อสาธาร<wbr>ณะเพื่อชี้ให้เห็นถึงอันตรา<wbr>ยของการใช้อำนาจที่ปราศจากก<wbr>ารตรวจสอบถ่วงดุลและขาดความ<wbr>ชอบธรรมภายใต้รัฐบาลที่มาจา<wbr>กคณะรัฐประหาร จึงถือได้ว่า สถาบันสิทธิมนุษยชนฯได้แสดง<wbr>ออกถึงความกล้าหาญทางวิชากา<wbr>รที่สมควรได้รับการยกย่องสร<wbr>รเสริญและปกป้อง<br /><br />2. คนส. ขอแสดงความเสียใจต่อท่าทีขอ<wbr>งผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล<wbr>ที่ออกแถลงการณ์ตำหนิสถาบัน<wbr>ในสังกัดของตนเอง และขอเรียกร้องให้มหาวิทยาล<wbr>ัยมหิดลยุติการดำเนินการทาง<wbr>วินัยต่อคณาจารย์สถาบันสิทธ<wbr>ิมนุษยชนฯ คนส. ไม่เห็นว่า แถลงการณ์ดังกล่าวของสถาบัน<wbr>สิทธิมนุษยชนฯ จะเป็นการแอบอ้างชื่อมหาวิท<wbr>ยาลัยในทางที่ก่อให้เกิดควา<wbr>มเสียหายต่อชื่อเสียงของมหา<wbr>วิทยาลัยแต่อย่างไร ในอดีตก็มีบุคลากรของมหาวิท<wbr>ยาลัยมหิดล ทั้งในนามบุคคลและในนามมหาว<wbr>ิทยาลัยได้ออกมาแสดงท่าทีทา<wbr>งการเมืองเรียกร้องกดดันให้<wbr>เลื่อนการเลือกตั้งออกไป กระทั่งให้รัฐบาลที่มาจากกา<wbr>รเลือกตั้งลาออก ซึ่งหากพิจารณาบริบทในขณะนั<wbr>้นก็อาจถือได้ว่าหมิ่นเหม่ต<wbr>่อการผิดวินัยราชการแต่ก็ไม<wbr>่ปรากฏว่าผู้บริหารมหาวิทยา<wbr>ลัยขณะนั้นจะมีการตำหนิการก<wbr>ระทำดังกล่าวแต่อย่างใด<br /><br />3. คนส.ขอเสนอว่า หากผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิ<wbr>ดลมีความเห็นและทัศนะที่แตก<wbr>ต่างจากสถาบันสิทธิมนุษยชนฯ<wbr>&nbsp;ก็ควรจะชี้แจงหักล้างด้วยข้<wbr>อมูลและเหตุผลตามวิถีที่นัก<wbr>วิชาการที่เห็นต่างจะโต้แย้<wbr>งกันอย่างตรงไปตรงมาดังเช่น<wbr>ที่สถาบันสิทธิมนุษยชนฯ ได้แสดงเหตุผลประกอบในแถลงก<wbr>ารณ์ แต่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยไม่<wbr>ควรใช้วิธีการข่มขู่ด้วยการ<wbr>ตั้งคณะกรรมการสอบสวนและดำเ<wbr>นินการทางวินัยเพื่อปิดกั้น<wbr>การแสดงความเห็นทางวิชาการข<wbr>องสถาบันฯการดำเนินการดังกล<wbr>่าวจะยิ่งเป็นการแสดงชัดเจน<wbr>ว่า ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดลเ<wbr>ลือกที่จะเอนเอียงเข้าข้างแ<wbr>ละปกป้องการใช้อำนาจอันไม่ช<wbr>อบธรรมที่มาจากรัฐประหาร ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อชื่อเสี<wbr>ยงภาพพจน์และสถานะของมหาวิท<wbr>ยาลัยมหิดลเองในระยะยาว<br /><br />คนส. ขอยืนยันในสิทธิเสรีภาพ<wbr>แสดงความคิดเห็นทางการเมือง<wbr>&nbsp;สิทธิวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลใ<wbr>นกรณีการปฏิบัติที่ไม่เป็นไ<wbr>ปตามหลักนิติธรรม และการเคารพปกป้องหลักการสิ<wbr>ทธิมนุษยชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร<wbr>้างสังคมที่สงบสุขและเป็นปร<wbr>ะชาธิปไตย</wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></wbr></p> <p>&nbsp;</p> <div class="field field-type-link field-field-related-link"> <div class="field-label">เรื่องที่เกี่ยวข้อง:&nbsp;</div> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> <a href="/journal/2017/02/70283" target="_blank">ม.มหิดล ระบุเตรียมตั้ง กก.สอบ &#039;สถาบันสิทธิฯ และสันติ&#039; หลังค้านการใช้ ม.44</a> </div> </div> </div> <div class="field field-type-text field-field-feed-pr"> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai </div> </div> </div> http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70298#comments ข่าว การเมือง สิทธิมนุษยชน การศึกษา ม.44 มหาวิทยาลัยมหิดล วัดพระธรรมกาย วิถีนักวิชาการ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง Mon, 27 Feb 2017 06:13:13 +0000 user007 70298 at http://www.prachatai.com จ่อเพิกถอนใบอนุญาต GMMb หลังทิ้งสมาชิก http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70295 <p><!--break--><!--break--></p> <div>26 ก.พ. 2560 นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ครั้งที่ 7/60 วันจันทร์ที่ 27 ก.พ. 60 มีวาระการประชุมน่าจับตา ได้แก่ กสท.จะพิจารณามาตรการชดเชยเยียวยาผู้ใช้บริการ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด กรณี บริษัทฯ แจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการให้บริการ 30 ช่องรายการ โดย บริษัทฯได้เสนอมาตรการเยียวยาในลักษณะของการให้กล่องรับสัญญาณดาวเทียม CTH &nbsp;พร้อมรับชมแพ็กเกจ Beyond CTHZ Package ฟรี นาน 4 เดือน 8 &nbsp;เดือน และ 12 เดือน และหากลูกค้าไม่ยอมรับการชดเชยต้องคืนเงินให้กับลูกค้าโดยหลักการคืนในจำนวนเงินตามวันที่ไม่ได้รับ ต่อมาบริษัท ซีทีเอช เคเบิ้ลทีวี จำกัด ได้ยกเลิกการให้บริการแพ็คเกจดังกล่าวและยุติการให้บริการโครงข่ายฯ แล้ว เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 59 &nbsp;ดังนั้น มาตรการชดเชยเยียวยาที่บริษัทจีเอ็มเอ็มบี ฯ เสนอจึงไม่สามารถดำเนินการได้ &nbsp;ซึ่งคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ ได้เชิญบริษัทจีเอ็มเอ็มบีฯ เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม &nbsp;แต่บริษัทฯ ปฏิเสธการเข้าร่วม และไม่ชี้แจงข้อเท็จจริงใดๆ ให้ สำนักงาน กสทช. ทราบภายในระยะเวลาที่กำหนด &nbsp;คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ จึงเสนอให้ กสท.มอบหมายให้คณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการโทรทัศน์ ติดตามตรวจสอบ ว่าบริษัท จีเอ็มเอ็ม บีฯ ได้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตหรือไม่ หากพบว่า บริษัท จีเอ็มเอ็ม บีฯ มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการตาม ข้อ 19 ข้อ 20 &nbsp;และ ข้อ 21 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 &nbsp;หรือดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเห็นควรเพิกถอนใบอนุญาตเช่นเดียวกับกรณีของบริษัท ซีทีเอชฯ</div> <div>&nbsp;</div> <div>นอกจากนี้ กสท. เตรียมถกเรื่องร้องเรียนผ่านระบบ Call Center ขอให้ตรวจสอบเนื้อหารายการ หยิบข่าวมาคุย ออกอากาศผ่านช่อง Peace TV เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 60 เวลาประมาณ 11.00 น. อาจมีเนื้อหาเป็นการต้องห้ามมิให้ออกอากาศตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 97/2557 ฉบับที่ 103/2557 รวมทั้งอาจขัดต่อข้อกำหนดในบันทึกข้อตกลงที่ได้ทำไว้ร่วมกับสำนักงาน กสทช. และ มาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 รวมทั้งจะมีการพิจารณา วาระการปรับเปลี่ยนการจัดระดับความเหมาะสมของละครเรื่อง “ป่ากามเทพ” ออกอากาศทางช่องรายการ GMM 25 เนื่องจากมีการนำเสนอฉากเกี่ยวกับกิริยาท่าทางที่สื่อความหมายทางเพศ และแสดงค่านิยมเรื่องเพศที่ไม่เหมาะกับสังคมและวัฒนธรรมไทย รวมทั้งมีการใช้ภาษาที่ไม่สุภาพ และใช้ความรุนแรงต่อผู้อื่น ซึ่งเนื้อหาละครอาจไม่สอดคล้องกับระดับความเหมาะสมกับระดับ ท (รายการที่เหมาะสมสำหรับผู้ชมทุกวัย) ที่ได้จัดไว้</div> <div>&nbsp;</div> <div>วาระอื่น ๆ น่าติดตาม ได้แก่ วาระเรื่องร้องเรียน กรณีการตรวจสอบพบการออกอากาศรายการ “เล่นใหญ่ จัดใหญ่” ทางช่องรายการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ช่อง Bright TV มีโฆษณาแฝง วาระการต่อใบอนุญาตช่องรายการ 24 TV(ยี่สิบสี่ทีวี) วาระกรณีการตรวจสอบพบการออกอากาศของสถานีวิทยุกระจายเสียงมายฮาร์ทเรดิโอ FM 100.00 MHz จังหวัดสงขลา ประเภทกิจการสาธารณะไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง และวาระอื่นๆ ติดตามในการประชุมวันที่ 27 ก.พ. นี้</div> <div>&nbsp;</div> <div>&nbsp;</div> <div class="field field-type-text field-field-feed-pr"> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai </div> </div> </div> http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70295#comments ข่าว คุณภาพชีวิต ไอซีที สังคม GMMb กสทช. Sun, 26 Feb 2017 14:34:57 +0000 user15 70295 at http://www.prachatai.com หมายเหตุประเพทไทย #146 แฟนคลับฟุตบอลไทยลีก-ศูนย์รวมความภักดีท้องถิ่น http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70294 <p><!--break--><!--break--></p> <p style="text-align: center;"><iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/aQYsWzEjKSg" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p> <p>หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ เจนวิทย์ เชื้อสาวะถี และปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ พูดคุยกับ ชาลินี สนพลาย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เขียนวิทยานิพนธ์หัวข้อ <em>บทบาทของสโมสรชลบุรี เอฟซี (Chonburi Football Club) ในการรักษาและสร้างฐานเสียงทางการเมืองของกลุ่ม "เรารักชลบุรี"</em></p> <p>ทั้งนี้สโมสรฟุตบอลในภูมิภาคได้กลายเป็นตัวแสดงตัวใหม่ในเวทีการเมืองท้องถิ่น เป็นตัวเชื่อมให้ผู้เลือกตั้งในฐานะแฟนบอลได้เจอกับนักการเมืองที่มีบทบาทเป็นผู้บริหารสโมสรฟุตบอล ในระยะเวลาอันใกล้นี้เกิดปรากฏการณ์ที่นักการเมืองระดับชาติและท้องถิ่นผันตัวเป็นผู้บริหารสโมสรฟุตบอลลีกระดับต่างๆ ทั้งเนวิน-กรุณา ชิดชอบ แห่งสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด หรือวิทยา คุณปลื้ม แห่งสโมสรชลบุรี เอฟซี ฯลฯ ขณะเดียวกันแต่ละสโมสรฟุตบอลก็เกิดชุมชนของแฟนคลับทีมฟุตบอลที่นอกจากจะเชียร์ทีมฟุตบอลทีมรักเสมือนเป็นความภาคภูมิใจของบ้านเกิดแล้ว บ่อยครั้งฐานแฟนคลับฟุตบอลยังแปรผันเป็นฐานเสียงสำคัญทางการเมืองอีกด้วย ทั้งหมดนี้เปลี่ยนภูมิทัศน์ของท้องถิ่นในประเทศไทยอย่างไรติดตามได้ในรายการหมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้</p> <p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/1/775/33126751465_85d1d307cc_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" /></p> <p><span style="color:#0000cd;">ติดตามรายการหมายเหตุประเพทไทยย้อนหลังที่</span></p> <p><a href="https://www.facebook.com/maihetpraphetthai"><span style="color:#0000cd;">https://www.facebook.com/maihetpraphetthai</span></a><span style="color:#0000cd;">&nbsp;หรือ</span></p> <p><a href="https://www.youtube.com/playlist?list=PLyjd9jzMpO2Xby4FyxWMwY8auIFY01eVQ"><span style="color:#0000cd;">https://www.youtube.com/playlist?list=PLyjd9jzMpO2Xby4FyxWMwY8auIFY01eVQ</span></a></p> <div class="field field-type-link field-field-related-link"> <div class="field-label">เรื่องที่เกี่ยวข้อง:&nbsp;</div> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> <a href="/journal/2014/11/56393" target="_blank">ชวนไปดูบอลไทย: สนามไหนมีอะไรน่าสนใจ, ชาลินี สนพลาย</a> </div> </div> </div> <div class="field field-type-text field-field-feed-pr"> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai </div> </div> </div> http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70294#comments ข่าว วัฒนธรรม สังคม กีฬา ชลบุรี ชลบุรี เอฟซี ชาลินี สนพลาย ท้องถิ่น ท้องถิ่นนิยม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฟุตบอล ฟุตบอลไทยลีก ภูมิภาค วิทยา คุณปลื้ม หมายเหตุประเพทไทย เนวิน ชิดชอบ Sun, 26 Feb 2017 13:42:46 +0000 user8 70294 at http://www.prachatai.com ห้ามอูเบอร์รับผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70293 <div>ผอ.สุวรรณภูมิแจงเหตุไม่อนุญาตรถอูเบอร์เข้ามารับผู้โดยสาร เนื่องจากไม่จดทะเบียนเป็นรถขนส่งสาธารณะ ไม่เปิดมิเตอร์ เข้าข่ายมีความผิดตามข้อกำหนดของ ทอท.ว่าด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัย</div> <p><!--break--><!--break--></p> <div style="text-align: center;">&nbsp;</div> <div style="text-align: center;"><img alt="" src=" https://farm1.staticflickr.com/588/22816354520_606b31638d_z_d.jpg " style="width: 550px; height: 366px;" /></div> <div style="text-align: center;">&nbsp;</div> <div style="text-align: center;"><a href="https://www.flickr.com/photos/noelinthebahamas/22816354520/in/photolist-ALcMhL-qarCjs-rv9fhR-pQYgk6-FMPhve-2GdGoA-5AaTzt-aSvc7H-jmH9xD-ry8tJL-pT7uRg-SpdSiQ-qC4MZ2-s2pNmW-qxwUMF-2zpSDd-EQCDLv-FE28kF-FKTeoM-p9Wb9L-9HfyDf-qPRtHp-pHK4UQ-sJCFqq-qDqwS7-qwgrAp-pt7QYz-GwDcfL-pHqWxk-qzXn6d-wiEsF7-GLtauh-qZpUP8-e7kfsg-wiSSQu-D5AW5X-qqdQrn-pEbtdd-oM346F-paVf5G-qC4MLr-pAiNPr-pyMvk8-LZeszN-qBR6Bg-rts4Zq-E3VZer-pS2B1a-5kUHRG-qAVp9y"><span style="color:#ff8c00;"><strong>ที่มาภาพประกอบ: noeltock (CC BY-NC 2.0)</strong></span></a></div> <div>&nbsp;</div> <div>26 ก.พ. 2560 <a href="http://www.tnamcot.com/content/663546">สำนักข่าวไทย</a> รายงานว่านายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ตามที่มีเพจข่าวด้านการท่องเที่ยวชื่อดังในสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข่าวเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ควบคุมตัวผู้ให้บริการรถอูเบอร์ไม่ให้รับผู้โดยสารที่จะมาใช้บริการและมีการเชิญผู้ให้บริการคนดังกล่าวออกนอกพื้นที่ไปนั้น &nbsp;ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้มีผู้ให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก &nbsp;โดยส่วนใหญ่เห็นว่าควรจะให้รถอูเบอร์เข้ามาให้บริการใน ทสภ.ได้ เนื่องจากมีการบริการที่ดีกว่ารถแท็กซี่ที่ให้บริการอย่างถูกต้องใน ทสภ.</div> <div>&nbsp;</div> <div>นายศิโรตม์ &nbsp;กล่าวว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ ทสภ.ครั้งนี้เป็นการกระทำตามหน้าที่ที่เป็นไปตามข้อกำหนดของ ทอท.และกฎหมาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 เวลาประมาณ 16.50 น. เจ้าหน้าที่ ทสภ.ตรวจพบนายพลภัทร สวรรคโลก สมาชิกเครือข่ายอูเบอร์ (Uber) นำรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน อัลเมร่า สีเทา ทะเบียน &nbsp;2 กญ-4139 กทม.เข้ามาจอดรอเปิดสัญญาณแอ็พอูเบอร์ บริเวณชานชาลาด้านนอก ชั้น 2 ประตู 5 เพื่อรอรับผู้โดยสารชาวญี่ปุ่น &nbsp;2 คน ไปส่งโรงแรมเลอเมอริเดียนราคาแบบเหมาจ่าย 300 บาท ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำเข้าข่ายความผิดตามข้อกำหนดของทอท.ว่าด้วยการดำเนินมาตราการรักษาความปลอดภัย ในข้อ 5(4) ซึ่งกำหนดให้พื้นที่บริเวณชานชาลา และถนนหน้าอาคารผู้โดยสารชั้น 1, 2 และ 4 เป็นพื้นที่ควบคุม ซึ่งต้องมีการปฏิบัติตามกฏ ระเบียบ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ ทอท.กำหนด และห้ามไม่ให้ผู้ใดปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยในข้อ 5(4) ระบุว่าห้าม “นำรถหรือยานพาหนะใด ๆ มาใช้ในการประกอบกิจการ หรือดำเนินการใด ๆ ลักษณะที่ผิดกฎหมาย หรือแสวงหาผลประโยชน์จากผู้โดยสารอากาศยาน ผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน หรือบุคคลใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ทอท.</div> <div>&nbsp;</div> <div>สำหรับรถของนายพลภัทร เข้ามาเรียกรับผู้โดยสารเป็นการนำรถมาใช้ผิดประเภทตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก &nbsp;อีกทั้งยังเป็นการให้บริการรถสาธารณะโดยไม่เปิดมาตรมิเตอร์ ดังนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่พบจึงจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด โดยเบื้องต้นได้แจ้งข้อกำหนดของ ทอท.ให้นายพลภัทร รับทราบ พร้อมทั้งเชิญให้ออกนอกพื้นที่ท่าอากาศยาน ซึ่งถือเป็นพื้นที่ควบคุม และเนื่องจากรถที่นายพลภัทรเป็นรถส่วนบุคคลแต่นำมาใช้เรียกรับผู้โดยสาร ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจึงออกใบสั่งในข้อหาใช้รถผิดประเภท และโดนเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 2,000 บาท รวมทั้งถูกเชิญตัวมาทำประวัติด้วย</div> <div>&nbsp;</div> <div>นายศิโรตม์ กล่าวว่า การที่ ทอท.ต้องมีข้อกำหนดลักษณะเช่นนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ ทอท. ประสบปัญหาจากการที่มีผู้ที่เป็นไกด์ผี แท็กซี่เถื่อนเข้ามารบกวนและเรียกรับผู้โดยสาร ซึ่งก่อความรำคาญและเดือดร้อนแก่ผู้โดยสารอย่างมาก ดังนั้น เพื่อให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการเกิดความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน &nbsp;รวมทั้งเพื่อให้การบริการรถสาธารณะภายในท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ ทอท. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย &nbsp;จึงจำเป็นต้องมีการออกข้อกำหนดดังกล่าว เพื่อให้สามารถจับกุมและลงโทษผู้กระทำความผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตรถแท็กซี่อูเบอร์มีการจดทะเบียนได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากกรมการขนส่งทางบกและมีการขอเข้ามาประกอบธุรกิจภายในท่าอากาศยานอย่างถูกต้อง ทสภ.จึงจะสามารถอนุญาตให้รถแท็กซี่อูเบอร์เข้ารับผู้โดยสารได้</div> <div>&nbsp;</div> <div>นายศิโรตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทสภ.ให้ความสำคัญในการกำกับดูแลรถแท็กซี่สาธารณะที่เข้ามาให้บริการ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและให้บริการผู้โดยสารให้ได้รับความสะดวกและความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งที่ผ่านมามีนโยบายเข้มงวดกวดขันให้ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ภายใน ทสภ. เปิดมิเตอร์ให้บริการผู้โดยสารทุกคัน โดยจัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบการให้บริการอย่างสม่ำเสมอ หากพบผู้ขับขี่รถแท็กซี่คันใดไม่คิดค่าบริการตามที่กฏหมายกำหนด จะมีบทลงโทษโดยการสั่งระงับรหัสผู้ขับขี่ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ขับขี่ดังกล่าวไม่สามารถเข้ามาให้บริการภายใน ทสภ.เป็นการชั่วคราวหรือเป็นการถาวรได้ ซึ่งที่ผ่านมาลงโทษผู้ขับขี่รถแท็กซี่ที่ได้รับการร้องเรียนว่ามีการกระทำไม่เหมาะสมทุกราย ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้โดยสารที่ใช้บริการรถแท็กซี่โปรดเก็บสลิปบัตรการใช้บริการฯ ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อประโยชน์ในการติดตามข้อมูลสำคัญต่าง ๆ หากเกิดกรณีขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นกรณีหลงลืมสัมภาระหรือติดต่อร้องเรียนการให้บริการด้านอื่น ๆ เนื่องจาก ทสภ. มีระบบการลงทะเบียนและฐานข้อมูลประวัติของผู้ขับขี่รถแท็กซี่ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ทันที</div> <div>&nbsp;</div> <div>&nbsp;</div> <div>&nbsp;</div> <div class="field field-type-text field-field-feed-pr"> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai </div> </div> </div> http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70293#comments ข่าว ต่างประเทศ เศรษฐกิจ สังคม ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อูเบอร์ Sun, 26 Feb 2017 11:27:21 +0000 user15 70293 at http://www.prachatai.com เสนอใช้ Negative Income Tax และ Micro Finance แทนแจกเงินให้คนจน http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70291 <div>คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เสวนา ‘แจกเงินคนจน...สวัสดิการหรือประชานิยม’ นักวิชาการเสนอใช้ Negative Income Tax และ Micro Finance แทนการแจกเงินให้คนจน&nbsp;</div> <p><!--break--><!--break--></p> <div>&nbsp;</div> <div>26 ก.พ. 2560 กลุ่มนักศึกษาวิชาสัมมนาเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะEco499 ร่วมกับ ศูนย์วิจัยนโยบายและประชาคมอาเซียน คณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต ได้จัดสัมมนาทางวิชาการ เรื่อง แจกเงินคนจน...สวัสดิการหรือประชานิยม ในช่วงเช้าของวันที่ 26 ก.พ.พ.ศ. 2560 อาคารรัตนคุณากร มหาวิทยาลัยรังสิต โดยมีเนื้อหาสรุปการสัมมนาทางวิชาการดังนี้&nbsp;</div> <div>&nbsp;</div> <div>ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ให้ความเห็นว่าการแจกเงินจะเป็น “ประชานิยม” หรือ “ระบบสวัสดิการ” ก็ได้ หากพัฒนาระบบการแจกเงินเป็น Negative Income Tax ให้กับผู้มีรายได้น้อย คือ ระบบสวัสดิการเงินโอนสำหรับผู้มีรายได้น้อย ไม่ใช่ “ประชานิยม” ตามความหมายที่สี่ หากแจกเงินเป็นครั้งคราวเมื่อประชาชนเดือดร้อนหรือประสบภัย ถือเป็น มาตรการแบบสังคมสงเคราะห์ ไม่ใช่ระบบสวัสดิการ เป็น “ประชานิยม” หรือไม่ดูที่เจตนาเป้าหมายว่า หวังได้รับความนิยมโดยไม่สนใจความมีวินัยทางการคลังและหลักการการบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่ดีหรือไม่ เราต้องทำความเข้าใจ คำว่า “ประชานิยม” “ระบบสวัสดิการ” และ ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศและแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจน กันก่อน การแจกเงินคนจน นั้น รัฐบาลควรมีการเก็บข้อมูล ติดตามการใช้จ่ายและประเมินผลว่า ประชาชนเอาเงินไปใช้จ่ายทำอะไรบ้างและเกิดผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร และ เงินที่ได้แจกไปถึงกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ ไม่ใช่เกิด Adverse selection คือ คนไม่จนจริงได้รับเงินช่วยเหลือ&nbsp;</div> <div>&nbsp;</div> <div>ดร.อนุสรณ์ กล่าวถึงคำนิยามของ ประชานิยม ว่าคำนิยามที่หนึ่ง “ประชานิยม” หมายถึง การให้ความสำคัญหรือให้คุณค่าแก่ประชาชน ในยุคกรีกและโรมันโบราณมีการถกเถียงกันมากว่า ประชาชนคนธรรมดาสามัญ รวมไปถึง คนชั้นล่างมีความสำคัญต่อประเทศหรือรัฐหรือไม่และมากน้อยแค่ไหน และคนเหล่านี้ควรมีส่วนร่วมทางการเมืองที่ระดับไหนและควรมีสิทธิเท่าชนชั้นสูงหรือไม่ ฝ่ายที่สนับสนุนแนวคิดแบบประชาธิปไตยเห็นด้วยกับการที่ประชาชนต้องปกครองตัวเอง และไม่มีความจำเป็นต้องเอาอภิชนมาปกครองอย่างเช่น พระราชาผู้เป็นปราชญ์ (Philosopher King) ตามแนวคิดของอริสโตเติล หรือ เพลโต&nbsp;</div> <div>&nbsp;</div> <div>คำนิยามที่สอง “ประชานิยม” หมายถึง แนวทางในการพัฒนา เป็นแนวทางการพัฒนาที่เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สองในประเทศแถบตะวันออกซึ่งเน้นไปที่การพัฒนาชนบทและภาคเกษตรกรรม ให้ความสำคัญกับเกษตรกรอิสระ เกษตรกรขนาดเล็กขนาดกลางและระบบสหกรณ์ แนวความคิดประชานิยมแบบนี้เป็นแนวคิดที่ต่อสู้กับแนวคิดที่เน้นหนักพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และการพัฒนาเมือง&nbsp;</div> <div>&nbsp;</div> <div>คำนิยามที่สาม “ประชานิยม” หมายถึง ประชานิยมในประเทศตะวันตก เช่น รัสเซีย และ สหรัฐอเมริกา ประชานิยมในศตวรรษที่ 19 เกิดขึ้นในรัสเซีย ประชานิยมในยุคนั้น หมายถึง ขบวนการเปลี่ยนแปลงสังคมที่เห็นว่าประชาชน คือ ส่วนสำคัญที่สุดประกอบไปด้วย ชาวนาเกษตรกร ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศนั่นเองประชานิยมที่ใช้คำว่า Populism ในภาษาอังกฤษแท้ๆที่ไม่ใช่การแปลมาจากภาษาอื่น ปรากฏครั้งแรกในปลายศตวรรษที่ 19 เป็นคำที่ใช้เรียกขานพรรคการเมืองและขบวนการเคลื่อนไหวของเกษตรกรในแถบ Midwest ตอนกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา มีการก่อตั้งพรรคประชาชน (People Party) ขึ้นในปี ค.ศ. 1892 และเรียกคนของพรรคนี้หรือคนนิยมพรรคนี้ว่า Populists หรือ พวกประชานิยม พวกนี้มีนโยบายมุ่งเน้นช่วยเหลือเกษตรกรและเชื่อว่า เกษตรกรที่เป็น “อิสรชน” จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยเข้มแข็ง พวกประชานิยมนี้มองว่า การเมืองถูกครอบงำโดยพรรคของกลุ่มทุนไม่ว่าจะเป็นพรรคแดโมแครตหรือพรรคริพับริกัน ประชาชนจึงควรมีทางเลือกที่สาม พรรคที่ให้ความสำคัญกับภาคชนบทและเกษตรกร&nbsp;</div> <div>&nbsp;</div> <div>คำนิยามที่สี่ “ประชานิยม” หมายถึง ประชานิยมในประเทศละตินอเมริกา ประชานิยมแบบละตินอเมริกานั้น ไม่ใช่ขบวนการปฏิรูป หรือ ขบวนการเปลี่ยนแปลงอะไรเป็นเพียงขบวนการทางการเมืองตามปรกติ ที่ใช้มาตรการหรือนโยบายเพื่อหาเสียงหาคะแนนนิยมชิงชัยในการเลือกตั้งเป็นสำคัญ นอกจากนี้ก็ไม่ได้เป็นแนวทางที่ยึดถืออุดมการณ์ทางเศรษฐกิจการเมืองลักษณะใดลักษณะหนึ่ง มุ่งสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างผู้นำกับประชาชนระดับล่าง คนยากคนจนและกรรมการในเมือง ประชานิยมแบบนี้รัฐมีบทบาทสูงในการแทรกแซงและชี้นำเศรษฐกิจและจัดสรรงบประมาณและสวัสดิการให้กับชนชั้นล่างอย่างชัดเจน</div> <div>&nbsp;</div> <div>ดร. อนุสรณ์เสนอให้มีการใช้ ภาษีเงินได้ทางลบ หรือ Negative Income Tax และ Micro Financeเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาประชาชนผู้มีรายได้น้อยหรือคนยากจนแทนการแจกเงิน Microfinance นั้นต้องการให้คนยากจนเข้าถึงสินเชื่อและบริการทางการเงินในระบบได้ การที่รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบอย่าง พิโกไฟแนนซ์ เป็นเรื่องดี ส่วนแนวคิดเรื่อง Negative Income Tax (NIT) ได้รับการกล่าวขานกันอย่างมากในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2505 ซึ่ง Milton Friedman นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลปี 2519 Freidman เสนอให้ใช้ NIT เพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาความยากจน ขณะเดียวกันก็ไม่บิดเบือนกลไกการทำงานของระบบตลาดเสรี มาตรการ NIT ไปประยุกต์ มักจะประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1.หลักประกันรายได้ขั้นต่ำ (Minimum Income Guarantee) หมายถึง การกำหนดว่าจะให้มีการประกันรายได้ขั้นต่ำค่าครองชีพของประชาชนว่าควรอยู่ในระดับใด โดยจะเป็นเส้นเดียวกับเส้นความยากจนหรือไม่ก็ได้&nbsp;</div> <div>&nbsp;</div> <div>2.จุดเงินได้สมมาตร (Break – even Point of Income) หมายถึง จุดที่ภาษีทางบวกและทางลบมีค่าเท่ากัน นั่นคือ - ผู้มีเงินได้เกินจุดสมมาตรจะต้องมีหน้าที่เสียภาษี (ภาษีทางบวก) - ผู้ที่มีเงินได้ต่ำกว่าจุดสมมาตรจะได้รับเงินจัดสรรจากรัฐบาล (ภาษีทางลบ) - ผู้ที่มีเงินได้ ณ จุดสมมาตรจะไม่มีหน้าที่ชำระภาษีทางบวกและไม่ได้รับเงินจัดสรรจากภาษีทางลบจากรัฐบาล ทั้งนี้ รัฐบาลอาจกำหนดให้จุดเงินได้สมมาตรมีค่าเท่ากับหลักประกันขั้นต่ำ ซึ่ง Milton Friedman เสนอให้หลักประกันรายได้ขั้นต่ำแก่คนจนเท่ากับจำนวนเงินที่กฎหมายอนุญาตให้ยกเว้นและลดหย่อนภาษีที่ผู้มีรายได้น้อยไม่ได้ใช้ และให้จำนวนนั้นเป็นจุดสมมาตรด้วย ในขณะที่ Robert J.Lampman เสนอให้ใช้เส้นความยากจนเพื่อประกันรายได้ขั้นต่ำและเป็นจุดสมมาตร&nbsp;</div> <div>&nbsp;</div> <div>และ 3.อัตราภาษีเงินได้ทางลบ (Negative Tax Rate) คือ หากเงินได้สุทธิของผู้มีหน้าที่เสียภาษีติดลบ เพราะเงินได้ที่แท้จริงน้อยกว่าหลักประกันรายได้ขั้นต่ำ ก็ให้นำเงินได้สุทธิคูณกับอัตราภาษีทางลบก็จะเท่ากับเงินโอนที่จะได้รับการจัดสรรจากรัฐ</div> <div>&nbsp;</div> <div>โดยข้อดีและข้อเสีย ของ Negative Income Tax (NIT) ข้อดีได้แก่ 1.สามารถนำไปจัดสวัสดิการให้ครอบคลุมถึงทุกครัวเรือนและบุคคลได้อย่างตรงเป้าหมาย (Well Targeted) 2.ช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการทำงานให้แก่คนยากจนที่ได้รับสวัสดิการจากรัฐ 3.การมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือขึ้นอยู่กับรายได้และขนาดของครอบครัว 4.สามารถทดแทน (ตามแนวคิด Freidman) หรือเพิ่มเติม (ตามแนวคิด Lampman) การให้สวัสดิการสังคมอื่น ๆจากรัฐ 5.สามารถนำไปปฏิบัติได้ง่าย มีต้นทุนการบริหารจัดการต่ำ และ 6.การใช้สูตรคำนวณที่ชัดเจน ช่วยหลีกเลี่ยงการใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงานของรัฐ ส่วนข้อเสียได้แก่ 1.การช่วยเหลือด้วยเงินสดอาจทำให้ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือนำไปใช้ในสิ่งไม่จำเป็น และ 2.ประชาชนที่จ่ายเงินภาษีอาจรู้สึกไม่พอใจที่จะต้องจ่ายเงินให้กับคนจน</div> <div>&nbsp;</div> <div>รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เห็นด้วยกับ การโอนเงินให้ผู้มีรายได้น้อย หรือ Negative Income Tax และการดำเนินนโยบายบางอย่างของรัฐบาลที่ผ่านๆมาก็ไม่ได้เป็นนโยบายประชานิยมแบบละตินอเมริกาทั้งหมด นโยบายบางอย่างควรจะเรียกว่า นโยบายนิยมประชาชนมากกว่า และเสนอให้มีการจัดตั้งสถาบันการเงินของคนงานขึ้นมา ประเทศไทยมีปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมาก การใช้ประชารัฐโดยเอาทุนขนาดใหญ่ผูกขาดมาขับเคลื่อนจะแก้ปัญหาไม่ได้&nbsp;</div> <div>&nbsp;</div> <div>ดร.โชคชัย สุทธาเวศ อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า รัฐบาลควรกระจายมั่งคั่งให้กับประชาชนผ่านนโยบายแนวสังคมประชาธิปไตย เห็นด้วยกับ ภาษีรายได้ทางลบ Negative Income Tax จะช่วยแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบได้ หากแจกเงินต้องดูด้วยว่า จะเกิด Negative Externalities ปัญหา Adverse Selection อย่างไร รวมทั้ง Moral Hazard ตอนนี้ กลุ่มแนวคิดแบบเสรีนิยมใหม่ได้นำเอาแนวคิด Workfare มาแทนคำว่า Welfare ของแนวคิดแบบรัฐสวัสดิการ ในสมัยรัฐบาลเลือกตั้งบางรัฐบาลไม่สามารถใช้นโยบายแจกเงินได้เพราะจะถูกกล่าวว่าเป็น “ประชานิยม” สร้างความเสียหายวินัยการเงินการคลัง จึงไปใช้นโยบายช่วยเหลือทางด้านค่าใช้จ่ายและจัดสวัสดิการแทนที่จะแจกเงินเหมือน รัฐบาล คสช. (แจกเงินให้ชาวนา ช้อปช่วยชาติหรือห้าง) หรือ รัฐบาลประชาธิปัตย์ (กรณีเช็คช่วยชาติ) รัฐบาลไทยรักไทย (พลังประชาชน/เพื่อไทย) จึงใช้นโยบายรถไฟฟรี รถเมล์ฟรี น้ำประปาไฟฟ้าฟรี หรือ แทรกแซงราคาสินค้าเกษตร ช่วยเหลือคนยากจนแทน&nbsp;</div> <div>&nbsp;</div> <div class="field field-type-text field-field-feed-pr"> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai </div> </div> </div> http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70291#comments ข่าว การเมือง คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคม ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ประชานิยม ภาษี อนุสรณ์ ธรรมใจ โชคชัย สุทธาเวศ Sun, 26 Feb 2017 10:36:53 +0000 user15 70291 at http://www.prachatai.com เงินเดือนและค่าใช้จ่ายของแรงงานในไต้หวันพุ่งสูงขึ้น http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70289 <div>เงินเดือนเฉลี่ยของแรงงานในไต้หวันพุ่งขึ้นแต่เมื่อหักลบปัจจัยจากราคาของสินค้าแล้วพบว่าเงินเดือนประจำเฉลี่ยต่อเดือนถอยหลังไปอยู่ในระดับเดียวกับเมื่อ 16 ปีก่อน ด้านแรงงานไทยนิยมไปทำงานในไต้หวันสูงสุด 74,937 คน</div> <p><!--break--><!--break--></p> <div>&nbsp;</div> <div>เว็บไซต์ <a href="http://news.pts.org.tw/article/350587">pts.org.tw</a> รายงานเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมาว่าทางการไต้หวันได้เปิดเผยตัวเลขเงินเดือนเฉลี่ยของแรงงานในไต้หวัน ในช่วงปีที่ผ่านมาว่ายอดเงินเดือนเฉลี่ยของแรงงานในไต้หวันพุ่งสูงขึ้นอย่างไรก็ตามเมื่อหักลบปัจจัยจากการขยับราคาของสินค้าแล้ว เงินเดือนประจำเฉลี่ยต่อเดือนถอยหลังไปอยู่ในระดับเดียวกับเมื่อ 16 ปีก่อน นอกจากนี้สำนักบัญชีกลางยังได้คำนวนเงินเดือนเฉลี่ยโดยหักในส่วนของแรงงานต่างชาติและเงินเดือนประเภททำงานเป็นรายชั่วโมง พบว่าแรงงานในไต้หวันมีเงินเดือนเฉลี่ยสูงถึง 51,241 เหรียญไต้หวัน สูงกว่าเงินเดือนเฉลี่ยที่คิดรวมทั้งหมดอยู่ค่อนข้างสูงมากทีเดียว ส่วนเงินเดือนเฉลี่ยของปีที่ 2559 อยู่ที่ 39,238 เหรียญไต้หวันต่อเดือน ขยับสูงจากปีที่แล้ว 1.35% และยอดเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 48,790 เหรียญไต้หวันต่อเดือน ลดลง 0.77% ถอยหลังไปอยู่ในระดับเดียวกับเมื่อ 16 ปีก่อน&nbsp;</div> <div>&nbsp;</div> <div><strong>แรงงานไทยนิยมไปทำงานในไต้หวันสูงสุด</strong></div> <div>&nbsp;</div> <div style="text-align: center;"><img alt="" src="http://www.rti.org.tw/upload/material/148617594647526.JPG" style="width: 550px; height: 411px;" /></div> <div style="text-align: center;">&nbsp;</div> <div style="text-align: center;"><span style="color:#ff8c00;"><strong>ที่มาภาพประกอบ: Radio Taiwan International</strong></span></div> <div>&nbsp;</div> <div>ข้อมูลจากกรมการจัดหางานระบุว่า แรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศ ณ เดือน ธ.ค.2559 จำนวนแรงงานที่ได้รับอนุญาตจาก กกจ. ให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศและยังคงทำงานอยู่ในต่างประเทศ มีทั้งสิ้น 153,999 คน โดยประเทศที่มีแรงงานไทยทำงานมากที่สุดคือไต้หวัน 74,937 คน ทำงานในตำแหน่งคนงานทั่วไป ช่างทั่วไป ช่างฝีมือ และช่างฝีมือระดับสูง โดยก่อนหน้านี้การทำงานในไต้หวันนั้นจะมีการเก็บเงินค่าดูแลแรงงานต่างชาติในไต้หวันประมาณ 5,000 เหรียญไต้หวันต่อเดือน แบ่งเป็น ค่าล่ามดูแลคนงาน ค่าอาหาร,ที่พัก ค่าประกันสุขภาพ และค่าประกันภัยแรงงาน แต่เมื่อต้นเดือน ก.พ. 2560 ที่ผ่านมาสภานิติบัญญัติของไต้หวันผ่านการแก้กฎหมายการจ้างงาน มาตรา 52 ใหม่ โดยค่าบริการจัดหางานงานจากแรงงานต่างชาติ อนุญาตให้บริษัทจัดหางานต่างประเทศเรียกรับได้ก่อนการเดินทางเท่านั้น ส่วนบริษัทจัดหางานไต้หวัน อนุญาตให้เรียกรับค่าบริการดูแลเป็นรายเดือนระหว่างที่แรงงานต่างชาติทำงานอยู่ที่ไต้หวัน ในอัตราค่าบริการปีแรกเดือนละ ไม่เกิน 1,800 เหรียญไต้หวัน ปีที่ 2 เดือนละไม่เกิน 1,700 เหรียญ ปีที่ 3 เป็นต้นไป เดือนละไม่เกิน 1,500 เหรียญไต้หวัน ซึ่งได้รวมค่าบริการต่อสัญญาใหม่และช่วยเปลี่ยนนายจ้างใหม่อยู่ด้วยแล้ว ห้ามมีการเรียกรับค่าบริการจัดหางาน ค่าต่อสัญญาใหม่หรือค่าบริการหานายจ้างใหม่จากแรงงานต่างชาติอีก หากฝ่าฝืนจะถูกลงโทษปรับเงิน 10-20 เท่าของค่าบริการที่เรียกรับ นอกจากนี้ ยังจะถูกพักใบอนุญาตเป็นเวลา 3 เดือน</div> <div>&nbsp;</div> <div class="field field-type-text field-field-feed-pr"> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai </div> </div> </div> http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70289#comments ข่าว ต่างประเทศ แรงงาน แรงงานไทยในไต้หวัน ไต้หวัน Sun, 26 Feb 2017 09:39:30 +0000 user15 70289 at http://www.prachatai.com เสวนา 'ไม่มีอะไรที่ ม.44 ทำไม่ได้' ระบุคนไทยได้ ม.44 เฉลี่ยสัปดาห์ละครั้ง http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70288 <div>เสวนาผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ “44 MISSION IMPOSSIBLE: ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีอะไรที่ ม.44 ทำไม่ได้?” เผยมีการออกคำสั่งจากมาตรา 44 แล้ว 138 ฉบับ เฉลี่ยสัปดาห์ละครั้ง-ใช้กว้างขวางแทบทุกเรื่อง ชี้แม้ ม.44 อาจจะสำเร็จในมุมของผู้ครองอำนาจเพราะเร็ว ง่าย สั่งการแล้วย้ายได้ทันที แต่การใช้อำนาจแบบนี้ไม่ได้แก้ปัญหาได้จริง</div> <p><!--break--><!--break--></p> <p style="text-align: center;"><img alt="&lt;--break- />" src="/sites/default/modules/wysiwyg/plugins/break/images/spacer.gif" title="&lt;--break-->"></p> <p style="text-align: center;"><a href="http://i2.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/live.png"><img alt="" sizes="(max-width: 385px) 100vw, 385px" src="http://i2.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/live.png?resize=385%2C384" srcset="http://i2.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/live.png?w=601 601w, http://i2.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/live.png?resize=150%2C150 150w, http://i2.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/live.png?resize=300%2C300 300w" /></a></p> <p>&nbsp;</p> <p>เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา <a href="http://www.tlhr2014.com/th/?p=3547">ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน</a> จัดเสวนาผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ “44 MISSION IMPOSSIBLE: ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีอะไรที่ ม.44 ทำไม่ได้?” เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนสถานการณ์ว่าด้วยการใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ในยุคของคสช. โดยมีวิทยากรร่วมแลกเปลี่ยน ได้แก่ ภาวิณี ชุมศรี ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, ณรงค์ศักดิ์ เนียมสอน จากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และพิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ นักสิทธิมนุษยชน</p> <p><strong>ทำไมถึงต้องมีมาตรา 44?</strong></p> <p>ณรงค์ศักดิ์ เนียมสอน เห็นว่าในขณะที่กำลังร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่ประกาศใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 ก.ค.57 โดยผู้ร่างสำคัญคือวิษณุ เครืองาม และพรเพชร วิชิตชลชัย ก็มีการเสนอแนวคิดว่าต้องร่างให้สามารถสนับสนุนการปฏิรูปต่างๆ ได้ คนที่สนับสนุนคสช. ก็เห็นว่าน่าจะมีสิ่งที่คล้ายๆ มาตรา 17 ในธรรมนูญชั่วคราวปี 2502 สมัยจอมพลสฤษดิ์ พูดง่ายๆ คือมีสิ่งที่ทำให้การรัฐประหารไม่เสียของเหมือนกับในปี 2549</p> <p>ภาวิณี ชุมศรี เห็นว่ามาตรา 44 กลายเป็นการใช้อำนาจของคสช.ที่ใช้ง่าย และสะดวก เป็นการใช้อำนาจโดยคสช.ที่ไม่ได้ที่มาจากกระบวนการปกติ แต่อ้างอิงการใช้อำนาจกับรัฐธรรมนูญที่ตนเองเป็นคนออก แล้วให้คสช.ออกคำสั่งต่อเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง ทั้งที่ปกติการออกกฎหมายแบบนี้ จำเป็นต้องใช้ผ่านข้าราชการประจำ หรือผ่านกลไกของรัฐที่มีอยู่เดิมตามกฎหมายนั้นๆ บทบัญญัติกว้างๆ ที่ให้อำนาจแบบนี้ จึงเป็นการเขียนออกมาเพื่อให้ตนเองทำงานได้</p> <p>พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ เห็นว่ามาตรา 44 ไม่ได้ต่างอะไรจากกฎอัยการศึก เพราะคำสั่งหัวหน้าคสช. มีผลในทั้งทางนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เป็นอำนาจเบ็ดเสร็จทุกอย่าง แต่ข้อดีคือสามารถอธิบายกับต่างชาติได้ง่ายกว่ากฎอัยการศึก ว่ามันอยู่ในรัฐธรรมนูญ มีที่มาที่ไปรองรับ และสิ่งที่ทำให้สะดวกแก่การใช้มากๆ คือมันบัญญัติว่าไม่ต้องรับผิด อยากใช้อำนาจแบบไหนก็ได้</p> <p style="text-align: center;"><a href="http://i1.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/3.jpeg"><img alt="" sizes="(max-width: 563px) 100vw, 563px" src="http://i1.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/3.jpeg?resize=563%2C313" srcset="http://i1.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/3.jpeg?w=1046 1046w, http://i1.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/3.jpeg?resize=300%2C167 300w, http://i1.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/3.jpeg?resize=768%2C427 768w, http://i1.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/3.jpeg?resize=1024%2C569 1024w, http://i1.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/3.jpeg?resize=150%2C83 150w" /></a></p> <p style="text-align: center;"><span style="color:#ff8c00;"><strong>เนื้อความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557</strong></span></p> <p><strong>ออกคำสั่งจากมาตรา 44&nbsp;แล้ว 138&nbsp;ฉบับ เฉลี่ยสัปดาห์ละครั้ง-ใช้กว้างขวางแทบทุกเรื่อง</strong></p> <p>ณรงค์ศักดิ์ เนียมสอน ได้ประมวลภาพรวมของการใช้มาตรา 44 โดยตั้งแต่เดือนก.ค.57 มีการออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับแรก ในเดือนธ.ค.57 &nbsp;ส่วนในปี 2558 มีการออกอีกอย่างน้อย 48 ฉบับ เฉลี่ยแล้วเดือนละ 4 ฉบับ โดยฉบับสำคัญคือคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 ซึ่งกลายเป็นภาพจำของคน ว่ามาตรา 44 มันคือเรื่องนี้ ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารเข้าจับกุมและตรวจค้นต่างๆ</p> <p>ต่อมาในปี 2559 มีการใช้ออกคำสั่งอีก 78 ฉบับ ปริมาณเพิ่มขึ้น เฉลี่ย 6.5 ฉบับต่อเดือน ส่วนปี 2560 มีการใช้ออกคำสั่งอีก 11 ฉบับ รวมแล้วในเวลา 2 ปี 7 เดือน หัวหน้าคสช.มีการใช้ออกมาตรา 44 ออกคำสั่งมาแล้ว 138 ฉบับ เฉลี่ย 4 ฉบับต่อเดือน หรือสัปดาห์ละหนึ่งฉบับ</p> <p>ณรงค์ศักดิ์ระบุว่าอาจจะแบ่งประเด็นที่มีการใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งได้เป็น 8 เรื่องคร่าวๆ ได้แก่ 1) เรื่องการจัดระเบียบสังคม เช่น เรื่องป้องกันการแข่งขันรถจักรยานยนต์, การควบคุมสถานบริการ, การป้องกันการทะเลาะวิวาทของนักเรียน/นักศึกษา &nbsp;2) คำสั่งที่ใช้เป็นเครื่องมือเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพ เช่น คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/58, 13/59 หรือ 41/59 ที่ให้อำนาจกสทช.ในการควบคุมการนำเสนอข่าวสาร</p> <p>3) คำสั่งที่ใช้เพื่อปะผุความผิดพลาดจากการออกกฎหมาย เช่น คำสั่งเรื่องเรียนฟรี 15 ปี เพื่อแก้ไขจากร่างรัฐธรรมนูญมีชัยที่กำหนดเรื่องเรียนฟรี 12 ปี, คำสั่งเรื่องกำหนดให้หน่วยงานรัฐมีหน้าที่อุปถัมภ์ทุกศาสนา เพื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่เน้นให้รัฐสนับสนุนพุทธศาสนานิกายเถรวาท &nbsp;&nbsp;4) คำสั่งที่ใช้กับเรื่องการเมือง โดยในบางคำสั่งจงใจใช้กับคนบางคน เช่น การถอดยศทักษิณ หรือเรื่องการให้อำนาจเจ้าหน้าที่จัดการกับคดีจำนำข้าวของคุณยิ่งลักษณ์ &nbsp;รวมทั้งเรื่องวัดธรรมกาย ก็เห็นว่าอยู่ในหมวดนี้</p> <p>5) เรื่องการปกครองท้องถิ่น ทั้งเรื่องการระงับการเลือกตั้งท้องถิ่น การปลดผู้ว่ากทม. การตั้งผู้ว่าเมืองพัทยาใหม่&nbsp; 6) คำสั่งเรื่องการจัดการกับองค์กรอิสระ เช่น การระงับการสรรหาคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย หรือคณะกรรมการกสทช.&nbsp; 7) การแต่งตั้ง/โยกย้ายข้าราชการ เรื่องนี้ออกคำสั่งเยอะมาก อย่างน้อย 22 ฉบับ มีคนได้รับผลกระทบหลักหลายร้อยคน โดยเรียกร้องความเป็นธรรมไม่ได้&nbsp; 8) เรื่องเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เช่น เรื่องการประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษ, การยกเว้นการใช้ผังเมือง การควบคุมอาคาร หรือการแก้ไขกฎหมายสิ่งแวดล้อม คำสั่งเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเอื้อต่อทุนใหญ่มากขึ้น</p> <p>ณรงค์ศักดิ์ สรุปนิยามแนวทางการใช้มาตรา 44 ว่ามีลักษณะเป็นการรวมศูนย์อำนาจ ไม่ต้องรับผิดชอบ ลดอำนาจท้องถิ่น และลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน</p> <p style="text-align: center;"><a href="http://i2.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/1.jpeg"><img alt="" sizes="(max-width: 567px) 100vw, 567px" src="http://i2.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/1.jpeg?resize=567%2C425" srcset="http://i2.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/1.jpeg?w=1280 1280w, http://i2.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/1.jpeg?resize=300%2C225 300w, http://i2.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/1.jpeg?resize=768%2C576 768w, http://i2.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/1.jpeg?resize=1024%2C768 1024w, http://i2.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/02/1.jpeg?resize=150%2C113 150w" /></a></p> <p>&nbsp;</p> <p><strong>ศาลปฏิเสธตรวจสอบการใช้อำนาจจากมาตรา 44</strong></p> <p>ภาวิณี ชุมศรี เห็นว่าทั้งในมาตรา 44 และตัวคำสั่งหัวหน้าคสช.หลายฉบับ มีคำสำคัญที่ถูกอ้างถึงเสมอคือ “เพื่อความรักษาความสงบเรียบร้อย” “เพื่อความมั่นคงในราชอาณาจักร” หรือ “เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน” คำแบบนี้ ในทางกฎหมาย มันเป็นคำที่กว้างขวางมาก และเอื้อต่อการเปิดโอกาสให้ใช้อำนาจตามอำเภอใจ &nbsp;คำพวกนี้กลายเป็นคำใช้อ้างในการใช้อำนาจไปในทางใดทางหนึ่ง เพื่อประโยชน์ของรัฐบาลเอง โดยไม่สามารถตรวจสอบการใช้อำนาจได้ และคำสั่งพวกนี้ก็จะอยู่ยาวต่อไป อย่างคำสั่งเรื่องวัดพระธรรมกายเอง ก็ไม่ได้มีกำหนดเวลาสิ้นสุดคำสั่ง</p> <p>แม้แต่ในกฎหมายปกติที่เกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างพ.ร.บ.ความมั่นคง, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือกฎอัยการศึก สองในกฎหมายสามฉบับนี้ มีการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนว่าประกาศได้ไม่เกินสามเดือน ในกฎอัยการศึกก็มีการกำหนดนิยาม ว่าเมื่อไรถึงต้องเลิก แต่พอคสช. ใช้ถ้อยคำอย่างเพื่อความสงบเรียบร้อย หรือเพื่อความมั่นคง คำถามคืออะไรจะเป็นเหตุให้มายกเลิกคำสั่งพวกนี้ได้ ทำให้เห็นว่ามันมีลักษณะเป็นการใช้อำนาจแบบยาวหรือถาวร ไม่ใช่กรณีพิเศษ</p> <p>แม้ในบทบัญญัติของมาตรา 44 เอง ที่ระบุว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเป็นที่สุด แต่ถ้าเราดูในคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/58, 13/59 หรือแม้แต่ 5/60 ที่มีการระบุว่าให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน นำมาตรา 17 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉินมาใช้โดยอนุโลม ซึ่งมาตรานี้พูดถึงว่าหากเจ้าหน้าที่กระทำไปตามคำสั่ง จะไม่ต้องรับผิดทางแพ่งและอาญา ก็ต่อเมื่อกระทำโดยสุจริต ไม่เกินสมควรแก่เหตุ และไม่เลือกปฏิบัติ &nbsp;คือมันยังมีช่องของการตรวจสอบการใช้อำนาจอยู่</p> <p>เราก็เคยพยายามร้องเรื่องการควบคุมตัวมิชอบตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/58 แต่ศาลก็ยกคำร้อง เพราะเห็นว่าเป็นเจ้าพนักงานตามคำสั่งนี้โดยชอบ จึงมีอำนาจในการควบคุมตัว เราก็พยายามอธิบายว่าแม้เป็นการใช้อำนาจตาม 3/58 แต่การใช้อำนาจนั้นก็ต้องไม่เกินสมควรแก่เหตุ มันไม่ใช่ใช้อำนาจตามคำสั่งนี้แล้วทำอะไรก็ได้ มันควรจะมีการรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจได้ แต่ปัญหาคือองค์กรตุลาการไม่ยอมรับในการตรวจสอบ ยิ่งทำให้คำสั่งนี้มีสภาพเป็นคำสั่งเด็ดขาดมากขึ้น คือมีสภาพตรวจสอบไม่ได้ และไม่ต้องรับผิด มากยิ่งขึ้นไปอีก</p> <p>ทั้งคำสั่งพวกนี้ ยังไปยกเว้นการใช้กฎหมายอาญาตามปกติ ที่เจ้าหน้าที่ซึ่งจะจับกุมผู้ต้องหา ต้องมีพยานหลักฐานไปออกหมายเรียกหรือหมายจับโดยศาล ถึงจะนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนได้ แต่คำสั่งลักษณะนี้ กลับให้อำนาจควบคุมตัวมาก่อน 7 วัน ไม่ต้องขอศาล ห้ามเจอญาติ-ทนายความ แล้วหลังจากนั้นก็อาจเอาคำสอบสวนโดยทหารนั้นมาดำเนินคดี ถ้าเราอยู่ในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย มันจะไม่สามารถมี “กฎหมาย” ที่มีหน้าตาแบบนี้ได้</p> <p>แม้แต่การควบคุมตัวโดยกฎอัยการศึกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดการซ้อมทรมานคน จนเสียชีวิตระหว่างคุมตัว ผู้เสียหายยังไปฟ้องเรียกค่าเสียหาย ศาลปกครองก็รับพิจารณา ถือว่ากรณีเป็นการละเมิด ศาลก็ตรวจสอบวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่นเดียวกัน ในกรณีคำสั่งจากมาตรา 44 ถ้าเจ้าหน้าที่ทำผิด ศาลก็ควรจะตรวจสอบได้</p> <p>&nbsp;</p> <p><strong>เลิกกฎอัยการศึก&nbsp;ใช้ ม.44 =&nbsp;เครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ของ คสช.</strong></p> <p>พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ เห็นว่าคสช. เองยังพยายามรักษาภาพลักษณ์ของไทยต่อนานาชาติ การใช้อำนาจโดยผ่านมาตรา 44 ทำให้ง่ายกว่าในการอธิบายกับนานาชาติ ยกตัวอย่างเช่น ไทยเป็นภาคีกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) เป็นกติการะหว่างรัฐ แต่ก็มีช่องว่างให้รัฐหลบหลีก แม้ใน ICCPR จะปกป้องสิทธิต่างๆ แต่ก็มีส่วนที่บอกว่ารัฐสามารถจะละเว้นจากการคุ้มครองสิทธิตามที่บัญญัติไว้นี้ได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เชื่อว่ารัฐไทยมีการแจ้งขอยกเว้นคุ้มครองสิทธิชั่วคราวช่วงที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก แต่การจะคงกฎอัยการศึกไว้ต่อไปเรื่อยๆ จะยิ่งทำให้ต่างชาติมองว่า “ประเทศไม่ปกติ” จะมีคำถามได้ว่าจะใช้ไปถึงเมื่อไร ไม่ปกติอย่างไร มีการตรวจสอบว่าจำเป็นแค่ไหนในการยกเว้นการคุ้มครองสิทธิ&nbsp; การใช้มาตรา 44 ในทางหนึ่ง จึงคือการทำให้ดูเหมือนประเทศกลับมาเป็น “ปกติ” ทั้งจากสายตาต่างชาติและความรู้สึกของคนในชาติด้วย แต่น่าสนใจว่า แล้วรัฐไทยได้ประกาศแจ้งยกเลิกเรื่องการยกเว้นคุ้มครองสิทธิชั่วคราวหรือยัง เมื่อมีการประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก</p> <p>พิมพ์สิริยังเห็นว่าการใช้คำในคำสั่งที่ออกตามมาตรา 44 ต่างๆ ทั้งเรื่องความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยต่างๆ มีความคล้ายคลึงกับหลายประเทศที่พยายามออกกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพ คือจะพยายามใช้คำกว้างๆ แบบนี้ และเพื่อให้เข้ากับข้อยกเว้นในสนธิสัญญาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศต่างๆ อย่างเช่น ข้อ 19 ใน ICCPR ที่คุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกและการแสดงความคิดเห็น แต่มีการระบุตอนท้ายว่าเสรีภาพเหล่านี้สามารถถูกจำกัดได้ด้วยเหตุผลเรื่องความมั่นคงของชาติ หรือความสงบเรียบร้อยต่างๆ โดยรัฐชาติต่างๆ เองก็เห็นช่องว่างนี้</p> <p>แต่ในกฎหมายระหว่างประเทศเอง ก็ขยายความว่าต่อให้อ้างความมั่นคงของชาติ หรือความสงบเรียบร้อย ก็ต้องเป็นไปตามคำจำกัดความตามกฎหมาย รวมทั้งต้องยึดหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน ว่าการจำกัดสิทธิเหล่านี้ มีความจำเป็นจริงๆ ไหม และมันได้สัดส่วนสมควรแก่เหตุไหม ก็ต้องอธิบายตรงนี้กับต่างชาติด้วย</p> <p>พิมพ์สิริยังเห็นว่าแม้ในหลายประเทศที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยมาก จะมีกฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพอย่างร้ายแรงเหมือนกัน แต่ประเทศส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้มีข้อกฎหมายที่ให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดขนาดมาตรา 44 ที่ให้อำนาจทั้งในทางนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ โดยที่ศาลก็ไม่เข้าไปตรวจสอบ</p> <p>&nbsp;</p> <p><strong>ผลการใช้มาตรา 44&nbsp;กับอนาคตสังคมไทย</strong></p> <p>ณรงค์ศักดิ์ เห็นว่าการใช้อำนาจจากมาตรา 44 ไม่เวิร์ค อาจจะเวิร์คในแง่จิตวิทยา หล่อเลี้ยงใจคนหรือมวลชนของคสช. แต่จากคำสั่ง 138 ฉบับ โดยส่วนตัวยังแทบไม่เห็นเรื่องไหนประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาต่างๆ คนที่ถูกใช้เองก็กลับรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม &nbsp;โดยหลังจากนี้ แม้จะมีรัฐธรรมนูญและเลือกตั้งใหม่แล้ว คำสั่งที่ประกาศออกมาโดยใช้มาตรา 44 เอง ก็จะยังอยู่ต่อไป เพราะในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญใหม่ มีการระบุว่าคำสั่งคสช.ต่างๆ จะยกเลิกได้ ต้องมีการประกาศออกมาเป็นพระราชบัญญัติ ไม่ได้ยกเลิกไปพร้อมคสช. &nbsp;ในส่วนของตัวมาตรา 44 ก็จะยังอยู่แม้จะประกาศรัฐธรรมนูญใหม่ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งและตั้งรัฐบาลใหม่ได้</p> <p>ด้านภาวิณี เห็นว่าการใช้อำนาจจากมาตรา 44 อาจจะสำเร็จในมุมของผู้ครองอำนาจ เพราะมันเร็ว ง่าย และทำได้เลย จับได้เลย สั่งการแล้วย้ายได้ทันที แต่การใช้อำนาจแบบนี้ไม่ได้แก้ปัญหาได้จริง อย่างเรื่องการใช้กับเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ ก็นำไปสู่การทวงคืนพื้นที่ มีชาวบ้านได้รับผลกระทบ หรือการไปจับคนเพราะออกมาแสดงความคิดเห็น ออกมาชุมนุมในเรื่องต่างๆ สิ่งเหล่านี้อาจได้ประโยชน์กับฝ่ายรัฐ แต่ในมุมกลับกัน กลับยิ่งเป็นการสั่งสมปัญหา และคนจะยิ่งเรียนรู้การใช้อำนาจลักษณะนี้ ว่าเกินขอบเขตและไม่มีความเป็นธรรม และประชาชนไม่ได้มีพื้นที่ ไม่ได้มีเสรีภาพ และไม่ได้มีส่วนร่วมกับการใช้อำนาจแบบนี้</p> <p>พิมพ์สิริ เห็นว่าภาพใหญ่ของการใช้มาตรา 44 คือการออกแบบประเทศให้เป็นอย่างที่คสช.ต้องการ ตามโรดแม็ป 20 ปี โดยดูเหมือนไม่มีวิธีไหนที่จะควบคุมทุกองคาพยพของระบบราชการให้ขยับได้ นอกจากการใช้คำสั่งที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จแบบนี้ มันคือความพยายามออกแบบระบบโครงสร้างของเศรษฐกิจ สังคม การเมืองของไทย ให้เป็นแบบที่เขาต้องการ แต่คนที่จะได้รับผลกระทบในอีก 20 ปีข้างหน้า กับการออกแบบประเทศที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงนี้ ไม่ใช่คนที่ออกกฎหมายหรือคำสั่งพวกนี้ แต่คือคนที่ยังไม่ได้แก่มาก เป็นคนรุ่นใหม่ๆ ที่จะต้องอยู่กับประเทศนี้ต่อไป</p> <p>&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <div class="field field-type-text field-field-feed-pr"> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai </div> </div> </div> http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70288#comments ข่าว การเมือง สิทธิมนุษยชน ม.44 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน Sun, 26 Feb 2017 08:28:48 +0000 user15 70288 at http://www.prachatai.com 'วัฒนา เมืองสุข' เผยโดนเชิญเข้าค่ายทหาร 27 ก.พ. นี้ http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70287 <p>วัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่าได้รับการติดต่อจากผู้บังคับกองพันท่านหนึ่งของกรมทหารราบที่ 21 แจ้งว่าผู้บังคับบัญชาอยากพบเพื่อขอข้อมูลบางประการ เห็นว่าเป็นการเชิญมาอย่างสุภาพจึงตอบรับจะไปที่กองทัพภาคที่ 1 ในวันที่ 27 ก.พ. นี้</p> <p><!--break--><!--break--></p> <div style="text-align: center;"><iframe allowtransparency="true" frameborder="0" height="778" scrolling="no" src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3D594965884032979%26id%3D100005587187129&amp;width=500" style="border:none;overflow:hidden" width="500"></iframe></div> <div>&nbsp;</div> <div>&nbsp;</div> <div>26 ก.พ. 2560 นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์ข้อความผ่านทาง<a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100005587187129">เฟซบุ๊กส่วนตัว</a>ว่าได้รับการติดต่อจากผู้บังคับกองพันท่านหนึ่งของกรมทหารราบที่ 21 แจ้งว่าผู้บังคับบัญชาอยากพบผมเพื่อขอข้อมูลบางประการ โดยนายวัฒนาระบุว่า<br /><br />"วานนี้ผมได้รับการติดต่อจากผู้บังคับกองพันท่านหนึ่งของกรมทหารราบที่ 21 แจ้งว่าผู้บังคับบัญชาอยากพบผมเพื่อขอข้อมูลบางประการ ขอเชิญผมไปพบในวันเวลาที่ผมสะดวก ผมเห็นว่าเป็นการเชิญมาอย่างสุภาพจึงตอบรับจะไปที่กองทัพภาคที่ 1 ในวันที่ 27 ก.พ. เวลา 10.00 น. หลายคนเมื่อทราบข่าวได้แสดงความเป็นห่วง บางคนคาดเดาว่าคงเป็นเพราะผมแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ขอให้ผมนำยาที่ต้องกินประจำติดตัวไปด้วยเผื่อต้องอยู่ยาว ผมตอบไปว่าการแสดงความคิดเห็นเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น คสช.หรือใครก็ไม่มีอำนาจมาควบคุมตัวผม การขอข้อมูลคงไม่ต้องใช้เวลานานนัก เสร็จเมื่อไรผมจะขอกลับเพราะยังมีอะไรที่ต้องทำอีกมาก"</div> <div>&nbsp;</div> <div>“ท่ามกลางข่าวร้ายก็ยังมีข่าวดี คดีที่ผมถูก คสช.ส่งทหารมาอุ้มไปควบคุมตัว และนำไปฟ้องศาลเพราะการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งศาลได้พิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่าเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญนั้น บัดนี้คดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ผมขอขอบคุณคุณนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทยและทีมงานที่ช่วยเป็นทนาย พร้อมทั้งเพื่อนๆ อีกหลายท่านที่ไปเป็นพยานให้ สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าสิทธิและเสรีภาพจะได้มาจากการต่อสู้เท่านั้น เผด็จการไม่เคยเมตตาหยิบยื่นให้ทั้งที่เป็นของประชาชนมาแต่แรก” นายวัฒนาระบุ</div> <div class="field field-type-text field-field-feed-pr"> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai </div> </div> </div> http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70287#comments ข่าว การเมือง วัฒนา เมืองสุข Sun, 26 Feb 2017 08:12:27 +0000 user15 70287 at http://www.prachatai.com สวนดุสิตโพลล์ชี้ประชาชนอยากให้ถอนกำลัง จนท. ออกจากวัดพระธรรมกาย 75.64% http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70286 <div>สวนดุสิตโพลล์เผยผลสำรวจ ประชาชนส่วนใหญ่สนใจข่าววัดพระธรรมกายมากที่สุด โดยอยากให้ถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกจากวัด 75.64% ด้านรัฐบาลเสียใจชายสูงวัยผูกคอตายร้องยกเลิก ม.44 คุมวัดธรรมกาย</div> <p><!--break--><!--break--></p> <div>&nbsp;</div> <div>26 ก.พ. 2560 สวนดุสิตโพลล์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “5 ข่าว” ที่ประชาชนให้ความสนใจ ณ วันนี้ โดยในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย จนกลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจ และเป็นข่าวเด่นขึ้นมา เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นและเป็นข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งจากผลสำรวจจำนวนทั้งสิ้น 1,248 คน ระหว่างวันที่ 20-25 ก.พ.2560 สรุปผลได้ ดังนี้</div> <div>&nbsp;</div> <div><strong>- อันดับ 1 ข่าววัดพระธรรมกาย 87.50%</strong></div> <div>&nbsp;</div> <div>เมื่อถามว่าความคาดหวังว่าจะจบลงอย่างไร?</div> <div>อันดับ 1 จนท.ถอนกำลังออกจากพื้นที่วัด ปัญหาคลี่คลาย 75.64%</div> <div>อันดับ 2 มีการดำเนินคดีตามกฎหมาย ว่าไปตามข้อเท็จจริง 71.79%</div> <div>อันดับ 3 ยืดเยื้อ ต้องใช้เวลาสักระยะ 64.74%</div> <div>&nbsp;</div> <div>เมื่อถามว่าสิ่งที่อยากฝากบอกผู้ที่เกี่ยวข้อง</div> <div>อันดับ 1ขอให้ทุกฝ่ายมีสติ ใจเย็น ไม่วู่วาม ไม่ใช้ความรุนแรง 81.41%</div> <div>อันดับ 2มีวิจารณญาณในการรับฟังข้อมูลข่าวสาร 80.13%</div> <div>อันดับ 3ขอให้ทุกคนช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา 66.03%</div> <div>&nbsp;</div> <div><strong>- อันดับ 2 ข่าวโรงไฟฟ้าถ่านหิน 72.44%</strong></div> <div>&nbsp;</div> <div>เมื่อถามว่าความคาดหวังว่าจะจบลงอย่างไร?</div> <div>อันดับ 1 ทั้ง 2 ฝ่าย เจรจาหาทางออกร่วมกัน 76.92%</div> <div>อันดับ 2 รัฐบาลชะลอโครงการ ศึกษาทบทวนอีกครั้ง 66.99%</div> <div>อันดับ 3 มีทางเลือกใหม่ หาพลังงานอื่นทดแทน 63.14%</div> <div>&nbsp;</div> <div>เมื่อถามว่าสิ่งที่อยากฝากบอกผู้ที่เกี่ยวข้อง</div> <div>อันดับ 1 ขอให้ทุกฝ่ายใจเย็น ประนีประนอม รับฟังซึ่งกันและกัน 73.72%</div> <div>อันดับ 2 เน้นเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน 60.90%</div> <div>อันดับ 3 ทุกคนควรใช้พลังงานอย่างประหยัด เห็นคุณค่า 55.77%</div> <div>&nbsp;</div> <div><strong>- อันดับ 3 ข่าวการสร้างความปรองดอง 68.27%</strong></div> <div>&nbsp;</div> <div>เมื่อถามว่าความคาดหวังว่าจะจบลงอย่างไร?</div> <div>อันดับ 1 มีคนกลางหรือผู้ที่มีอำนาจบารมีมาไกล่เกลี่ย 62.18%</div> <div>อันดับ 2 การสร้างความปรองดองสำเร็จ บ้านเมืองก้าวหน้า 57.05%</div> <div>อันดับ 3 คงจะยืดเยื้อ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย 56.41%</div> <div>&nbsp;</div> <div>เมื่อถามว่าสิ่งที่อยากฝากบอกผู้ที่เกี่ยวข้อง</div> <div>อันดับ 1 ถอยคนละก้าว ลดทิฐิ ไม่ใช้อารมณ์มาอยู่เหนือเหตุผล 61.86%</div> <div>อันดับ 2 ดำเนินการอย่างยุติธรรม เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย 59.94%</div> <div>อันดับ 3 ประชาสัมพันธ์ รณรงค์ถึงผลดีของความปรองดอง 54.17%</div> <div>&nbsp;</div> <div><strong>- อันดับ 4 ข่าวกฎหมายควบคุมสื่อ 65.38%</strong></div> <div>&nbsp;</div> <div>เมื่อถามว่าความคาดหวังว่าจะจบลงอย่างไร?</div> <div>อันดับ 1 มีการเจรจา หาข้อตกลงที่เหมาะสมร่วมกัน 63.78%</div> <div>อันดับ 2 ไม่มีข้อขัดแย้งหรือกระทบกระทั่งต่อกัน 58.97%</div> <div>อันดับ 3 ไม่แน่ใจ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทุกฝ่าย48.08%</div> <div>&nbsp;</div> <div>เมื่อถามว่าสิ่งที่อยากฝากบอกผู้ที่เกี่ยวข้อง</div> <div>อันดับ 1 ขอให้สื่อรักษาจรรยาบรรณ เป็นกลาง น่าเชื่อถือ 66.10%</div> <div>อันดับ 2 รัฐบาลต้องเปิดกว้าง รับฟังเพื่อสะท้อนมุมมองการทำงาน 57.37%</div> <div>อันดับ 3 ไม่ควรปิดกั้นการทำงานของสื่อ 43.91%</div> <div>&nbsp;</div> <div><strong>- อันดับ 5 ข่าว 7 สนช.ขาดประชุม 58.33%</strong></div> <div>&nbsp;</div> <div>เมื่อถามว่าความคาดหวังว่าจะจบลงอย่างไร?</div> <div>อันดับ 1 ผู้ที่ถูกพาดพิงออกมาชี้แจง แสดงความรับผิดชอบ 61.54%</div> <div>อันดับ 2 มีการตักเตือน พิจารณาตามเหตุและผลที่เป็นจริง 54.49%</div> <div>อันดับ 3 อาจจะตกลงกันหรือมีระเบียบข้อบังคับที่ชัดเจนขึ้น 51.28%</div> <div>&nbsp;</div> <div>เมื่อถามว่าสิ่งที่อยากฝากบอกผู้ที่เกี่ยวข้อง</div> <div>อันดับ 1 ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด 60.58%</div> <div>อันดับ 2 ตั้งใจทำงาน ซื่อสัตย์ ยึดหลักธรรมาภิบาล 56.73%</div> <div>อันดับ 3 ทำตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับหน่วยงานอื่นๆ 47.12%</div> <div>&nbsp;</div> <div><strong>รัฐบาลเสียใจชายสูงวัยผูกคอตายร้องยกเลิก ม.44 คุมวัดธรรมกาย</strong></div> <div>&nbsp;</div> <div><a href="http://www.tnamcot.com/content/663181">สำนักข่าวไทย</a> รายงานว่าพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่ชายสูงอายุผูกคอตาย หลังเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งตามมาตรา 44 ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายไม่สำเร็จ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสีย โดยกล่าวว่า ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้ความพยายามอย่างที่สุดในการเจรจาและเตรียมการช่วยเหลือ แต่ไม่อาจป้องกันได้ เพราะเกิดเหตุสุดวิสัย</div> <div>&nbsp;</div> <div>“อยากให้สติแก่สังคม โดยเฉพาะผู้ที่สนับสนุนวัดพระธรรมกาย ทั้งพระสงฆ์และศิษยานุศิษย์ ว่าไม่ควรปล่อยให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น และไม่ควรใช้ศรัทธาความเชื่อมั่นของผู้บริสุทธิ์เป็นเครื่องมือปกป้องผู้กระทำผิดเพียงไม่กี่คน แต่ท้ายที่สุดกลับออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่ลูกศิษย์ของตน รวมทั้งขอเรียกร้องว่า ไม่ควรกล่าวโทษคำสั่งตามมาตรา 44 ว่าเป็นสาเหตุ เพราะที่ผ่านมาผู้กระทำผิดไม่ยอมรับกฎหมาย แต่กลับแสวงหาประโยชน์จากผู้อื่น และใช้กฎหมู่หลบหนีความผิด ส่วนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจำเป็นต้องทำตามกฎหมาย หากไม่ทำก็จะเข้าข่ายละเลยการปฏิบัติหน้าที่”</div> <div>&nbsp;</div> <div>พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อถึงกรณีที่หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งที่ 12/2560 โดยให้นายพนม ศรศิลป์ พ้นจากตําแหน่ง ผอ.สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และให้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผบ.สำนักคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ มาดำรงตำแหน่งแทน ว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นไปเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารงานของสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ต้องดำเนินการสนองงานคณะสงฆ์และรัฐ ทำนุบำรุงส่งเสริมและพัฒนากิจการพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเพื่อปกป้องคุ้มครองไม่ให้พระศาสนาเกิดความมัวหมอง และประสานประโยชน์กับทุกฝ่ายนำไปสู่การปฏิรูปอย่างยั่งยืน</div> <div>&nbsp;</div> <div>ส่วนข้อวิจารณ์เรื่องคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งใหม่ว่าไม่เคยมีประสบการณ์ด้านงานศาสนามาก่อนนั้น โดยปกติผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของหน่วยงานจะสรรหาจากผู้ที่มีวิสัยทัศน์ด้านการบริหารและเคยเป็นผู้นำหน่วย ส่วนรายละเอียดในการปฏิบัติงานนั้น ยังมีรองผู้อำนวยการ หัวหน้าหน่วยระดับกลาง และหน่วยงานในระดับจังหวัดที่ร่วมกันขับเคลื่อนให้งานบรรลุผลสำเร็จ</div> <div class="field field-type-text field-field-feed-pr"> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai </div> </div> </div> http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70286#comments ข่าว การเมือง วัดพระธรรมกาย ศาสนา สวนดุสิตโพลล์ โพลล์ Sun, 26 Feb 2017 06:14:19 +0000 user15 70286 at http://www.prachatai.com ม.มหิดล ระบุเตรียมตั้ง กก.สอบ 'สถาบันสิทธิฯ และสันติ' หลังค้านการใช้ ม.44 http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70283 <p><!--break--><!--break--></p> <p style="text-align: center;"><iframe allowtransparency="true" frameborder="0" height="503" scrolling="no" src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fmahidol%2Fposts%2F10155962463964012&amp;width=500" style="border:none;overflow:hidden" width="500"></iframe></p> <div>&nbsp;</div> <div>26 ก.พ. 2560 <a href="https://www.facebook.com/mahidol/photos/a.221846669011.172968.53202464011/10155962463964012/?type=3">เพจ Mahidol University</a> ได้เผยแร่แถลงการณ์มหวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า &nbsp;"ตามที่กลุ่มบุคคลออกมาแถลงการณ์ในนามสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล คัดค้านการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2560นั้น มหาวิทยาลัยขอให้กลุ่มบุคคลยุติการกระทำดังกล่าวในทันที การกระทำดังกล่าวใช่เสรีภาพทางวิชาการ เป็นการแอบอ้างชื่อมหาวิทยาลัยในทางที่เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยมหิดลได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาทางวินัยต่อไป"</div> <div>&nbsp;</div> <div>อนึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมาใน<a href="https://www.facebook.com/IHRP.Mahidol/photos/pb.216958878435990.-2207520000.1488042511./987974224667781/?type=3&amp;theater">เพจของสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล</a> ได้เผยแพร่แถลงการณ์ หัวข้อ "การใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2560 เป็นอำนาจเผด็จการและขัดกับหลักนิติธรรม" <a href="http://prachatai.org/journal/2017/02/70278">(อ่านข่าวเพิ่มเติม: สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดลชี้ใช้ ม.44 พร่ำเพรื่อเป็นอำนาจเผด็จการ)</a></div> <div>&nbsp;</div> <div>&nbsp;</div> <div class="field field-type-text field-field-feed-pr"> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai </div> </div> </div> http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70283#comments ข่าว การเมือง สิทธิมนุษยชน ม.44 มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล Sun, 26 Feb 2017 05:27:20 +0000 user15 70283 at http://www.prachatai.com ภาคประชาชนเรียกร้องให้ไทยมีความรับผิดชอบต่อการลงทุนข้ามพรมแดน http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70282 <p>เครือข่ายชุมชนและภาคประชาสังคมเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานจากไทย ‘คุ้มครอง เคารพ และเยียวยา’ เมื่อเกิดการปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิมนุษยชนเนื่องจากการลงทุนข้ามพรมแดน</p> <p><!--break--><!--break--></p> <p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://farm4.staticflickr.com/3820/33120067305_848ea66f74_o_d.jpg" style="width: 600px; height: 400px;" /></p> <p>26 ก.พ. 2560 เครือข่ายชุมชนและภาคประชาสังคมและนักวิชาการได้ออก ‘แถลงการณ์แสดงจุดยืน: ความรับผิดชอบข้ามพรมแดนของไทยในประเทศเพื่อนบ้าน’ ระบุว่ารัฐบาลและหน่วยงานจากไทย ‘คุ้มครอง เคารพ และเยียวยา’ เมื่อเกิดการปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิมนุษยชนเนื่องจากการลงทุนข้ามพรมแดน รวมทั้งต้องมีหลักประกันว่ามาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม จะต้องได้รับการปฏิบัติที่ไม่ด้อยไปกว่ามาตรฐานตามกฎหมายไทยในประเทศที่ไปลงทุนหรือประกอบกิจการ แม้ว่าประเทศนั้น ๆ จะไม่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นไปตามมาตรการดังกล่าวก็ตาม</p> <p>โดยรายละเอียดทั้งหมดของแถลงการณ์แสดงจุดยืนมีดังต่อไปนี้</p> <p style="text-align: center;"><strong>แถลงการณ์แสดงจุดยืน:<br />ความรับผิดชอบข้ามพรมแดนของไทยในประเทศเพื่อนบ้าน<br />วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560</strong></p> <p>เราเป็นกลุ่มเครือข่ายชุมชนและภาคประชาสังคมในประเทศไทย ซึ่งมีความกังวลต่อผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากการลงทุนของไทยในประเทศเพื่อนบ้าน สอดคล้องกับพันธกิจของไทยที่มีต่อหลักการชี้นำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (Guiding Principles on Business and Human Rights - UNGPs)และสนธิสัญญาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศฉบับต่าง ๆ เราเรียกร้องรัฐบาลและหน่วยงานของไทยให้กำหนดกลไกที่เข้มแข็ง เพื่อประกันให้เกิดความโปร่งใสและการปฏิบัติตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม และให้เป็นแนวทางการดำเนินโครงการและธุรกิจในต่างประเทศของวิสาหกิจจากไทย</p> <p>&nbsp;</p> <p>การลงทุนข้ามพรมแดนของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งที่เป็นโครงการซึ่งได้รับความสนับสนุนจากรัฐและโครงการของเอกชน ส่งผลให้เกิดข้อกังวลเนื่องจากไม่มีการตรวจสอบผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมอันเป็นผลมาจากการลงทุนเหล่านั้น โครงการขนาดใหญ่ของไทยซึ่งลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านหลายโครงการ เชื่อมโยงกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย เขื่อนบนแม่น้ำสาละวินของพม่า ไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลที่จังหวัดเกาะกงและโอดอร์เมียนเจย (อุดรมีชัย) กัมพูชา เหมืองถ่านหินและโรงไฟฟ้าที่หงสาเขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนอื่น ๆ บนแม่น้ำโขงใน สปป.ลาว&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <p>ที่ผ่านมาชุมชนในท้องถิ่นต่างเรียกร้องให้มีการตรวจสอบตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้โดยมีการฟ้องคดีกับศาลไทย และใช้สิทธิของตนตามกลไกทั้งแบบกึ่งทางการและกลไกอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ศาล แนวโน้มสำคัญล่าสุดคือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้สอบสวนตามข้อร้องเรียนหลายประการเกี่ยวกับการลงทุนข้ามพรมแดนของไทย และได้จัดทำขั้นตอนปฏิบัติเพื่อกำหนดความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนข้ามพรมแดน (extraterritorial human rights obligations - ETOs) อย่างเป็นรูปธรรมสำหรับทั้งหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานอื่นที่จะต้องปฏิบัติตาม และเพื่อให้มีการตรวจสอบเมื่อเกิดการละเมิดขึ้น ผลจากการสอบสวนเป็นเหตุให้ กสม.กำหนดข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาลไทย เพื่อประกันให้มีการปฏิบัติตามหลักการชี้นำแห่งสหประชาชาติ คณะรัฐมนตรียอมรับตามข้อเสนอแนะเหล่านี้ตามที่ปรากฏในมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่16 พฤษภาคม 2559 เกี่ยวกับความรับผิดชอบข้ามพรมแดน (Extra-Territorial Obligations - ETOs)/ด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (Business and Human Rights - B-HR) และเกี่ยวกับการลงทุนในโครงการพัฒนาข้ามพรมแดนของไทยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p> <p>&nbsp;</p> <p>หลังจากมีมติคณะรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศได้เรียกประชุมหลายหน่วยงานของรัฐ<a href="#_ftn1" name="_ftnref1" title="">[1]</a> และมีข้อเสนอแนะว่าให้กำหนดให้มีกลไกเพื่อประกันให้ภาคเอกชนเคารพสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นไปตามนัยแห่งหลักการชี้นำแห่งสหประชาชาติ</p> <p>&nbsp;</p> <p>เราจึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยปฏิบัติตามข้อเสนอแนะเหล่านี้ และให้กำหนดให้มีกลไกดังกล่าว รวมทั้งมาตรการอื่น ๆ เพื่อประกันให้สามารถปฏิบัติตามซึ่งหลักการพื้นฐานสามประการของหลักการชี้นำแห่งสหประชาชาติ และพันธกรณีของรัฐบาลรวมทั้งหน่วยงานของรัฐที่จะต้องคุ้มครอง เคารพ และเยียวยาเมื่อเกิดการปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิมนุษยชนเนื่องจากการลงทุนข้ามพรมแดน</p> <p>&nbsp;</p> <p>โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลไทยจะต้อง:</p> <p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แสดงความคาดหวังที่ชัดเจนว่าบริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจจากไทยต้องเคารพสิทธิมนุษยชนในระหว่างการดำเนินงานในต่างประเทศ และให้ดำเนินการเพื่อตรวจสอบ ป้องกัน สอบสวน ลงโทษ และเยียวยาเมื่อเกิดการปฏิบัติมิชอบและการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้น</p> <p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามหลักการชี้นำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน รวมทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับพันธกรณีนอกอาณาเขตและการลงทุนข้ามพรมแดน</p> <p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประกันว่าหน่วยงานธุรกิจของไทยกำหนดให้มีนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ข้อกำหนดให้มีการตรวจสอบเมื่อมีการลงทุนข้ามพรมแดน และกำหนดให้มีขั้นตอนรับข้อร้องเรียนระดับบริษัท ซึ่งชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานสามารถใช้สิทธิในการร้องเรียนได้</p> <p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ดำเนินการเพิ่มเติมเกี่ยวกับพันธกรณีของหน่วยงานของรัฐ บริษัทซึ่งเป็นผู้รับเหมาจากหน่วยงานของรัฐซึ่งลงทุนในพื้นที่ที่มีสงครามความขัดแย้ง รวมทั้งกำหนดให้มีการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ก่อนจะอนุมัติให้มีการลงทุนนั้น</p> <p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กำหนดให้มีหรือพัฒนากลไกรับคำร้องที่เข้าถึงได้และเป็นผลในระดับประเทศ รวมทั้งกลไกของศาลและกลไกอื่น ๆเพื่อการเยียวยาเมื่อเกิดการปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิมนุษยชนอันเป็นผลมาจากการดำเนินงานของบริษัทจากไทยในต่างประเทศ</p> <p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ร่วมมือกับหน่วยงานพหุภาคี ทั้งอาเซียนและธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคีและสถาบันอื่น ๆ เพื่อประกันว่าหน่วยงานเหล่านี้ส่งเสริมให้มีการเคารพสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติตามหลักการชี้นำแห่งสหประชาชาติในระหว่างการดำเนินงานของตน</p> <p>·&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ต้องมีหลักประกันว่ามาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม จะต้องได้รับการปฏิบัติที่ไม่ด้อยไปกว่ามาตรฐานตามกฎหมายไทยในประเทศที่ไปลงทุนหรือประกอบกิจการ แม้ว่าประเทศนั้น ๆ จะไม่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นไปตามมาตรการดังกล่าวก็ตาม</p> <p>&nbsp;</p> <p>เห็นชอบโดย</p> <p>&nbsp;</p> <p>1 เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง The Network of Thai People in Eight Mekong Province</p> <p>2 สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต Living River Siam Association</p> <p>3 สมาคมสถาบันชุมชนลุ่มน้ำโขง Mekong Community Institute Association</p> <p>4 สมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ The Assembly of NGOs for the Protection and Conservation of Environment and Natural Resources</p> <p>5 โครงการฟื้นฟูนิเวศในภูมิภาคแม่น้ำโขง Towards Ecological Recovery and Regional Alliance</p> <p>6 เสมสิกขาลัย Spiritual Education Movement</p> <pre>7 ศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา Karen Studies and Development Center</pre><p>8 มูลนิธิชีวิตไท Local Act</p> <p>9 กลุ่มจับตาพลังงาน Energy Watch</p> <pre>10 มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) Sustainable Agriculture Foundation</pre><p>11 เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกAlternative Agriculture Network</p> <p>12 กลุ่มจับตาปัญหาที่ดิน Land Watch Thai</p> <p>13 สมาคมพิทักษ์สิทธิชุมชนเขาคูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลาKhaoKhu-ha Community Rights Association</p> <p>14 เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน (คสข.) Network for Community Organization in 7 Mekong Province (E-san)</p> <p>15 กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Greenpeace Southeast Asia</p> <p>16 สมาคมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม Human Rights and Environment Promotion Association</p> <p>17 เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาคอีสาน E-san Natural Resources and Environment Network</p> <p>18 กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษาEco-cultural Study Group</p> <p>19 มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม Enlaw</p> <p>20 มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน Community Resource Centre Foundation-CRC</p> <p>21 เครือข่ายชุมชนจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำสาละวิน Salween River Community Network</p> <p>22 กลุ่มรักษ์แม่น้ำโขง MyMekong</p> <pre>23 โปรเจกต์เสวนาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Sevana Project </pre><p>24 ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น&nbsp;Local Community Rights Protection and Recovery Center</p> <p>25 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม Cross Cultural Foundation</p> <p>26 มูลนิธิบูรณะนิเวศ Ecological Alert and Recovery - Thailand (EARTH)</p> <p>&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <p>นักวิชาการ Academia:</p> <p>1 ดร.สุริชัย หวันแก้ว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p> <p>2 ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม</p> <p>3 ดร.ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p> <p>4 สฤณี อาชวนันทกุล</p> <p>5 อชิชญา อ๊อตวงษ์ คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <div><br clear="all" /><br /> <hr size="1" /> <div id="ftn1"> <p><a href="#_ftnref1" name="_ftn1" title="">[1]</a>กระทรวงพาณิชย์สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)</p> </div> </div> <p>&nbsp;</p> <div class="field field-type-text field-field-feed-pr"> <div class="field-items"> <div class="field-item odd"> ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai </div> </div> </div> http://www.prachatai.com/journal/2017/02/70282#comments ข่าว คุณภาพชีวิต สิทธิมนุษยชน เศรษฐกิจ Sun, 26 Feb 2017 05:03:32 +0000 user15 70282 at http://www.prachatai.com