นักวิชาการทักรัฐมองรอบด้าน เอฟทีเอไทย-สหรัฐ?

ประชาไท -- 21 มิ.ย. 48 "เรามีความวิตกกังวลมากเกี่ยวกับการทำเอฟทีเอ หากวิเคราะห์จากอดีตมาถึงปัจจุบัน สิ่งที่จะเกิดขึ้นมีหลายจุดที่ต้องระวัง เราอย่าไว้วางใจจนเกินไป ต้องดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ซึ่งก่อนจะมีการเจรจาขอให้ศึกษากฎหมายปัจจุบันและสิ่งที่จะถูกยกเลิกไปว่ามีอะไรบ้าง ทำเอฟทีเอแล้วเราจะสูญเสียอะไรไปบ้าง" รศ.ดร.ลาวัณย์ ถนัดศิลปกุล ผู้อำนวยการโครงการสถาบันศึกษากฎหมายเศรษฐกิจและธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวในการสัมมนา "ผลกระทบของการคุ้มครองและเปิดเสรีด้านการลงทุนกรณี เอฟทีเอไทย-สหรัฐ"

การวิตกกังวลในผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หลังรัฐบาลทำข้อตกลงเอฟทีเอไทย-สหรัฐ ได้ขยายวงไปอย่างกว้างขวาง เพราะถือเป็นการเปิดประเทศเพื่อการลงทุนครั้งสำคัญของไทย

รศ.ดร.ลาวัณย์ กล่าวว่า จำเป็นต้องศึกษาทุกแง่มุมโดยข้อผูกพันต่างๆ ควรตีแผ่ออกมาให้ โปร่งใส แม้เมื่อก่อนจะมีต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยบ้างแล้วก็ตาม แต่ตอนนั้นยังอยู่ในกรอบของกฎหมายไทย แต่ที่ผ่านมาในกระบวนการเอฟทีเอมีแต่การชี้ถึงคนที่จะได้ประโยชน์ แต่กลับไม่มีใครบอกว่าคนแพ้ไปไหนเขาไม่มีทางออก รัฐบาลคือจำเลยออกหน้าเสื่อจึงควรทบทวนให้ดี

ด้าน รศ.ดร. เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ชี้ว่า "ตอนนี้กฎระเบียบด้านการลงทุนเป็นอย่างไรนั้นเรายังไม่รู้เลย ซึ่งถ้าหากเราพูดถึงตัวบทกฎหมายกับการปฏิบัติจริงมีความแตกต่างกันมาก ดังนั้นการปฏิบัติไม่ได้อยู่แค่กฎหมายเพียงอย่างเดียว จากการศึกษาพบว่ามีคนต่างชาติเข้ามาลงทุนในบ้านเราเยอะมาก ดังนั้นการเปิดให้อเมริกามาลงทุนในไทยจึงไม่มีผลกระทบแตกต่างมากไปจากเดิมนัก"

ผู้อำนวยการวิจัยด้านบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจเห็นว่า ข้อตกลงเอฟทีเอ ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยน่าเป็นห่วงมาก และเรายังจะต้องเสียค่าโง่แน่นอน หากระบบการปกครองเรายังไม่ชัดเจนเช่นปัจจุบัน ซึ่งกระบวนการต่างๆ ยังต้องมีการตีความและเลือกปฏิบัติ ทำให้เป็นข้ออ้างได้ว่าไม่ได้มาตรฐานสากล ดังนั้นต้องปรับการกำกับดูแลระหว่างท้องถิ่นกับส่วนกลางต้องชัดเจนและไปในแนวทางเดียวกัน

ธิติกมล สุขเย็น