ข้อมูลเชิงลึก : ทำไมถึงไปเอ็มโพเรียม-สยามพารากอน ?


โดย พิภพ อุดมอิทธิพงศ์  (ฉบับแก้ไข-เพิ่มเติมข้อมูล)


 


 


ทำไมกลุ่มพันธมิตรจึงเดินขบวนไปที่เอ็มโพเรียมและสยามพารากอน (และประกาศว่าจะค้างคืนที่นี่อีก)


-           ทำไมต้องไปเอ็มโพเรียม เพราะเอ็มโพเรียมเป็นของกลุ่มเดอะมอลล์


-           ทำไมต้องไปสยามพารากอน เพราะกลุ่มเดอะมอลล์เป็นผู้ร่วมลงทุนครึ่งต่อครึ่งกับบริษัทบางกอกอินเตอร์คอนติเนนตอลโฮเต็ลส์ หรือ BIHC  ซึ่งโดยพฤตินัยถือว่าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และเป็นเจ้าของโครงการสยามพารากอน โดยการเช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระองค์เป็นระยะเวลา 34 ปี (เป็นพื้นที่ของวังสระประทุม)


-           ที่สำคัญควรไปแวะที่เซ็นทรัลเวิร์ลด์ทาวเวอร์ (สี่แยกราชประสงค์) โรงแรมโฟร์ซีซัน และสวนลุมไนท์บาซาร์ สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคอฟเวอร์รี ฯลฯ เพราะเป็นสมบัติของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ทั้งนั้น


 


ทำไมสถาบันกษัตริย์อาจไม่เลือกใช้มาตรา 7 ตามที่กลุ่มพันธมิตรเสนอ


เพราะหน่วยงานของสถาบันกษัตริย์ได้ประโยชน์จากระบอบเศรษฐกิจที่เป็นอยู่อย่างมาก หุ้นที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และหน่วยงานมีเอี่ยวด้วยหลายตัวติดอยู่ใน 100 อันดับแรกของ SET Index อาทิ SCB, SCC, SCCC, TPC, SICCO, ฯลฯ (http://www.set.or.th/th/operation/indices/Download_SET100.html) รวมทั้งยังมีทั้งบุคคลและองค์กรที่โยงใยได้ประโยชน์จากการซื้อหุ้นชินคอร์ปครั้งนี้ด้วย


 


- วงเงินกู้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ (ถือหุ้นใหญ่โดยสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์) และธนาคารกรุงเทพ ปล่อยให้กับบริษัท ไซแพรส ทั้งหมดจำนวน 30,000 ล้านบาท แบ่งกันในสัดส่วน 50% เพื่อไปปล่อยกู้ให้บริษัท ซีดาร์ โฮลดิ้งส์ ที่มีธนาคารจากสิงคโปร์ค้ำประกันเงินกู้อยู่ ทั้งนี้เพื่อซื้อหุ้นของชินคอร์ป


 


- ม.ล.ชโยทิต กฤดากร เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (เท็นเดอร์ ออฟเฟอร์) ในการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของ บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น (SHIN) http://www.scbs.com/th/about/board_director.aspx เป็นหนึ่งในสามกุนซือของดีลประวัติศาสตร์ชินคอร์ป (โปรดดู "คลี่เบื้องหลัง "ปิดดีล...ชินคอร์ป" แกะรอย 3 กุนซือ...ร่วมก่อการ"(http://www.bangkokbizweek.com/20060104/road/index.php?news=column_19736022.html) 


 


- และ ม.ล.ชโยทิต กฤดากร เป็นบุตรชายของ ม.ร.ว.ยงสวาสดิ์ กฤดากร ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์) (http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=1997) ส่วนบุตรสาวของม.ร.ว.ยงสวาสดิ์ กฤดากร คือ ม.ล. ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือ คุณ<?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:smarttags" />ต้น ผู้รับบท พระสุริโยไท


 


- และ ม.ล.ชโยทิต กฤดากร ยัง "มีชื่อว่าจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณเริ่มตั้ง ครม. "ทักษิณ 2" โดยขณะนั้นมีข่าวว่าจะเข้ามาเป็น รมว.คลัง รมว.พาณิชย์ และ รมว.คมนาคม"


(http://www.rakbankerd.com/01_jam/thaiinfor/country_info/index.html?topic_id=3074&db_file=&PHPSESSID=fe7a31caa3d143378fca9a6f7f72c606)


 


- นายพงส์ สารสิน ประธานชินคอร์ปคนใหม่ เป็นน้องชายของ นายอาสา สารสิน ซึ่งเป็น ราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ ตั้งแต่ 2543  เจ้าของประกาศสำนักราชเลขาธิการอันลือลั่น[i]  (โปรดอ่าน "สารสิน ในชิน-สิงคโปร์" เนชั่น สุดสัปดาห์  ปีที่   15   ฉบับที่  713  วันที่  วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2549 http://www.nationweekend.com/2006/01/26/NW11_118.php)


 


- นายอาสา สารสิน ยังเป็นประธานกรรมการบริษัทไทยเอเชียแปซิฟิคบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ไฮเนเก้นและไทเกอร์ของสิงคโปร์ (http://www.tapb.co.th/en/index.php)


 


- นายชุมพล ณ ลำเลียง เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทปูนซีเมนต์ไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นกิจการเรือธงสำหรับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และกลุ่มธุรกิจในเครือมีกำไรเติบโตขึ้นมากกว่า 800% ในช่วงไม่ถึง 10 ปีที่ผ่านมา (และนายกฯ ทักษิณยกมาอ้างว่ากำไรเร็วกว่าชินคอร์ปในช่วงเวลาเดียวกันเสียอีก) ตั้งแต่ปี 2545 นายชุมพล ณ ลำเลียง ยังเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทสิงคโปร์ เทเลคอม ในเครือเทมาเส็ก โฮลดิ้ง เชื่อกันว่าเขาเป็นบุคคลสำคัญอยู่เบื้องหลังดีลขายชาติเช่นกันhttp://home.singtel.com/about_singtel/board_n_management/board_of_directors/boardmgmt_boardofdirectors.asp)


 


- นายชุมพล ณ ลำเลียง ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นที่ปรึกษาการเงินของสถาบันกษัตริย์ จนฝรั่งยกย่องว่าเป็น "The Banker Who Saved The King" (โปรดดู http://www.time.com/time/asia/magazine/99/1206/thai3.moneyman.html) เพราะเขาช่วยกอบกู้กิจการเรือธงของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ทั้งปูนซีเมนต์ไทยและธนาคารไทยพาณิชย์


 


- ที่สำคัญกลุ่มทุนของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ก็มีการร่วมทุนกับกลุ่มทุนของสิงคโปร์หลายโครงการ (อย่างน้อย โปรดดูสัดส่วนการถือหุ้นในกลุ่มธุรกิจในเครือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ปูนซีเมนต์ไทย และธนาคารไทยพาณิชย์)


 


- น่าประหลาดที่เครือผู้จัดการที่เป็นกระบอกเสียงของกลุ่มพันธมิตรเพื่อ ต่อต้านทุนจากสิงคโปร์ เพราะนายทุนโฆษณาหลักของเครือผู้จัดการคือบริษัทเบียร์ไทย ของนายนายเจริญ สิริวัฒนภักดี และนายเจริญก็สนิทแนบแน่นกับนายพงส์ สารสิน ประธานชินคอร์ปที่กลุ่มพันธมิตรต่อต้าน (โปรดดูhttp://www.siamrath.co.th/Economic.asp?ReviewID=135023)


 


- และกลุ่มธุรกิจของนายเจริญมีที่ดิน "จำนวนมากทั่วประเทศมูลค่าที่เคยประเมินไว้เมื่อหลายปีก่อนตกประมาณ 5 หมื่นล้าน" และเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2546 ที่ผ่านมา "นายเจริญและคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ประธานและรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที.ซี.ซี.แลนด์ จำกัด ในเครือกลุ่ม ที.ซี.ซี. ได้ลงนามในพิธีสัญญาร่วมทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นครั้งแรกกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่จากประเทศสิงคโปร์ บริษัท แคปิตอลแลนด์ (Capital Land) ในเครือบริษัทสิงคโปร์ เทคโนโลยี ภายใต้การดูแลของเทมาเส็ก โฮลดิ้ง (Temasek Holding) ที่รัฐบาลสิงคโปร์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่" (โปรดดู ภาคผนวก 2 เปิดขุมข่ายทุนสิงคโปร์ เชื่อมสัมพันธ์ลึกกลุ่มเจ้าสัวไทย ประชาชาติธุรกิจ หน้า 1 วันที่ 15 กันยายน 2546 ปีที่ 27 ฉบับที่ 3514 (2714)


 


- สำหรับเครือผู้จัดการ ไม่เข้าข่ายว่า "เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง" หรือ ????


 


และโปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่างครับ


 


ความร่ำรวยของสถาบันกษัตริย์


รายละเอียดเกี่ยวกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์อ่านที่นี่ http://www.crownproperty.or.th/


"สำนักงานทรัพย์สินฯ มีผู้เช่าทั่วประเทศประมาณ 36,000 ราย โดยแยกเป็นผู้เช่าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประมาณ 24,000 ราย ในส่วนภูมิภาคอีกประมาณ 12,000 ราย" http://www.crownproperty.or.th/pro02.htm


จาก Wikipedia ก็น่าสนใจครับ


 


"Crown Property Bureau


The assets of the King and the Thai royal household are managed by the Crown Property Bureau. Estimates of the total wealth of the royal household range from 2 billion to 8 billion USD [http://www.time.com/time/asia/magazine/99/1206/thai3.moneyman.html]. The current Director General of the CPB is Chirayu Issarangkul Na Ayuthaya. Through the CPB, the King owns many properties through-out Thailand and equity in many companies, including Siam Cement (the largest Thai industrial conglomerate) and Siam Commercial Bank (one of the largest banks). About 36,000 of the CPB's properties are leased or rented to third parties [http://www.crownproperty.or.th/pro02.htm]. Properties owned by the CPB include the sites of the Four Seasons Hotel, the Suan Lum Night Bazaar, and Central World Tower."


http://en.wikipedia.org/wiki/Bhumibol_Adulyadej


 


1. ธนาคารไทยพาณิชย์


ตามทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ 16 มีนาคม 2548 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ถือหุ้นรวม 807,399,258 หุ้น คิดเป็น  23.75 % รองลงมาเป็นกองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่งถือหุ้นรวม 785,798,200 คิดเป็น 23.12 % HSBC (Singapore) Nominees Pte Ltd. ถือหุ้นอยู่ 62,626,663 หุ้น คิดเป็น 1.84 % (ที่มาhttp://www.scb.co.th/html/th/investor_info_structure.shtml) ปี 2547 ธนาคารไทยพาณิชย์ มีกำไรสุทธิรวม 18,488,711,598 บาท (ถ้าคิดตามสัดส่วนการถือหุ้น จะเป็นกำไรของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และกลุ่มประมาณ 4,444.68 ล้านบาท) และจนถึงเดือนกันยายน 2548 มีกำไรสุทธิรวม 5,272 ล้านบาท (ที่มา http://www.scb.co.th/html/th/investor_info_financialsummary.shtml) มีนายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา กรรมการและผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นนายกกรรมการของคณะกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ (http://www.scb.co.th/html/th/investor_info_board.shtml) "เนื่องจากชาวไทยเคารพต่อสถาบันกษัตริย์ ความสัมพันธ์ระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์กับพระราชวงศ์ จึงช่วยให้ผู้ฝากเกิดความมั่นใจ" (โปรดดู THE PRESSURE IS ON: Testing times for Thailand's top female banker http://www.pathfinder.com/asiaweek/99/0730/biz4.html)


 


2. บริษัทปูนซีเมนต์ไทย[ii]


สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยถือหุ้นรวม 360,000,000 หุ้น หรือ 30.00% ของหุ้นทั้งหมด, บริษัททุนลดาวัลย์ (ซึ่งถือหุ้นโดยสำนักทรัพย์สินฯ 100%) ถือหุ้น 23,202,000 หุ้น หรือ 1.93%, สำนักงานพระคลังข้างที่ ถือหุ้น 15,473,000 หุ้น หรือ1.29%  HSBC (SINGAPORE) NOMINEES PTE LTD ถือหุ้นอยู่ 17,681,514 หุ้น คิดเป็น 1.47 % (http://www.cementhai.co.th/newsite/th/investor_relation/shareholders_structure.asp)


กำไรสุทธิของบริษัทปูนซีเมนต์ไทยจากปี 2544-2548 เรียงตามลำดับ 7,634, 14,604, 19,954, 36,483, 32,236 ล้านบาท


(http://www.cementhai.co.th/newsite/th/investor_relation/financial_statements/financial_statements.asp)


 


ถ้าคิดตามสัดส่วนการถือหุ้น (30.0%) จะเป็นกำไรของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ประมาณ 9670.8 ล้านบาท (สำหรับปี 2548 ที่ผ่านมา)


 


3. บริษัทเทเวศประกันภัย


สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยถือหุ้นรวม 2,999,940 หุ้น หรือ 25% ของหุ้นทั้งหมด รองลงมาคือ บริษัทปูนซีเมนต์ไทย 2,504,900 หุ้น หรือ 20.87% และธนาคารไทยพานิชย์ 1,895,680 หุ้น หรือ 15.80% (ที่มา : http://www.deves.co.th/shareholders/s-holder.htm)


ปี 2547 บริษัทเทเวศประกันภัยมีกำไรสุทธิรวม 172.13 ล้านบาท (ที่มา : http://www.deves.co.th/shareholders/s-income.htm)


 


เมื่อเดือนมีนาคม 2549 บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติ ให้ขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ในบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) (DVS) จำนวน 2,504,900 หุ้น คิดเป็น 20.87% ให้แก่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (CPB) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท (http://www.bangkokbiznews.com/2006/03/23/f001_88985.php?news_id=88985)


 


4. บริษัททุนลดาวัลย์ "เป็นผู้บริหารจัดการภายใต้การกำกับดูแลและตรวจสอบของคณะกำกับดูแล ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานทรัพย์สินฯ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ โดยจะต้องบริหารงานให้เป็นไปตามนโยบายที่สำนักงานทรัพย์สินฯ กำหนดพร้อมทั้งจะต้องรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการทรัพย์สินฯ อย่างสม่ำเสมอ" (http://www.crownproperty.or.th/pro02.htm)


 


นอกจากนั้น บริษัททุนลดาวัลย์ถือหุ้นในบริษัทไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) (TPC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PVC รายใหญ่ที่สุดในไทย (ผู้ถือหุ้นใหญ่คือบริษัทปูนซีเมนต์ไทย 39.61%)


 


5. บริษัทเงินทุนสินอุตสาหกรรม (SICCO) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่จำนวนหุ้น230,883,188 หุ้นหรือคิดเป็น 38.66% (http://www.sicco.co.th/about_shareholders.php) ซึ่งมีรายได้สุทธิของปี 2548 จำนวน 1,623,623,041 บาท  


 


6. บริษัทบางกอกอินเตอร์คอนติเนนตอลโฮเต็ลส์ หรือ BIHC[iii] โดยพฤตินัยถือว่าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และเป็นเจ้าของโครงการสยามพารากอน ร่วมกับกลุ่มเดอะมอลล์ (เจ้าของเดอะมอลล์และเอ็มโพเรียม) ทั้งนี้โดยการเช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระองค์เป็นระยะเวลา 34 ปี นอกเหนือจากเป็นเจ้าของสยามดิสคัฟเวอรี่และสยาม เซ็นเตอร์อยู่แล้ว


(โปรดอ่านรายละเอียดในบทความ "สยามพารากอน ดิเวลลอปเม้นท์, บจก. ใหญ่ที่สุดกลางกรุงเทพฯ" นิตยสารผู้จัดการ มกราคม 2546 ด้านล่าง)


 


7. บริษัทสกายเอเชีย จำกัด (Nok Air) เป็นการร่วมทุนกันระหว่างบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัททุนลดาวัลย์ จำกัด (สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์) บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) บริษัททิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนเปิดไทยทวีทุน โดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด และ ผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ  


 


8. บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) (TIC)[iv]: สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระองค์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ถือกำเนิดขึ้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จย่าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้วยทรงเล็งเห็นว่าควรจัดตั้งบริษัทประกันภัยของคนไทยขึ้น เพื่อมิให้สูญเสียเงินตราแก่ต่างประเทศ มีการเพิ่มทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเจริญเติบโตจนกระทั่งปี พ.ศ. 2519 ได้นำหุ้นสามัญของบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยใช้ชื่อย่อ TIC นับเป็นบริษัทประกันภัยบริษัทแรกที่เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2536


(http://www.thaiins.com/)


ฯลฯ


 


ภาคผนวก 1


สยามพารากอน ดิเวลลอปเม้นท์, บจก. ใหญ่ที่สุดกลางกรุงเทพฯ


นิตยสารผู้จัดการ มกราคม 2546


Big Idea ของผู้หญิงสองคนคือ ชฎาทิพ จูตระกูล และ ศุภลักษณ์ อัมพุช ที่คิดการใหญ่ ทำโครงการ "Siam Paragon The Pride of Bangkok" บนที่ดินผืนประวัติศาสตร์ 52 ไร่ ใจ กลางกรุงเทพฯ นั้น เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของผู้คนนับตั้งแต่ เปิดตัวโครงการเมื่อต้นปี พ.ศ.2545 ที่ผ่านมา


 


การดำเนินการได้ลุล่วงไปตามกำหนดที่วางไว้ทุกอย่าง โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตอล ที่เคยอยู่เคียงคู่ย่านสยามมานานถึง 36 ปี ถูกรื้อถอนหายลับไปกับสายตาอย่างรวดเร็ว เหลือทิ้งไว้เพียงพื้นที่ว่างเปล่า และต้นไม้ใหญ่อีกไม่กี่ต้น


 


แต่ก่อนที่ได้ฤกษ์ลงเสาเข็มต้นใหญ่ของโครงการใหม่ในปลายเดือนพฤศจิกายน ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ ในบริษัทบางกอกอินเตอร์คอนติเนนตอลโฮเต็ลส์ (BIHC) ซึ่งเคยมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 4 ราย คือ บริษัท Six Continents Hotels 28.58% กระทรวงการคลัง 21.74% บริษัททุนลดาวัลย์ 11.06% ธนาคารไทยพาณิชย์ 10.08% และกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ อีก 200 กว่าราย


 


โครงการสยามพารากอน เกิดจากการร่วมทุนของบริษัท BIHC กับบริษัทเดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด จัดตั้งเป็นบริษัทสยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ เพื่อพัฒนาที่ดิน 25 ไร่ด้านหน้าติดกับถนนพระราม 1 เพื่อทำศูนย์การค้า และศูนย์การบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยบริษัทสยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์นั้นไม่เกี่ยว ข้องกับการพัฒนาที่ดิน


 


เฟสที่ 2 ซึ่งจะอยู่ด้านหลังโครงการสยามพารากอนและกำลังวางแผนสร้างโรงแรมใหม่พร้อมลักชัวรี่ เซอร์วิสพาร์ตเมนต์


 


การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อบริษัท Six Continents Hotels ได้ขายหุ้นทั้งหมด เป็นเงินประมาณ 900 ล้านบาท ให้กับบริษัทเอ็มบีเค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเมื่อรวมกับหุ้นเดิม ที่มีอยู่ ทำให้เอ็มบีเคมีหุ้นทั้งหมดใน BIHC ถึง 30.60 เปอร์เซ็นต์ และได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไปทันที ในขณะที่สัดส่วนผู้ถือหุ้น รายใหญ่คนอื่นยังคงเดิม


 


เป็นการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ครั้งแรกของ BIHC นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อปี พ.ศ.2502 และส่งผลให้บริษัทนี้กลายเป็นบริษัทที่มีคนไทยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทั้งหมด และนัยที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ การเปลี่ยนคู่แข่งคนสำคัญให้มาเป็นพันธมิตรทางการค้า โดยมีเป้าหมายผนึกกำลังร่วมกัน เพื่อพัฒนาแหล่งชอปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น


 


ว่าไปแล้ว ทั้งเอ็มบีเค และ BIHC ก็มีส่วนสัมพันธ์กันพอสมควร เพราะเอ็มบีเค เกิดขึ้นจากการเข้า ไปยึดกิจการมาบุญครองเซ็นเตอร์ จากกลุ่มศิริชัย บูลกุล เจ้าของเดิม ของกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัทเงินทุนธนชาติ เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ทั้งธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัทเงินทุนธนชาติ ก็มีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนมาเป็นบริษัททุนลดาวัลย์ ตามการปรับโครงสร้างการลงทุนของสำนักงานทรัพย์สินฯ


 


ดังนั้นโครงสร้างการถือหุ้นของมาบุญครอง และ BIHC จึงมีผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ใกล้เคียงกัน เพียงแต่ลักษณะของโครงการ ที่ดูเหมือนจะเป็นคู่แข่งกัน เนื่องจากอยู่ในบริเวณเดียวกัน


 


ดีลสำคัญที่เอ็มบีเคได้เข้ามาถือหุ้นใหญ่ ใน BIHC ครั้งนี้เกิดโดยมีการซื้อขายผ่านทางบริษัทโบรกเกอร์อสังหาริมทรัพย์ โจนส์ แลงซาล โดยมีบริษัทหลายแห่งในเมืองไทยซื้อหุ้นตัวนี้ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา BIHC มีตัวเลขการเติบโตของรายได้ ที่น่าสนใจ ช่วง 3 ไตรมาส ในปี 2545 มีรายได้ประมาณ 638.4 ล้านบาท โตขึ้นประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี พ.ศ.2544


 


ปัจจุบันมาบุญครองเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ สยาม เซ็นเตอร์ มีทางเดินที่สามารถต่อเชื่อมถึงกันได้หมด รวมทั้งได้วางแผนให้ต่อเชื่อมกับโครงการศูนย์การค้าสยามพารากอนในอนาคต อีกประมาณ 3 ปีข้างหน้าเช่นกัน


 


จะว่าไปแล้วศูนย์การค้าทั้ง 4 แห่งนั้นมีโพสิชั่นนิ่งที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง


 


มาบุญครองจะมีจุดยืนทางการตลาดที่เน้นกลุ่มลูกค้าทุกระดับ


 


สยามเซ็นเตอร์มีเป้าหมายเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น


 


สยามดิสคัฟเวอรี่จะเป็นไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์


 


ส่วนสยามพารากอนก็จะมุ่งไปที่กลุ่มลูกค้าระดับสูงค่อนข้าง high-end เป็นเวิลด์คลาสแบรนด์เนม ที่จับกลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักอย่างเดียวเท่านั้น


 


แต่เมื่อรวมกันทั้งหมด พื้นที่แห่งนี้คือแหล่งชอปปิ้งในเมืองไทย ซึ่งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายครบทุกระดับชั้นทีเดียว


 


หากมองในทางยุทธศาสตร์แล้ว การเข้ามาถือหุ้นใน BIHC เป็นธุรกรรมที่ค่อนข้างมีความหมายต่อเอ็มบีเค พร็อพเพอร์ตี้เพราะสามารถยึดพื้นที่ที่เป็นแหล่งชอปปิ้งสำคัญกลางกรุงเทพฯไว้ได้มากที่สุด ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักชอปหลายระดับ


 


อย่างไรก็ตาม เอ็มบีเค พร็อพเพอร์ตี้ ก็ได้ยืนยันว่าในโครงการสยามพารากอนนั้น จะมีส่วนร่วมในฐานะกรรมการของบริษัทเท่านั้น ส่วนการบริหารกิจการทั้งหมดยังคงอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของทีมงานบริหารชุดเดิม ที่มีชฎาทิพ และ ศุภลักษณ์ รับผิดชอบหลักอย่างเดิมไม่เปลี่ยนแปลง


 


สำหรับกรรมการชุดใหม่ จากเอ็มบีเค ที่เข้ามาใหม่ 3 คนคือ บันเทิง ตันติวิท ประธานกรรมการบริหารบริษัทเอ็มบีเค ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ศุภเดช พูนพิพัฒน์ รองประธาน กรรมการบริหาร และสุเวทย์ ธีรวชิรกุล กรรมการผู้จัดการ


 


กิจกรรมต่างที่จะเกิดขึ้นในย่านปทุมวันในช่วงระยะเวลาต่อไปนั้น แน่นอนว่าแทนที่จะเป็นต่างคนต่างทำ หรือแข่งกันทำ ต้องเปลี่ยนเป็นร่วมมือกันทำเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงให้กับถนนสายชอปปิ้งแห่งนี้ ซึ่งเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญที่สะท้อน ให้เห็นถึงกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ โดยคนในวงการต้องจับตามองด้วยความสนใจอีกครั้งหนึ่ง


 


แต่คนที่จะได้จริงๆ น่าจะเป็นสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพราะมีส่วนร่วมถือหุ้นอยู่ในทุกบริษัทที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับพื้นที่นี้ทั้งหมด


http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=4472


 


ภาคผนวก 2


เปิดขุมข่ายทุนสิงคโปร์ เชื่อมสัมพันธ์ลึกกลุ่มเจ้าสัวไทย


ประชาชาติธุรกิจ หน้า 1 วันที่ 15 กันยายน 2546 ปีที่ 27 ฉบับที่ 3514 (2714)


 


เปิดกลุ่มทุนสิงคโปร์กวาดหุ้นบลูชิพ ทั้งกลุ่มสถาบันการเงิน-อสังหาริมทรัพย์-เทเลคอมเรียบ หวังดันไทยเป็นหัวหอก "ผู้นำอาเซียน" เพื่อเพิ่มศักยภาพสร้างwin-win เกมเบื้องลึกถูกระบุว่าเป็นพวก "นอกคอก" จึงต้องผูกมิตรกับไทยล่าสุดเปิดตัวงานช้างยักษ์อสังหาริมทรัพย์ลงขันร่วมทุน "เจริญ สิริวัฒนภักดี" เจ้าพ่อแลนด์แบงก์ตัวจริงของไทย


 


ในช่วงวันที่ 6-7 กันยายน 2546 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้เดินทางไปยังสิงคโปร์เพื่อร่วมหารือกับนายโก๊ะ จ๊ก ตง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งการหารือได้ข้อตกลงร่วมกันว่าจะขยายความร่วมมือระดับทวิภาคีให้ลึกซึ้งและกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในครั้งนั้นผู้นำสิงคโปร์ได้ยกย่อง พ.ต.ท.ทักษิณว่าเป็นผู้นำอาเซียนและเป็นบุคคลที่นำความคิดมาแปรสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง


 


ทัพนักลงทุนสิงคโปร์บุกไทย


ต้องจารึกภาพเป็นวันประวัติศาสตร์อีกครั้ง เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2546 ที่ผ่านมา คู่สามีภรรยานักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย นายเจริญและคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ประธานและรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที.ซี.ซี.แลนด์ จำกัด ในเครือกลุ่ม ที.ซี.ซี. ได้ลงนามในพิธีสัญญาร่วมทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นครั้งแรกกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่จากประเทศสิงคโปร์ บริษัท แคปิตอลแลนด์ (Capital Land) ในเครือบริษัทสิงคโปร์ เทคโนโลยี ภายใต้การดูแลของเทมาเส็ก โฮลดิ้ง (Temasek Holding) ที่รัฐบาลสิงคโปร์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่


 


โดยคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี เป็นผู้ลงนามกับนายหลิว มั่น เหลียง ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร


บริษัทแคปิตอล แลนด์ ซึ่งมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนางโฮ ชิง (Ho Ching) ประธานบริษัทเทมาเส็ก โฮลดิ้ง และในฐานะภรรยานายลี เซียน ลุง (Lee Hsien Loong) รองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เป็นประธานร่วมในพิธี


 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงนามครั้งนี้มีแขกที่ได้รับเชิญมาร่วมเป็นสักขีพยานนั้น ล้วนจัดอยู่ในระดับผู้บริหารองค์กรใหญ่ ฝ่ายไทยประกอบด้วยผู้แทนจากธนาคารไทยพาณิชย์ ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม นายชโยทิต กฤดากร ฯลฯ จากเครือซิเมนต์ไทย นายชุมพล ณ ลำเลียง ที่ดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทสิงคโปร์ เทเลคอม ในเครือเทมาเส็ก โฮลดิ้ง นายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) นายชลกานต์ บุปผเวส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.ซี.ซี.แลนด์ ที่ดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของตระกูล "สิริวัฒนภักดี" รวมถึงผู้แทนฝ่ายสิงคโปร์ นายชาน เฮง วิง (Chan Heng Wing) เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย นายคี เต็ก คูน (Kee teck Koon) กรรมการบริหาร กลุ่มแคปิตอล แลนด์ คอมเมอร์เชียล ฯลฯ


 


นายคี เต็ก คูน กรรมการบริหาร บริษัทแคปิตอล แลนด์ คอมเมอร์เชี่ยล และแคปิตอลแลนด์ ไฟแนนเชียล จากสิงคโปร์ ให้สัมภาษณ์ว่า แคปิตอล แลนด์ เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ติดอันดับสองของสิงคโปร์ งานหลักที่ทำในสิงคโปร์คือ การบริหารทรัพย์สิน (property management) ที่ถือว่าทางกลุ่มมีความชำนาญมาก


 


กับคำถามว่า ใครเป็นผู้ประสานหรือติดต่อทำให้เกิดการร่วมทุนในครั้งนี้ นายคี เต็ก คูน บอกว่า "จุดเริ่มต้นของที่มาเป็นพันธมิตรในวันนี้ เป็นเรื่องบังเอิญ ช่วงต้นปี 2546 ที่ผ่านมา คุณเจริญและคุณหญิงวรรณาได้เดินทางมาสิงคโปร์และเข้าพักที่โรงแรมในเครือของแคปิตอลแลนด์ และได้เจอกับคุณหลิว มั่น เหลียง ทั้งสองฝ่ายจึงได้มีการพูดคุยกัน และชอบพอกันทั้งสองฝ่าย จากนั้นก็ได้มีการเดิน ทางมาพูดคุยกันที่ประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งการตกลงเรื่องสัญญาร่วมทุนใช้เวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น"


 


ในเบื้องต้นแคปิตอลแลนด์จะส่งผู้บริหารเข้ามาร่วมงานในบริษัทใหม่ จำนวน 2 คนก่อน แต่จะมารับตำแหน่งไหนยังไม่สามารถบอกได้ในขณะนี้ แต่ที่ผ่านมาทางกลุ่มก็มีธุรกิจในเมืองไทยอยู่แล้ว เป็นโรงแรม 2 แห่ง และโครงการเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์อีก 1 แห่งในย่านใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ


 


"หลังจากร่วมทุนกับ ที.ซี.ซี. แลนด์ เราจะเน้นไปที่ธุรกิจหลักๆ 3 อย่าง คือ ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และศูนย์การค้าระดับนานาชาติ หรืออาจมีการผสมผสานทั้ง 3 แบบเข้าด้วยกันในลักษณะการพัฒนาที่ดินแบบครบวงจร


ตอนนี้ก็คิดโครงการไว้บ้างแล้วแต่ยังเปิดเผยไม่ได้"


 


นายคี เต็ก คูน ให้ความเห็นถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยว่า เป็นตลาดใหญ่ที่น่าจับตา และหลังผ่านวิกฤตค่าเงิน ธุรกิจนี้มีการเติบโตเร็วมาก โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะโตเร็วที่สุดในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


 


"กรณีที่เลือกร่วมลงทุนกับ ที.ซี.ซี. แลนด์ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เราเห็นว่าเป็นพันธมิตรที่มีฐานธุรกิจอันแข็งแกร่งติดอันดับต้นๆ ในเมืองไทยโดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจทั้งสามีภรรยา (คุณเจริญ-คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี) ต้องยอมรับว่าเป็นคนเก่งทั้งคู่ และมีแลนด์แบงก์มหาศาล ยิ่งรัฐบาลไทยให้การสนับสนุนด้านนโยบายอยู่แล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานบริษัทร่วมทุนใหม่จะเติบโตขึ้นมาก เพราะได้จุดแข็งทั้งสองฝ่ายมาเสริมซึ่งกันและกัน


 


เทมาเส็ก โฮลดิ้ง ปักหลักที่ไทย


ที่ผ่านมาแคปิตอลแลนด์ได้เข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้บริษัท Premas International ของแคปิตอลแลนด์ได้ตั้งบริษัทร่วมทุน "Premas Thailand" ขึ้นมาให้บริการด้านการดูแลจัดการอสังหาริมทรัพย์ไทยแล้ว นอกจากนี้แคปิตอล แลนด์ยังมีบริษัท Raffles Holdings ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 โดยได้มีการเซ็นสัญญาดูแลโรงแรมเมอร์แชนท์ คอร์ท และเร็วๆ นี้ก็ได้มีการเซ็นสัญญาเข้าไปดูแลโรงแรมนายเลิศ โฮเต็ล และรัฟเฟิ้ล รีสอร์ท ที่ภูเก็ต ทั้งนี้ ปัจจุบันแอสคอร์ท กรุ๊ป ดูแลด้านที่พักอาศัยให้เช่าในกรุงเทพฯกว่า 700 ยูนิต นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 แคปิตอลแลนด์ได้เข้ามาลงทุนในใทยผ่านทาง IP Propery Fund Asia ด้วย ซึ่งแคปิตอลแลนด์เป็นหนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ธุรกิจหลักๆ ที่ทำคือ ที่อยู่อาศัย สินทรัพย์ทางการค้าและอุตสาหกรรม (commercial and industrial property) และบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทุนสินทรัพย์ และเรียลเอสเตตไฟแนนเชียล


 


บรรยากาศในวันงานเป็นไปอย่างคึกคักและกระชับ โดยเจ้าภาพฝ่ายไทยได้จัดเลี้ยงอาหารกลางวันพร้อมดื่มแชมเปญฉลองหลังเซ็นสัญญาตามธรรมเนียมสากล ขณะที่มาดามโฮ ซิง เจ้าภาพฝ่ายสิงคโปร์ได้เตรียมขนมหวานไว้รับรองแก่แขกในงานด้วยเป็นการตบท้าย เป็นขนมบัวลอยสีชมพู หรือที่เรียกว่า "อั่งอี๊" ตามประเพณีคนจีนที่เชื่อว่าเมื่อจัดงานมงคลและได้รับประทานขนมชนิดนี้แล้ว ทุกคนจะดำเนินชีวิตและการงานได้อย่างราบรื่นไร้อุปสรรค หรือที่คนจีนมักจะพูดกันว่า


"เซ็งลี้ฮ้อ" ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาพอสมควร เพราะส่วนใหญ่จะไม่รู้จักและไม่เข้าใจว่ามีความหมายอย่างไร


 


เสี่ยเจริญเปิดพอร์ตที่ดิน


นายเจริญ ประธาน บริษัท ที.ซี.ซี. แลนด์ กล่าวว่า แผนระยะสั้นบริษัทร่วมทุนจะเร่งพัฒนาที่ดิน 3 แปลงให้แล้วเสร็จ คือ ที่ดินหลังโรงแรมพลาซ่า แอทธินี ขนาด 7-8 ไร่ ที่ทำค้างอยู่ให้เป็นโครงการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และอาคารสำนักงาน มูลค่าลงทุนประมาณ 3,000 ล้านบาท รวมถึงที่ดินขนาด 300 ไร่ย่านถนนเกษตร-นวมินทร์ (เกษตรตัดใหม่)จะพัฒนาใหม่เป็นโครงการศูนย์การค้าและแสดงสินค้านานาชาติ อาจมีที่อยู่อาศัยแบบแนวราบแนวสูงผสมด้วย สุดท้ายเป็นที่ดินย่านเอกมัยที่ดูอยู่ว่าจะพัฒนาเป็นอะไร อนาคตเมื่อบริษัทใหม่ ทีซีซี แคปิตอลแลนด์ ทำธุรกิจจนประสบผลสำเร็จ จะนำบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯต่อไป


 


รายงานข่าวเปิดเผยว่า กลุ่มนายเจริญมีแลนด์แบงก์จำนวนมากทั่วประเทศมูลค่าที่เคยประเมินไว้เมื่อหลายปีก่อนตกประมาณ 5 หมื่นล้าน หากกรมที่ดินมีการประเมินราคาที่ดินใหม่ในปี 2547 คาดว่ามูลค่าที่ดินของกลุ่มนี้จะมีมากขึ้น เนื่องจากที่ดินหลายแปลงจะอยู่ในทำเลที่ดีใจกลางเมือง หรือติดกับโครงข่ายคมนาคมตัดใหม่ อาทิ ถนนเกษตรตัดใหม่ โครงการนอร์ธปาร์ค ริมถนนวิภาวดีรังสิต 200 ไร่ ที่ดินในต่างจังหวัดแถบชายทะเลหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งติดชายหาดยาวหลายกิโลเมตร และก่อนหน้านี้กลุ่มนายเจริญได้ดอดซื้อที่ 9 ไร่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านพระราม 3 ไปแล้วจากบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บบส.) ราคา ตร.ว.ละ 1 แสนบาท


 


เบื้องลึกการผูกมิตรกับไทย


แหล่งข่าวจากวงการที่ปรึกษาทางการเงิน ให้ความเห็นต่อกรณีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสิงคโปร์ว่าเนื่องจากประเทศไทยในสายประเทศต่างๆ จะค่อนข้างเป็นที่ยอมรับ ยิ่งทำให้สิงคโปร์ต้องการผูกมิตรกับประเทศไทยเพื่อต้องการให้ไทยเป็นผู้นำอาเซียนในทิศทางที่สิงคโปร์อยากจะให้เป็นไป


 


แหล่งข่าววิเคราะห์ว่า เนื่องจากสิงคโปร์เสมือนเป็นลูกนอกคอกของกลุ่มอาเซียน เพราะสิงคโปร์เป็นประเทศที่แปลกแยกไปจากประเทศอาเซียนอื่นๆ หากเทียบชั้นดูจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งสิงคโปร์รู้ดีว่าหากจะเสนออะไรกับกลุ่มอาเซียนส่วนใหญ่จะไม่เอาด้วย แต่ถ้าหากให้ไทยเป็นผู้เสนอจะได้รับการยอมรับมากกว่า


 


"สิงคโปร์เลือกไทยเป็นพันธมิตรเพราะต้องการ win win ทั้งสองฝ่าย หากเปรียบเทียบไทยกับฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซียแล้ว ไทยน่าจะเวิร์กที่สุด ทั้งในเรื่องการเมือง ภาวะผู้นำ นิสัยคนไทยและความสัมพันธ์ของไทยกับประเทศต่างๆ อาทิ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐ ทุกประเทศแฮปปี้กับไทย ขณะที่ประเทศในอาเซียนอื่นๆ ก็ยังเป็นประเทศที่ด้อยพัฒนา ไม่อยู่ในเรดาร์ จึงมีไทยเท่านั้นที่ดีที่สุดในการเป็นพาร์ตเนอร์ชิปกัน โดยที่สิงคโปร์มีเงินทุนขณะที่ไทยมีทรัพยากร ทำให้ผลประโยชน์ไปด้วยกันได้" แหล่งข่าวให้ความเห็น


 


ลุยเก็บหุ้นทุกกลุ่ม


แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาสิงคโปร์ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยจำนวนมากมาย โดยเฉพาะในกลุ่มหลักๆ


ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสถาบันการเงิน กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มโทรคมนาคม และอื่นๆ การเข้ามาของการมาลงทุนได้เข้ามาทั้งในส่วนของภาครัฐบาลและเอกชน


 


ในส่วนของรัฐบาลในนามของ The Government of Singapore Investment Corporation หรือ GIC ซึ่งเป็นกองทุนของภาครัฐบาลที่เข้าไปลงทุนในกิจการต่างๆ อาทิ การถือหุ้นในบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส, บริษัทแคล-คอมพ์ อิเลคทรอนิกส์ (ประเทศไทย), บริษัทเดลต้า อิเลคทรอนิกส์ (ประเทศไทย), บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์, บริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, บริษัทแม็คโคร, บริษัทควอลิตี้เฮ้าส์, บริษัทไทยยูเนี่ยนโฟรเซ่นฟูดส์ นอกจากนี้ยังเข้าถือหุ้นในสถาบันการเงิน อาทิ ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงเทพ, บริษัทเงินทุนทิสโก้


 


นอกจากนี้ยังมี Development Bank of Singapore ซึ่งได้มาซื้อกิจการธนาคารไทยทนุในช่วงวิกฤต ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ ทั้งนี้ได้เข้ามาถือหุ้นในบริษัทหลักทรัพย์ดีบีเอสวิคเกอร์ส (ประเทศไทย) และยังมีธนาคาร United Overseas Bank ได้เข้ามาซื้อกิจการธนาคารรัตนสิน และเปลี่ยนชื่อมาเป็นธนาคารยูโอบี รัตนสิน รวมทั้งการถือหุ้นในบริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ด้วย


 


ทางด้านภาคเอกชนสิงคโปร์ที่เข้ามาลงทุน อาทิ Sing Tel ซึ่งเป็นบริษัทเทเลคอมยักษ์ใหญ่ของสิงคโปร์ ได้เข้ามาถือหุ้นในบริษัทเอไอเอส เป็นต้น หรือกลุ่มเอชเอสบีซี (สิงคโปร์) ลงทุนใน บล.แอสเซทพลัส บริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย บริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง บริษัทชลประทานซีเมนต์ บริษัทจัสมินอินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น ส่วนบริษัท Raffles ของสิงคโปร์ ถือในบริษัทไอทีวี บริษัทแลนด์ แลนด์ เฮ้าส์ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย เป็นต้น


 


ขณะเดียวกันจากตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับการลงทุนโดยตรงจากสิงคโปร์ในปี 2544


มีจำนวน 1,563 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้ปรับตัวลดลงในปี 2545 เหลือ 1,233 ล้านเหรียญสหรัฐ และล่าสุดมกราคม-พฤษภาคม 2546 มีจำนวน 256 ล้านเหรียญสหรัฐ


 


ส่วนข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอได้แจ้งว่า นักลงทุนจากสิงคโปร์ได้ยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรก 2546 มีทั้งสิ้น 24 โครงการเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2545 คิดเป็น 41.18% แต่จำนวนมูลค่าโครงการลดลง 28.1% (มูลค่าการลงทุนลดลงจาก 6,882.1 ล้านบาท เหลือเพียง 4,950.1 ล้านบาท) โดยจำนวนโครงการที่ได้รับอนุมัติมี 18 โครงการ มูลค่าลงทุน 5,008.9 ล้านบาท


 


 


 






เชิงอรรถ


[i]"ตามที่ปรากฏเป็นข่าวของสื่อมวลชนเกี่ยวกับการอัญเชิญ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2535 ออกมาเผยแพร่นั้น


 


สำนักราชการเลขาธิการขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่า พระราชดำรัสดังกล่าวข้างต้นเป็นข้อมูลข่าวสาร ซึ่งได้รับการเผยแพร่ต่อสาธารณะทั่วไปอยู่แล้ว และประชาชนก็รับรู้มาโดยตลอดว่า มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2535 เพราะฉะนั้น การที่หน่วยงานหรือสื่อมวลชนใดจะนำออกมาเผยแพร่อีกครั้งหนึ่ง ภายใต้ความรับผิดชอบของตนเองนั้นก็สามารถกระทำได้


 


แต่สำนักราชเลขาธิการขอปฏิเสธการกล่าวอ้างของบางฝ่ายที่กล่าวถึงสำนักราชเลขาธิการว่า เป็นผู้สั่งการหรือสนับสนุนให้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เผยแพร่พระราชดำรัสดังกล่าวนี้อีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม 2549 จึงขอแถลงข่าวมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน"" (หมายเหตุ ข้อความในย่อหน้าสุดท้ายถูกสั่งให้ตัดออก โปรดดู http://www.thairath.co.th/thairath1/2549/politic/mar/15/scpol.php)



 


[ii][ii] คณะกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)


เชาวน์ ณศีลวันต์                        ประธานกรรมการ (ตั้งแต่ 2518 องคมนตรี)


กำธน สินธวานนท์                      กรรมการ (ตั้งแต่ 2530 องคมนตรี)


พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา         กรรมการ (ตั้งแต่ 2535 ประธานกรรมการบริษัทชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน)


เสนาะ อูนากูล                            กรรมการ (กรรมการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์)


ศิววงศ์ จังคศิริ                           กรรมการ (ตั้งแต่ 2539 ประธานร่วมฝ่ายไทย องค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย, 2543-2545 ประธานกรรมการ บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน))


สุเมธ ตันติเวชกุล                        กรรมการ (ตั้งแต่ 2546 ประธานคณะกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์  จำกัด, ตั้งแต่ 2531 กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา)


ยศ เอื้อชูเกียรติ                          กรรมการ (ตั้งแต่ 2540 ที่ปรึกษาการเงินและการลงทุน  สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, ตั้งแต่ 2544 ประธานกรรมการ บริษัททุนลดาวัลย์ จำกัด, ตั้งแต่ 2544 ประธานกรรมการ บริษัทวังสินทรัพย์ จำกัด)


ปรีชา อรรถวิภัชน์                      กรรมการ


พนัส สิมะเสถียร                         กรรมการ (กรรมการบริษัท Bangkok Intercontinental Hotels Co, ตั้งแต่ 2537 กรรมการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์,  ตั้งแต่ 2540 รองประธานกรรมการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ตั้งแต่ 2543 กรรมการ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, ตั้งแต่ 2544 ประธานคณะกรรมการ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ)


อาสา สารสิน                              กรรมการ (ตั้งแต่ 2536 ประธานกรรมการ บริษัทไทยเอเชียแปซิฟิคบริวเวอรี่ จำกัด, ตั้งแต่ 2541 ประธานกรรมการ บริษัทผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) (โปรดพิจารณา กรณีการแพร่ของสารแคดเมียมที่บ้านแม่ตาว อำเภอแม่สอด ตาก), ตั้งแต่ 2542 ประธานกรรมการ บริษัทสยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน), ตั้งแต่ 2543 ราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ,  ตั้งแต่ 2546 กรรมการ บริษัทไทยน้ำทิพย์ จำกัด)


ชุมพล ณ ลำเลียง                       กรรมการผู้จัดการใหญ่


กานต์ ตระกูลฮุน                         รองกรรมการผู้จัดการใหญ่


วรพล เจนนภา                            เลขานุการคณะกรรมการและเลขานุการบริษัท


http://www.cementhai.co.th/newsite/th/about_scg/organization_chart/board_of_director.asp



 


[iii] รายนามคณะกรรมการ Bangkok Intercontinental Hotels Co (BIHC)


Lt. General. Chalermchai Charuvastra, Chairman


Dr. Panas Simasathien


Mr. Charncai Charuvastra


Mrs. Katevalee Phisanbut


Mrs. Chadatip Chutrakul, Managing Director


Ms. Pawinee Sitachitt


Ms. Chintana Kovatana


Mrs. Mayuree Chaipromprasith


 



[iv] รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) (TIC) ณ วันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น วันที่ 6 พฤษภาคม 2546


1. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช     1,271,599          17.66%


2. ธนาคาร ดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน)                720,000             10.00% (ทุนสิงคโปร์)


3. บริษัท สนอง ตู้จินดา จำกัด                                 453,780             6.30%


4. นายไพสิฐ ตู้จินดา                                             355,200             4.93%


5. สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์      271,720             3.77%


6. ม.ล.พวงแก้ว ณ ระนอง                                                                          167,868             2.33%


7. สำนักงานพระคลังข้างที่ บัญชีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม                                  164,484             2.28%


8. สำนักงานพระคลังข้างที่ บัญชีสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ                         108,000             1.50%


9. บริษัท ศกรกมล จำกัด                                                                           84,204              1.17%


10. บริษัท ทิพยสมบัติ จำกัด                                                                       79,344              1.10%


 


 






เชิงอรรถ


[i]"ตามที่ปรากฏเป็นข่าวของสื่อมวลชนเกี่ยวกับการอัญเชิญ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2535 ออกมาเผยแพร่นั้น


 


สำนักราชการเลขาธิการขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่า พระราชดำรัสดังกล่าวข้างต้นเป็นข้อมูลข่าวสาร ซึ่งได้รับการเผยแพร่ต่อสาธารณะทั่วไปอยู่แล้ว และประชาชนก็รับรู้มาโดยตลอดว่า มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2535 เพราะฉะนั้น การที่หน่วยงานหรือสื่อมวลชนใดจะนำออกมาเผยแพร่อีกครั้งหนึ่ง ภายใต้ความรับผิดชอบของตนเองนั้นก็สามารถกระทำได้


 


แต่สำนักราชเลขาธิการขอปฏิเสธการกล่าวอ้างของบางฝ่ายที่กล่าวถึงสำนักราชเลขาธิการว่า เป็นผู้สั่งการหรือสนับสนุนให้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เผยแพร่พระราชดำรัสดังกล่าวนี้อีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม 2549 จึงขอแถลงข่าวมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน"" (หมายเหตุ ข้อความในย่อหน้าสุดท้ายถูกสั่งให้ตัดออก โปรดดู http://www.thairath.co.th/thairath1/2549/politic/mar/15/scpol.php)



 


[ii][ii] คณะกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)


เชาวน์ ณศีลวันต์                        ประธานกรรมการ (ตั้งแต่ 2518 องคมนตรี)


กำธน สินธวานนท์                      กรรมการ (ตั้งแต่ 2530 องคมนตรี)


พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา         กรรมการ (ตั้งแต่ 2535 ประธานกรรมการบริษัทชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน)


เสนาะ อูนากูล                            กรรมการ (กรรมการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์)


ศิววงศ์ จังคศิริ                           กรรมการ (ตั้งแต่ 2539 ประธานร่วมฝ่ายไทย องค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย, 2543-2545 ประธานกรรมการ บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน))


สุเมธ ตันติเวชกุล                        กรรมการ (ตั้งแต่ 2546 ประธานคณะกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์  จำกัด, ตั้งแต่ 2531 กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา)


ยศ เอื้อชูเกียรติ                          กรรมการ (ตั้งแต่ 2540 ที่ปรึกษาการเงินและการลงทุน  สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, ตั้งแต่ 2544 ประธานกรรมการ บริษัททุนลดาวัลย์ จำกัด, ตั้งแต่ 2544 ประธานกรรมการ บริษัทวังสินทรัพย์ จำกัด)


ปรีชา อรรถวิภัชน์                      กรรมการ


พนัส สิมะเสถียร                         กรรมการ (กรรมการบริษัท Bangkok Intercontinental Hotels Co, ตั้งแต่ 2537 กรรมการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์,  ตั้งแต่ 2540 รองประธานกรรมการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ตั้งแต่ 2543 กรรมการ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, ตั้งแต่ 2544 ประธานคณะกรรมการ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ)


อาสา สารสิน                              กรรมการ (ตั้งแต่ 2536 ประธานกรรมการ บริษัทไทยเอเชียแปซิฟิคบริวเวอรี่ จำกัด, ตั้งแต่ 2541 ประธานกรรมการ บริษัทผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) (โปรดพิจารณา กรณีการแพร่ของสารแคดเมียมที่บ้านแม่ตาว อำเภอแม่สอด ตาก), ตั้งแต่ 2542 ประธานกรรมการ บริษัทสยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน), ตั้งแต่ 2543 ราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ,  ตั้งแต่ 2546 กรรมการ บริษัทไทยน้ำทิพย์ จำกัด)


ชุมพล ณ ลำเลียง                       กรรมการผู้จัดการใหญ่


กานต์ ตระกูลฮุน                         รองกรรมการผู้จัดการใหญ่


วรพล เจนนภา                            เลขานุการคณะกรรมการและเลขานุการบริษัท


http://www.cementhai.co.th/newsite/th/about_scg/organization_chart/board_of_director.asp



 


[iii] รายนามคณะกรรมการ Bangkok Intercontinental Hotels Co (BIHC)


Lt. General. Chalermchai Charuvastra, Chairman


Dr. Panas Simasathien


Mr. Charncai Charuvastra


Mrs. Katevalee Phisanbut


Mrs. Chadatip Chutrakul, Managing Director


Ms. Pawinee Sitachitt


Ms. Chintana Kovatana


Mrs. Mayuree Chaipromprasith


 



[iv] รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) (TIC) ณ วันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น วันที่ 6 พฤษภาคม 2546


1. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช     1,271,599          17.66%


2. ธนาคาร ดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน)                720,000             10.00% (ทุนสิงคโปร์)


3. บริษัท สนอง ตู้จินดา จำกัด                                 453,780             6.30%


4. นายไพสิฐ ตู้จินดา                                             355,200             4.93%


5. สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์     271,720      3.77%


6. ม.ล.พวงแก้ว ณ ระนอง                                                                          167,868      2.33%


7. สำนักงานพระคลังข้างที่ บัญชีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม                                  164,484      2.28%


8. สำนักงานพระคลังข้างที่ บัญชีสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ                         108,000     1.50%


9. บริษัท ศกรกมล จำกัด                                                                           84,204       1.17%


10. บริษัท ทิพยสมบัติ จำกัด                                                                       79,344      1.10%


 



0 0 0


 


เชิงอรรถ


[1]"ตามที่ปรากฏเป็นข่าวของสื่อมวลชนเกี่ยวกับการอัญเชิญ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2535 ออกมาเผยแพร่นั้น


 


สำนักราชการเลขาธิการขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่า พระราชดำรัสดังกล่าวข้างต้นเป็นข้อมูลข่าวสาร ซึ่งได้รับการเผยแพร่ต่อสาธารณะทั่วไปอยู่แล้ว และประชาชนก็รับรู้มาโดยตลอดว่า มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2535 เพราะฉะนั้น การที่หน่วยงานหรือสื่อมวลชนใดจะนำออกมาเผยแพร่อีกครั้งหนึ่ง ภายใต้ความรับผิดชอบของตนเองนั้นก็สามารถกระทำได้


 


แต่สำนักราชเลขาธิการขอปฏิเสธการกล่าวอ้างของบางฝ่ายที่กล่าวถึงสำนักราชเลขาธิการว่า เป็นผู้สั่งการหรือสนับสนุนให้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เผยแพร่พระราชดำรัสดังกล่าวนี้อีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม 2549 จึงขอแถลงข่าวมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน"" (หมายเหตุ ข้อความในย่อหน้าสุดท้ายถูกสั่งให้ตัดออก โปรดดู http://www.thairath.co.th/thairath1/2549/politic/mar/15/scpol.php)


 


[1][1] คณะกรรมการบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)


เชาวน์ ณศีลวันต์                        ประธานกรรมการ (ตั้งแต่ 2518 องคมนตรี)


กำธน สินธวานนท์                      กรรมการ (ตั้งแต่ 2530 องคมนตรี)


พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา         กรรมการ (ตั้งแต่ 2535 ประธานกรรมการบริษัทชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน)


เสนาะ อูนากูล                            กรรมการ (กรรมการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์)


ศิววงศ์ จังคศิริ                           กรรมการ (ตั้งแต่ 2539 ประธานร่วมฝ่ายไทย องค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย, 2543-2545 ประธานกรรมการ บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน))


สุเมธ ตันติเวชกุล                        กรรมการ (ตั้งแต่ 2546 ประธานคณะกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์  จำกัด, ตั้งแต่ 2531 กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา)


ยศ เอื้อชูเกียรติ                          กรรมการ (ตั้งแต่ 2540 ที่ปรึกษาการเงินและการลงทุน  สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, ตั้งแต่ 2544 ประธานกรรมการ บริษัททุนลดาวัลย์ จำกัด, ตั้งแต่ 2544 ประธานกรรมการ บริษัทวังสินทรัพย์ จำกัด)


ปรีชา อรรถวิภัชน์                      กรรมการ


พนัส สิมะเสถียร                         กรรมการ (กรรมการบริษัท Bangkok Intercontinental Hotels Co, ตั้งแต่ 2537 กรรมการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์,  ตั้งแต่ 2540 รองประธานกรรมการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ตั้งแต่ 2543 กรรมการ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, ตั้งแต่ 2544 ประธานคณะกรรมการ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ)


อาสา สารสิน                              กรรมการ (ตั้งแต่ 2536 ประธานกรรมการ บริษัทไทยเอเชียแปซิฟิคบริวเวอรี่ จำกัด, ตั้งแต่ 2541 ประธานกรรมการ บริษัทผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) (โปรดพิจารณา กรณีการแพร่ของสารแคดเมียมที่บ้านแม่ตาว อำเภอแม่สอด ตาก), ตั้งแต่ 2542 ประธานกรรมการ บริษัทสยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน), ตั้งแต่ 2543 ราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ,  ตั้งแต่ 2546 กรรมการ บริษัทไทยน้ำทิพย์ จำกัด)


ชุมพล ณ ลำเลียง                       กรรมการผู้จัดการใหญ่


กานต์ ตระกูลฮุน                         รองกรรมการผู้จัดการใหญ่


วรพล เจนนภา                            เลขานุการคณะกรรมการและเลขานุการบริษัท


http://www.cementhai.co.th/newsite/th/about_scg/organization_chart/board_of_director.asp


 


[1] รายนามคณะกรรมการ Bangkok Intercontinental Hotels Co (BIHC)


Lt. General. Chalermchai Charuvastra, Chairman


Dr. Panas Simasathien


Mr. Charncai Charuvastra


Mrs. Katevalee Phisanbut


Mrs. Chadatip Chutrakul, Managing Director


Ms. Pawinee Sitachitt


Ms. Chintana Kovatana


Mrs. Mayuree Chaipromprasith


 


[1] รายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่บริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) (TIC) ณ วันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น วันที่ 6 พฤษภาคม 2546


1. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช                                      1,271,599    17.66%


2. ธนาคาร ดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด(มหาชน)                                                  720,000      10.00% 


                                                                                                                    (ทุนสิงคโปร์)


3. บริษัท สนอง ตู้จินดา จำกัด                                                                   453,780        6.30%


4. นายไพสิฐ ตู้จินดา                                                                                355,200       4.93%


5. สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์     271,720      3.77%


6. ม.ล.พวงแก้ว ณ ระนอง                                                                          167,868      2.33%


7. สำนักงานพระคลังข้างที่ บัญชีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม                                  164,484      2.28%


8. สำนักงานพระคลังข้างที่ บัญชีสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ                         108,000      1.50%


9. บริษัท ศกรกมล จำกัด                                                                           84,204        1.17%


10. บริษัท ทิพยสมบัติ จำกัด                                                                       79,344       1.10%


 


Comments

nuay

ตกลงจะสื่อว่าพันธมิตรฯคิดล้มล้างสถาบัน?จะบ้าเหรอ อย่าง่าวน่า

ไกลบ้าน

อ่านแล้วรู้สึกเหมือนคนเขียนพยายามโยงใยสถาบันให้มายุ่งเกี่ยวโดยตรงกับการเมือง และเหมือนพยายามจะโยงดีลอื้อฉาวให้สถาบัน ไม่ทราบคิดอะไรอยู่

เมืองไทยคงเจริญขึ้นมากถ้ามีพวกเหมารวม, ฟันธง และแต่งนิยายให้น้อยลง คงคิดว่ามีความรู้ คงคิดว่ามีข้อมูล บวกกับอคติเข้าไป ก็สนุกล่ะท่าน เรื่องของเฉพาะบุคคลพยายามผูกให้เป็นเรื่องของสถาบัน ขอบใจมาก ไม่มีปัญญาเข้าใจข้อมูลให้รู้แจ้ง (หรือจะตั้งใจก็ไม่ทราบ) และไม่รู้จักกาละเทศะ นอนอยู่กับบ้านดีกว่า ไม่พูดอะไรก็ไม่มีใครเขาว่าอะไร

สรุปว่าส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นบทความที่ไร้รสนิยมและสติปัญญา ไม่ชอบ นึกว่าจะมีที่พึ่งเป็นเวบประชาไท เซ็งจริงๆ

xXx

น่าสนใจ

byebye

เวปนี้กลายเป็นวอร์รูมสมบูรณ์แบบ

คนเดินดินฯ

คิดได้ไง
โยงซะน่าเกลียด มันน่าจะเกี่ยวกับถนนที่เป็นใจกลางธุรกิจ
รู้อยู่แล้วว่าผู้ยิ่งใหญ่ในสังคมนี้ทุนเก่ามีสัดส่วนสูงพอ ๆ กับทุนใหม่และซีพีอยู่แล้ว เดินไปตรงไหนก็ต้องเจอทุนเก่าและทุนใหม่อยู่แล้ว...

ถ้ากลุ่มทุนเก่าไม่รับรัฐบาลพระราชทานน่าจะมาจากการกลัวถูกครหานินทาจากสังคมว่าไม่เป็นกลางหรืออาจจะเป็นการฮั้วกันระหว่างทุนเก่าและทุนใหม่มากกว่า...

นี่สิเป็นเรื่องน่ากลัวของภาคประชาชนที่ต้องรวมตัวกันและเปิดแนวรบทุกด้านให้เร็วและมากที่สุดที่จะมากได้ เพื่อกดดันการเมืองที่ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดชะตากรรมของประเทศมากขึ้น

เพราะสุดท้ายหากเกิดอะไรขึ้น ท่านเจ้าใหญ่นายโตทั้งหลายก็คงบินหนีไปต่างประเทศ มีแต่ชาวบ้านอย่างเรา ๆ ที่คงต้องเผชิญชะตากรรมและช่วยกันพัฒนาประเทศต่อไป

เพราะฉะนั้นเวลาบอกได้ว่าถ้าขาดที่พึ่งจริง ๆ แล้ว ประชาชนคงต้องพึ่งตัวเอง และรวมตัวยืนหยัดกันขึ้นมาเป็นแนวร่วมที่กว้างใหญ่เพื่อสร้างชาติของเราขึ้นมาใหม่ครับ

xXx

ทฤษฎีสมคบคิด

อย่าง่าว

โหนี่ไม่รู้อะไรเลยหรือนี่ คิดได้ไงว่าล้มสถาบัน ไปโน่นเลย เขาเอาข้อมูลออกมาเพื่อจะบอกว่า ณ ที่ตรงนั้นมันเซนส์ซิทีฟ มันทำให้รัฐบาลต้องป้องกันอย่างเข้มงวด และเสี่ยงมากที่จะให้ตรงนั้นสำหรับการปักหลักยืดเยื้อ มันไม่มีใครไปสมรู้ร่วมคิดกับใครหรอก มันต้องตอบให้ได้สิว่า ทำไมพันธมิตรเลือกตรงนั้นและคิดว่า จะกดดันทักษิณได้มากกว่า

ไม่แน่ใจ

ประชาไท
ข่าวนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกก็จริง
แต่ไม่ค่อยแน่ใจความเหมาะสมเท่าไร
หากจะสร้างเรื่องให้เกิดโยงใย
หรือคิดแทนพันธมิตร?

ไม่แน่ใจ

ทำไมสถาบันกษัตริย์อาจไม่เลือกใช้มาตรา 7 ตามที่กลุ่มพันธมิตรเสนอ

เพราะหน่วยงานของสถาบันกษัตริย์ได้ประโยชน์จากระบอบเศรษฐกิจที่เป็นอยู่อย่างมาก

คุณว่าประโยคนี้ สมควรแล้วหรือ
ขอถามทั้งคนเขียนและ บ.ก.

รู้ละการปราบปรามคนดีด้วยข้อหาหมิ่นมีจุดเริ่มมาจากไหน

ถอยดีก่า ไม่เอาดีก่า เมื่อเห็นชื่อคนโพท(ยกเว้น คุณความจริงคืออะไรกันแน่ ) thanks พิภพ อุดมอิทธิพงศ์

รู้ละว่าการปราบปรามคนดีด้วยข้อหมิ่นสุดคาสสิกมีจุดเริ่มต้นมาจากไห

ถอยดีก่าไม่เอาดีก่า เมื่อเห็นชื่อคนโพท( ยกเว้น ความจริงคืออะไรกันแน่ , อย่าง่าว)

ไม่น่าเลย

น่าจะทบทวนประวัติศาสตร์กันนะ ดึงสถาบันลงมาทีไร สถาบันเดือดร้อนทุกที
พระเจ้าอยู่หัวของเรา เราขอเถอะ คนเขียนบทความน่าจะตีความเสียให้ชัดเจน ต่างคนต่างปัญญา โดยเฉพาะปัญหาบ้านเมืองวันนี้ ต่างคนต่างอ่อนไหว คนใส่ใจบ้านเมืองเขากระหายข่าวกันยังกะอะไร ชัดเจนหน่อย สองแง่สามง่ามเดียวผลเสียจะเกิดขึ้นกับส่วนรวม

เรารักในหลวง

ทำไมสถาบันกษัตริย์อาจไม่เลือกใช้มาตรา 7 ตามที่กลุ่มพันธมิตรเสนอ
เพราะหน่วยงานของสถาบันกษัตริย์ได้ประโยชน์จากระบอบเศรษฐกิจที่เป็นอยู่อย่างมา
..................
ให้เราคิดแบบคนปัญญาง่อยนะ ไม่ต้องแบบนักเขียนคอลัมน์ นสพ. เราว่า ในหลวงของเราคิดว่า มาตรา 7 จะทำให้ประชาธิปไตยไทยย่ำอยู่แบบประชาธิปไตย ในโรงเรียนอนุบาลไง หากพระองค์ใช้พระราชอำนาจตามมาตรา 7 ซึ่งตีกันไปคนละทางสองทาง บางคนว่าชอบธรรมบ้าง ไม่ชอบธรรมบ้าง ผลเสียก็จะตกอยู่กับประชาธิปไตย ให้กลไกการเมืองภาคประชาชนทำงานไม่ดีกว่าหรือ ทางตันของสภา ได้ ส.ส.ไม่ครบ 500 คน เรื่อง กฟผ.(ซึ่งยังหน้าด้านปัดความรับผิดชอบ) สภาเผด็จการ และอื่นๆ อีกมากมายที่ตามมาหลังการเลือกตั้ง คงสุกงอมเพียงพอที่จะเกิดปรากฎการณ์ประชาธิปไตยหน้าใหม่ในประเทศไทย โดยไม่ต้องมีอำนาจพิเศษมาจัดการ เราคนไทยควรโตกันได้แล้ว อย่าเอาปัญหาอ่อนไหวแบบนี้มาสุมเติมเชื้อไฟอีกเลย พระองค์ท่านเปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม ใครกล้าปฏิเสธ หากแต่ว่าอีก 20 - 30 ปี หรือร้อยปีข้างหลัง เจอทางตันนิดหน่อยก็เรียกหาอำนาจพิเศษแล้วเมื่อไหร่เราจะโต ภาวนาแค่ว่าอย่าให้มีวันมหาวิปโยคเพิ่มอีกวัน ที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติก็พอ

Baby

อยากให้คนไทยฉลาดในการบริโภคสื่อ ค่ะ

อยากให้ตำรวจหรือทหารดำเนินคดีกับพวกแกนนำ ผู้ชุมนุมจะได้เลิกบ้าซะทีหัดคิดเองซะบ้างให้พวกบาปหนามาจูงจมูก อย่าอ่อนไหวให้มากกับลมปากโจร

มันอะไรกันใน board นี้ หรือ จะเป็นขาลงของนายสนธิ จริงๆ

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P4232285/P4232285.html

เสียดาย

สงสัยตั้งแต่ลงบทสัมภาษณ์ ฉลาด วรฉัตร แล้ว ต่อมามีบทความโจมตีพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เวปนี้โดนเทคโอเวอร์ไปอีกเวป ไม่ใช่ manager2 แต่เป็น วอรูมแห่งที่ 2 ต่อจาก pantip.com

dd

baby สมชื่อจริง ๆ พวกกู้ชาติเขาไม่เคยล่วงเกินในหลวงเหมือนทักษิน เขาออกมาเปิดเผยข้อมูลที่ทักษินปกปิดไม่ให้คนรู้ ที่ไปตามศูนย์ ธุรกิจ เป็นที่รวมของนานาประเทส เพื่อบอกให้คนไทย คนเทศ ได้รู้ความจริงขณะนี้ ทักษินเป็นอาชญากรสงคราม อเมริกา ก็ออกมาแถลงข่าว ว่าประเทศไทยมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีการอุ้มฆ่าในกรุงเทพ มีการฆ่าตัดตอน มีการฆ่าหมู่ทุกอย่างผู้นำประเทศเป็นคนทำ เราได้แจ้งแก่นักท่องเที่ยวว่าเรามาขับไล่นายก ที่คอรฺรัปชั่น อย่างสันติ เพื่อให้เขาได้นำข้อมูลไปบอกกล่าว ว่า ถึงจะมีการเดินขบวน เขาก็ไม่มีอันตราย หัดใช้สมองตรองบ้าง

Shinland

อืมม์ น่าสนใจ

คนไทยนี่ ถูกดูกจากทุกสถาบันเลยน่ะ

ถึงว่า ไม่เจิรญซักกะที

tass

เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง

ต้องยอมรับความจริง

คนไทยต้องกล้าเปิดใจยอมรับความจริงเหมือนกัน ว่าสถาบันฯ ทุกๆ สถาบันฯ ต่างก็ทำธุริกิจ และก็แสวงหากำไรจากการทำธุรกิจ จึงคิดว่า ควรเปิดวิจารณ์ได้ และ นำเสนอข้อมูล และมองอย่างตรงไปตรงมาได้

แยก "ความรัก" กับ "ความถูกต้อง" ให้ได้ ไม่งั้นก็จะไม่สามารถสร้าง "ความเท่าเทียม" ในสังคมได้เสียที

ด้วยคน

ขอให้พวกเรารวมพลังขับไล่ทรราช
เพราะมันหน้าด้านมากๆ
และพร้อมใจกันตะโกนทักษิณ...ออกไป

วภ.

เอาข้อมูลและความจริงมาพูดเห็นด้วย และเห็นด้วยกับความเห็นของ "คนเดินดินฯ"
เราต้องต่อสู้เพื่อการเมืองภาคประชาชน เราต้องพึ่งตัวเองเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริง
ของประชาชน...

bee

Information is always information. The most important thing is how to interpret these pieces of informations.
Columnists ^*s background is also important. It could show somehow their intentions of the wriiten articles.

ภร

เบี่ยงประเด็นการต่อสู้กับทักษิณ เสียดายแหล่งข้อมูลดีดี กลายเป็นแหล่งโจมตีฝ่ายต่อต้านรัฐบาลไปเสียแล้ว

spiraldyne

อคติเห็นๆเลยสำหรับเจ้าของบทความ

เขารู้กันตั้งนานแล้วว่าทุนทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นั้นถูกครอบงำโดยนักบริหารมืออาชีพ ครั้งหนึ่งธารินทร์ และพวกก็เคยใช้เป็นฐานทางการเมืองมาก่อน สถาบันเข้ามาจัดการเรื่องต่างๆได้น้อยมาก

แม้แต่ดีลชินคอร์ป ก็มี ชุมพล ณ. ลำเลียง ซึ่งคืออดีตผู้บริหารระดับสูงของเครือทรัพย์สินฯ เป็นตัวจักรสำคัญ

ผมจึงไม่กลัวฤทธิเดชของสถาบันฯอย่างที่ นักวิชาการฝ่ายซ้ายหรือ พวกที่คิดว่าตัวเองก้าวหน้ากลัว

ผมเคยได้ยินว่าพวกเจ้าเองก็ยังอยากให้มีการรื้อระบบเลย เพราะทุกวันนี้ไม่ต่างกับฮ่องเต้กับพวกขันทีในปลายราชวงค์หมิงสักเท่าไรเลย

สำหรับผมๆให้น้ำหนักไปที่สังคมการตลาดมากกว่าการปิดล้อมสถานที่รัฐบาลหรือสัญลักษณ์ของระบบอำนาจนิยมนั้นไม่ได้ผลอีกต่อไป มันต้องปิดล้อมสถานที่สัญญลักษณ์ของทุนนิยมการตลาดและการบริโภคซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อ นายกฯ และคนชั้นนำของประเทศที่มี mental mind แบบ อนุรักษ์นิยมบรรษัทข้ามชาติมากที่สุด

us

คนเดินดินบอก
เดินไปตรงไหนก็ต้องเจอทุนเก่าและทุนใหม่อยู่แล้ จำเป็นต้องเดินขนาดไหน? และ "เปิดแนวรบทุกด้านให้เร็ว" รอและมองให้รอบคอบรอบด้านก่อนไม่ได้หรือ
การเมืองภาคประชาชน จะเอาแนวของใคร เคยได้ยินที่เสกสรรเสนอด้วย แล้วฉันทนุมัตโดยพร้อมเพียงยัง เสนอให้คำจำกัดความ วิธีการเป้าหมายชัดเจนก่อนดี?

us

คุณภร โจมตีกับวิจารณ์ต่างกันอย่างไร แล้วที่บอกว่า เบี่ยงประเด็น นี้บอกให้ชัดๆหน่อย เวลาจะทำอะไร ก็ไปขัดขวางไม่ได้อยู่แล้ว แล้วเวลาเกิดผลกระทบเสียหาย นี้ยากมากที่จะหาคนรับผิด

ThuRed

การดึงเอาสถาบันพระมากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการเมือง ไม่ว่าจะโดย ม.7 หรือโดยการซุบซิบ ทั้งเพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อฝ่ายใดก็ตาม ย่อมเป็นผลเสียแก่สถาบันพระมหากษัตริย์และระบอบประชาธิปไตย อันเป็นสมบัติของปวงชนชาวไทย

การมุ่งจะล้มทักษิณให้ได้ โดยยอมเทหน้าตักของผู้นำภาคประชาชนขณะนี้ ถ้าบังเอิญสำเร็จ ก็คงจะได้แต่ชัยชนะตรงที่ล้มทักษิณได้ อุดมการณ์อุดมคติทั้งจริงและเท็จ ไม่มีวันจะปรากฏ
เพราะผลสุดท้ายประชาชนย่อมได้แก่ปัจเจกชนที่เป็นคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ฝูงวัวฝูงควาย ที่รอให้มนุษย์มหัศจรรย์ที่ไหนมาชี้นำ

เลิกก่อความวุ่นวายให้บ้านเมืองได้แล้ว พวกหัวก้าวหน้าแต่หางย้อนยุค กำลังทำเหมือนกับที่ทำไว้เมื่อ 6 ต.ค. 19 แต่คราวนี้ พวกเขาจะโยนบาปให้ฝ่ายปกครองเอาตัวรอดจากความรับผิดชอบ เหมือนครั้งก่อนไม่ได้แน่

นาง ก

อย่าดึงสถาบันมาเกี่ยวข้อง
อยากจะถามผู้เขียนบทความว่ามีเจตนาอะไร

us

Baby นี่น่ารักและบริสุทธิ์? เวปพันธุ์ทิพย์นี่ถ้าไม่จำเป็นไม่เ้ข้าไป ไม่ใช่อคติด้วย แต่มันลึกลับ บ่อยครั้งก็สกัดกั้น วัฒนธรรมการวิจารณ์ก็ไม่ได้โตขึ้น
แล้วเรื่องข้อหา หมิ่น คำว่าหมิ่น นี่หมายถึงดูถูก ด่าให้เสียไปเลย หาเครดิตไม่ได้ ใช่ไหม (เราอ่อนแอกับลมปาก ที่ไม่สามารถพรากชีวิตใครได้ ไม่เหมือนเอาปืนมายิงเอาระเบิดไปถล่ม มากไปหรือเปล่า) มาจนถึงทุกวันนี้ บอกเลย งง กับคำนี้ แล้วหลายคนก็ใช้คำนี้เป็นเครื่องมือเล่นงานตลอดมา (เอาให้มันติดคุกหรือเสียไปเลย ออกนอกประเทศไป และแย่สุด คือ ฆ่าทิ้งเสีย)

Homo erectus

ไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่กล่าวหาว่า "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" แสดงความคิดเห็นอะไรก็หาว่าหมิ่นลูกเดียว เท่ากับดูถูกความคิดเห็นคนอื่นๆ ปิดกั้น เซนเซอร์ ไม่ยอมรับวัฒนธรรมในการวิจารณ์ ซึ่งในประเด็นนี้จะเห็นว่าจุดยืนของ ส.ศิวรักษ์ น่าเคารพยกย่องมากในฐานะที่เป็นกษัตริย์นิยม ที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์สถาบันมากที่สุด เพราะเขาเห็นว่าสถาบันจะอยู่ต่อไปได้ก็ด้วยการวิพากษ์วิจารณ์เท่านั้น

ถ้ามันจริงผิดอะไร หรือสัจจะไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ควรแสวงหา?

...

ยังไงๆ จุดยืนคือทักษิณต้องลาออกและถูกตรวจสอบ...

dd

ทรัพย์สินต่าง ๆนั้เปิดเผย มีผู้จัดการถูกต้องตามกฏหมาย มีการเสียภาษีถูกต้อง และมีการจัดการที่เหมาะสม เช่น ในการเกิดสาธารณภัย ในหลวงเป้นหน่วยแรกที่ใช้ทรัพย์สินเหล่านี้ไปบำบัดทุดบำรุงสุขแก่พสกนิกร การนำเสนอเพื่อให้เข้าใจไข้วเขวว่าพระองค์ แสวงหาประโยชน์ทางธุรกิจ เพื่อเทียบเคียงกับทักษินนั้นเป็นสิ่งเลวทราม และเราก็รู้ด้วยว่านี่คือแผนของ เจ้าหมูอ้วนที่เข้าป่าไปเป็นคอมมิวนิสต์ ประเทศ ไทย ให้เธออาศัยเกิด ทั้งที่บรรพบุรุษของเธอไม่ได้ช่วยกู้บ้านกู้เมืองร่วมกับคนไทยตัวดำ หัดแสวงหาความดีเข้าตนเองบ้างอย่าชั่วได้ตลอดอายุขัย เลย ตอนวัยรุ่นเข้าป่ามาสู้กับรัฐ พออกจากป่า มาทำลายชาติกับนายทักษิน

us

พ.ศ. 2549 กับ พ.ศ. 2519 นี่การข่าวมันแตกต่างกันลิบลับ 2519 รัฐบาลไร้อำนาจ ประชาชนถูกยุยงให้แตกแยกโดยใคร แล้วใครยังอยู่ ยังรู้ดี ยังยิ้มไ้ด้เต็มหน้า นักศึกษาสมควรถูกกระทำอย่างนั้นหรือ ประเด็นนี้ใหญ่ยิ่งต่างหาก
ดูอารยะประเทศบ้าง เจ้าหญิงแห่งโมนาโค (The rebel princess) ออกมาร้องเพลง (เคยติดอันดับบิลบอร์ด แล้วไม่ใช่เสียงห่วยเหมือนดารา-คนสวยไทยหลายคน ที่หลายคนแอบฝันว่าอยากเอามานอนด้วย ) แต่งตัวเซ็กซี่แบบไม่ดัดจริต และพยายามทำให้ธรรมดาที่สุด ส่วนเรื่องจะไปทำพิกลพิการที่ไหนนี่ยังไม่ได้ศึกษาให้ลึก ไม่มีเวลา และไม่ได้เงินด้วย
ไปดูได้ http://www.theage.com.au/articles/2003/10/07/1065292586875.html?from=storyrhs

แล้ววัฒนธรรมการวิจารณ์ที่ยุโรปก็เติบโต ความจริงก็เผยออกมา ไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่ชื่อ และถูกบิดเบน ลากไปลากมาเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางแบบนี้ (เห็นหลายคนในนี้เกลียดไม่อยากเอาซะแล้ว จะไปเชิญ Mao^*s communism มา หรือเิชิญมาแล้วแต่ลอกไม่เหมือน และก็ไม่เคยพูด Fair ซะที)
ไปดูอีก
http://www.asiawind.com/pub/forum/fhakka/mhonarc/msg00414.html

ส่วน นาง ก คุณไม่มีสิทธิ์ไปคาดคั้นเอาเจตนารมย์ในการเขียนจากใครที่ไหน อ่านเอาแล้วตีความไปเองสิ จริงไม่จริงก็วิจารณ์ไป (และไม่ใช่ด้วยความแค้นเคืองแบบที่เห็นบ่อยๆ)

*Ngos ไทยเป็นอะไรกันไปหมด อันไหนได้ประโยชน์ก็เอา อันไหนไม่ได้ก็ด่า ผลักไส ไม่คบหา ใส่ความ หรือจะให้บอกว่า ก็แค่ข้าราชการคับแคบแบบเดิม แต่สวมเสื้อคลุมใหม่เท่านั้น

h.

[emo9.gif] ไม่เข้าท่าเลยหวะ
ไปแต่งมาใหม่นะครับ

free rider

Oh dear!

pp

อ่านแล้วต้องแยกประเด็นให้ออกนะ
เราไม่ชอบระบบทักษิณ แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องเกลียดนายทักษิณ
เราไม่ชอบกลุ่มทุนเก่า แต่เราก็ชอบศึกษาแนวพระราชดำริ

ีus

เห็นหรือยัง เวลาผ่านไป 2 นาที สำรากมาอย่างเร็วเลย เอาเวลาไปศึกษาหาความรู้ไป ปฏิบัติแบบหลักการมั่วซั่ว จะนำพาสู่ความพินาศทางปัญญา

us

เวลาผ่านไป 2 นาที หมายถึงการโพสท์ของ h. เพราะตอนที่พิมพ์อยู่ มันเป็นเวลานั้น
แนวพระราชดำริ มาพูดถึง Pros และ Con ของมันดีกว่า ไม่ใช่มาแบบนี้

ตนไท

ความจริงคือความจริงวันยันค่ำ อย่าโวยวาย รู้ไว้ไม่เสียหาย รู้วันนี้กับรู้พรุ้งนี้ต่างกันอย่างไร ต้องหัดทำใจ

55555

รู้มานานแล้ว ไม่ใช้ข้อมูลลับอะไร เพียงแต่คนไม่รู้เพราะไม่ได้สนใจด้านธุรกิจการเมือง เศรษฐศาสตร์ ทุกอย่างในความเป็นประเทศไทย คนไทยควรรู้ทุกเรื่อง กลัวครูไม่รู้วิชา หรือกลัวเนื้อหาวิชาเลยไม่เข้าหาครู ก็เลยไม่รู้อะไรเลย

ปัญญาชน

อูย...แซ่บหลายเด้อ!

งง

ขอบคุณที่รวบรวมมาให้รู้ แต่รู้ทุกเรื่องแล้ว เพียงแต่ไม่เคยมีความรู้รวบยอดข้อมูล่ ขอบคุณอีกครั้งที่รวบรวมมาให้ จะได้ศึกษาองค์รวมของเศรษฐกิจไทย คนจนก็ยังจน ขณะที่คนรวยก็รวยเอารวยเอา เพราะเงินมันต่อเงินได้ เราก็คือมนุษย์เงินเดือน พอใช้ไปเดือนๆก็ถือว่าบริหารเงินเก่งแล้ว

free rider

ผู้เขียนบทความ เป็นสาวกของ นาโอมิ ไคลน์ เขาแปลหนังสือของเธอ ชื่อ
“Fences and Windows” ที่เชื่อว่า หนทางการต่อสู้เพื่อพิทักษ์รักษาโลกนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบากและความขัดแย้ง

นาโอมี ไคลน์ เธอประท้วงและต่อต้านบรรษัทขนาดใหญ่ การค้าเสรี และระบบทุนนิยม

เสมือนคำแถลงการณ์ที่กระตุ้นให้เกิดเครือข่ายต่อต้านระบบทุนนิยมกระจายไปทั่วโลก

ในมุมมองของเธอระบบการทำงานของบรรษัทคือการกดขี่ข่มเหงและการแสดงหากำไรจากประชาชนที่ไม่มีทางต่อสู้

ประชาธิปไตยคือความหลอกลวง ระบบทุนนิยมมีแต่สร้างความยากจน

คำกล่าวอ้างที่แปลกที่สุดของนาโอมี ไคลน์ คือ การที่เธอกล่าวว่า บรรษัทข้ามชาติมีอำนาจมากเสียยิ่งกว่ารัฐบาลหรือผู้บริโภค

เธอยังกล่าวหาว่า ” การค้า ” คือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในระบบเสรีนิยมใหม่

คุณ พิภพ ต่อต้านโลกาภิวัตน์จนขึ้นสมอง จึงมองการเคลื่อนไหวทุกอย่าง เช่นของพันธมิตรที่สยามพารากอน มาจากผลประโยชน์และความขัดแย้งของกลุมทุนเสมอ

ค่อนข้างคับแคบ และที่แน่แน่ เข้าทาง ไทนรักไทย แหงๆ

เค้าบอกให้รู้ ว่าบางเรื่องมันแยกออกจากกันไม่ได้ การพูดอะไรบางครั้งมันก็พูดให้คนทั้งหมดเข้าใจไม่ได้ทุกเรื่อง มันพาดพิงไปกระทบกับหลายฝ่าย ความจริงบางทีก็อธิบายลำบากเนอะว่ามะ ไอ้พวกรู้มานิดๆ หน่อยหรือว่าตามปากคนอื่นนี้มันคิดเองไม่ได้ โง่ให้เค้าจูงน๊ะเก่งนัก555

ผ่านมาแจม

สี่เหลี่ยมก็มีสี่ด้าน ไอ้คนหน้าด้าน คือไอ้หน้าเหลี่ยม
ไอ้ลิ่วล้อสิงคโปร์โตก ไอ้ลิ่วล้อสิงคโปร์โตก มันจะตกนรก กะลาหัวไม่เจียม

ไอ้หน้าเหลี่ยม หน้าเหลี่ยม หน้าเหลี่ยม ไอ้อย่างหนาหน้าเหลี่ยมมันขี้โกงเป็นบ้า
เอาเงินยัดศาลรัฐธรรมนูญ สั่งคดีซุกหุ้นไม่ให้พิจารณา (เฮ้ย)
องค์กรอิสระอัปรีย์ มันให้พวกขันทีไปจัดซื้อจัดหา
มันติดสินบนข้าราชการ ใครที่ซูฮกมันได้เลื่อนขั้นทะเล่อทะล่า
ไอ้หน้าเหลี่ยม หน้าเหลี่ยม หน้าเหลี่ยม ไอ้ทรราชหน้าเหลี่ยม มันทำตัวอหังการ์
มันอยากเป็นรัฐบุรุษ ไอ้หมาหัวเน่าหางกุด จะชูคอเทียบป๋า
มันไม่รู้ที่สูงที่ต่ำ มันพูดจาระยำจาบจ้วงราชา
มันอวดดีแต่งตั้งสังฆราช ที่หน้าตาประหลาดเพราะมันเป็นมารศาสนา

โอ้ย เหลี่ยม เหลี่ยม เหลี่ยม เหลี่ยม เหลี่ยม
โอ้ย เหลี่ยม เหลี่ยม เหลี่ยม เหลี่ยม เหลี่ยม

อุทัยวรรณ

ทำไมสังคมไทยถึงตื่นกลัว “ฟรีสปีช” จน “หน้ามืดทางปัญญา” ขนาดนี้?

ทำไมพวกคุณถึงตื่นกลัว “ความจริง” กันขนาดนี้?

ข้างบนนั้นก็เห็นแล้วว่าผู้เขียนได้นำเสนอ Fact แบบมีที่ไปที่มา ไม่ได้บิดเบือนข้อมูลอะไรเลย และในส่วนที่เป็นคำถามนั้น...ก็เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่คนเขียนจะทำได้ในระบอบประชาธิปไตย ประชาธิปไตยอยู่ได้เพราะการตรวจสอบ-ตั้งคำถามกับอำนาจทุกชนิด ไม่มียกเว้น และฟรีสปีชก็คือเครื่องมือสำคัญอันนั้น skepticism ต่อผู้มีอำนาจ...เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับประชาธิปไตย หรือว่าดัดจริตทำเป็นไม่รู้?

ถ้าคุณสามารถตั้งคำถามกับบริษัทธุรกิจที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแสวงหากำไรอย่างชินคอร์ปได้ ทำไมคุณจะตั้งคำถามกับบริษัทธุรกิจที่แสวงหากำไรอื่นๆ ที่เหลือไม่ได้? ถ้าคุณสามารถตั้งคำถามกับผู้ถือหุ้นบริษัทชินคอร์ปได้? ทำไมคุณจะตั้งคำถามกับผู้ถือหุ้นบริษัทอื่นๆ ไม่ได้? หรือว่าประเทศไทยมี...ผู้ดำเนินธุรกิจค้ากำไร...ที่อยู่เหนือกฎหมาย????

อันที่จริง ข้อมูลของคุณพิภพนำได้ไปสู่อีกคำถามหนึ่งที่เจ้าตัวไม่ได้ถาม...แต่มีการถามกันมาตลอดในฝ่ายผู้รักประชาธิปไตยกลุ่มหนึ่งก็คือ “ถ้าทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เกี่ยวพันกับธุรกิจค้ากำไรในสเกลที่ไม่ใช่เล็กๆ ขนาดนี้ เมื่อไหร่สังคมไทยจะเลิกเซ็นเซอร์ตัวเอง-อย่างมืดบอด-ในเรื่องที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ซะที ?????”

สุดท้าย ดิฉันต้องขอบคุณคุณพิภพที่นำเสนอข้อมูลอีกด้านที่ relevant มากๆ ต่อสถานการณ์ขณะนี้ และขอบคุณคุณบอกอประชาไทแถมด้วย...ที่พยายามจะส่งเสริมฟรีสปีชเพื่อขับไล่ความมืดอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช (แม้ว่าต้องเสี่ยงกับคมหอกคมดาบแทบจะรายวันของพวก “บางระจัน ฟันดะเมนทัลลิสต์” ก็ตาม)

เลือก “กลัวความจริง” กันได้แล้ว ทุกวันนี้ เราต่างก็กำลัง “ตามหาความจริง” กันอยู่ไม่ใช่เหรอคะ? แล้วถ้าใครเป็น “ฮิสทีเรีย” ง่ายดาย แม้แต่กับฟรีสปีชธรรมดาๆ ที่ไม่ได้หยาบคายอะไร...ก็ไปรักษาซะ เผื่อจะปรับตัวกับประชาธิปไตยยุคต่อไปได้ง่ายขึ้น ช่วยมี “วิวัฒนาการ” นิดนึงก็ดีค่ะ ไอ้ good governance ที่พล่ามๆ กันไว้มันจะได้เป็นจริงซะที

อ้อ...แล้วถ้าใครคิดจะฟ้อง “หมิ่นประมาท” ดิฉัน ฟ้องได้ตลอดเวลา...ด้วยความยินดี กำลังอยากดังม๊าก-มาก อยากเป็นข่าวม๊ากมากเลยช่วงนี้

อุทัยวรรณ เจริญวัย (ตัวจริง เสียงจริงอยู่แล้ว)

ดาบผ่าลม

ความหมายของบทความนี้คือ ม็อบอันธพาลมีพื้นฐานจากแกนนำหัวซ้ายจัด กำลังจะเป็นกบฏใช่หรือเปล่า

free rider

ถาม อุทัยวรรณ "ทำไมพันธมิตรถึงไปเอ็มโพเรียม-สยามพารากอน ?" คำถามนี้ Facts ที่ยกมาตอบได้หรือไม่? How to interpret the facts? Relavant ?

เราจะเห็น แพะ กับ แกะ บ่อยขึ้น เชื่อเถอะ!

ติ่ม

เคยรับรู้ข้อมูลพวกนี้มาบ้างแต่ไม่ชัดเจนลึกซึ้งเป็นระบบเท่านี้ ถ้ามีบทความทำนองนี้ก็เปิดมาอีกนะจะรออ่าน รู้มากดีกว่ารู้ครึ่งๆกลางๆแล้วไปตีความกันเอง ถ้ารับรู้อย่างมีสติและคิดวิเคราะห์อย่างรอบด้าน จะพบว่าเขากำลังบอกอะไร ทุกวันนี้อย่าหลงลืมว่าเราไม่ได้ทะเลาะกันอยู่ แต่มันเป็นพื้นที่พันธกิจทางสังคม วันๆเราได้ยินแต่วลีซำจำพวกก่อความวุ่นวาย/รักพ่ออย่าทะเลาะกัน/เห็นแก่ส่วนรวม/หันหน้ามาคุยกัน/และ.....จนลืมประเด็นหลักว่าที่เขาไม่เอาทักษิณเพราะขาดจริยธรรม/คอรัปชั่นระดับนโยบาย/ขายสัมปทานชาติ/ดำเนินนโยบายผิดอีกมากมาย ทั้งหมดนี้หากว่าผู้ที่รักทักษิณอยากช่วยให้เขาสง่างามอีกครั้ง ก็ต้องหาหนทางให้เขาเว้นวรรคทางการเมืองเพื่อฟอกตัวเองก่อนกลับมาในหนทางการเมืองอีกครั้ง ไม่ยอมรับนายกฯพระราชทาน วันเลือกตั้งก็ไปปั๊มตรายางช่องไม่เลือกใคร

ยังไม่อยากดัง

เห็นด้วยกับคุณอุทัยวรรณ และเชียร์ให้คุณพิภพเขียนบทความทำนองนี้เข้ามาอีกเรื่อยๆ ตอนนี้เรายังไม่ว่างจะขึ้นศาลเลยยังไม่ขอเผยโฉม

นิดา

ไม่ตายดี

koomkumkaew

ประเทศไทยจะอย่างไรก็ไม่พ้นระบบ"นายทุนขุนศึกศักดินา"ไปได้
ทั้งนายกรมต.ทั้งกลุ่มฝ่ายต่อต้าน มันก็แค่เบี้ยธรรมดาบนกระด้านหมากรุกเท่านั้น
อะไรๆมันถึงยืดเยื้อมาถึงป่านนี้ไง ไม่งั้นจบไปนานแล้ว

คนไทยที่รักในหลวง

ใครจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริยืไทยขอให้มันฉบหายในเร็วพลัน

ลูกพ่อหลวง

มันผู้ใดจาบจ้วงพระเจ้าแผ่นดินพระผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ขอให้มันจงวิบัติและฉิบหายในเร็ววัน

spiraldyne

กำลังจะถกกันนอกประเด็นบทความหรือเปล่าครับ
คือ 1. ข้อมูลของคุณพิภพเป็นจริงแต่มันคือสาเหตุที่ พันธมิตรฯ ไปที่สยามพารากอนจริงหรือเปล่า

2. ผมไม่เห็นด้วยกับพวกที่อ้างความกลัวอันตรายจะเกิดกับตัวเองเวลาพูดถึงสถาบันฯ ทั้งๆที่จริงๆแล้วมีคดีความเกี่ยวกับเรื่องนี้น้อยมากๆ ดูเหมือนพวกนี้จะพยายามยัดเยียด ความเป็นปีศาจมารร้ายให้กับสถาบันฯ

3. ประเด็นปัญหาของสำนักงานทรัพย์สินฯ กับสถาบันฯ มันเป็นปัญหาเดียวกับปัญหานักบริหารกับผู้ถือหุ้นในบรรษัทข้ามชาติ นั่นคือนักบริหารนำบริษัทไปปูยี่ปู้ยำอย่างไรก็ได้ผู้ถือหุ้นแทบไม่รู้เรื่องปกติก็คอยรับแต่เงินปันผล

สำหรับตัวผมเองไม่นิยมสถาบันกษัตริย์ แต่ก็พยายามทำความเข้าใจที่มาที่ไป และให้ความเป็นธรรมกับสถาบันฯ

ยุ่ง

เห็นด้วยกับการแสดงความเห็นของคุณ spiraldyne แล้วก็ไม่คิดว่าบทความนี้เป็นการหมิ่นในหลวงแต่อย่างใด ลองคลิกไปตามลิงค์ที่คุณพิภพให้ไว้ของสำนักงานทรัพย์สิน http://www.crownproperty.or.th/

ประวัติสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จัดตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พุทธศักราช 2479 และได้ยกฐานะขึ้นเป็นนิติบุคคล เมื่อปี 2491. โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้มีคณะกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ โดยตำแหน่งและกรรมการอื่นอีก ไม่น้อยกว่า 4 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์จะได้ทรงแต่งตั้ง และในจำนวนนี้ จะได้ทรงแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์หนึ่งคน ให้คณะกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีอำนาจหน้าที่ดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจกรรมของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีอำนาจหน้าที่ตามคณะกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มอบหมาย

ลองอ่านต่อดูนะว่าองค์กรนี้อาจจะมีลักษณะเป็นองค์กรทางธุรกิจมากกว่าอยู่แล้ว

สนธิและเอเอสทีวี. สัญลักษณ์ความรุนแรง

สนธิและเอเอสทีวี. สัญลักษณ์ความรุนแรงและก้าวร้าวยุคดาวเทียม
Mar 25, 2006
สยามโครนิเคิล - ในขณะที่สถาณการณ์การเมืองไทยอยู่ในภาวะวิกฤติจากความขัดแย้งทางความคิดอย่างรุนแรงของฝ่ายที่
สนับสนุนนายกรัฐมนตรีและฝ่ายต่อต้านทำให้ประเทศไทยมีการแบ่งขั้วความคิดอย่างเห็นได้ชัด
http://www.siamchronicle.com/news/view_article.html?article_id=e2dcc975e29ca314e46e587efd2119f4

สนธิไม่รู้ใจไทย

สนธิประเมินน้ำใจคนไทยต่ำไป คิดว่าวาทะและความก้าวร้าวรุนแรงของตนสามารถก่อให้เกิดกระแสความสะใจและปลุกปั่นให้คนหลงใหลตามได้ ขณะนี้ความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยเริ่มฉายออกมาคือ ไม่ชอบดูคนถูกด่าข้างเดียว สงสารคนถูกรังแก และไม่ชอบความสถุนกักขระและก้าวร้าว ความอดทนใจเย็นของทักษิณกำลังกำหัวใจคนไทยไปได้เยอะ โดยเฉพาะคำขอร้อง(วิงวอน)ให้คนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในซีดีคำปราศรัยถึง6-7ครั้ง หลายคนฟังแล้วบอกว่าเห็นใจนายก

ดี

ผู้ใดจาบจ้วงสถาบันนี้ ขอให้มันเจริญขึ้นเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

get

มีคำตอบอยู่ในประโยคกึ่งคำถาม
1.ชัยภูมิดี กดดันทุกส่วน

2.เป็นแหล่งธุรกิจและอื่นที่น่ารักษาและทำลาย

3.ทุนคือทุน ต้องแสวงหากำไร ใครๆก็เอากำไร ใครได้เปรียบเสียเปรียบ(สุดท้าย ปชช.เตะหมูเข้าปากหมา)ได้รู้แหล่ง รู้เขารู้เรา

4.อย่างมงาย ความจริงถูกหรือผิดมันชัดเจน อย่าหลอกตนเองทำเป็นไม่รับรู้ หรือรับไม่ได้ ต้องจับต้องให้ได้แม้จะขัดกับความรู้สึกก็ตาม มีอะไรในกอไผ่ที่เราไม่กล้าจะรู้อีกมากนัก อย่าหลงเงาจันทร์

ku

อยากดังหรือไงว่ะ

สนทิไปตายพร้อมจำลองซะ

เจ้านาย(สนทิจำลอง)เลวขนาดไหน ลูกน้องยังไม่สำเหนียกหาว่าคนอื่นเค้าโกหก อีก โดนหลอก โดนฝังนิยายเข้าหัวกี่เรื่องต่อกี่เรื่อง
สร้างความแตกแยก แต่ป้ายความผิดไปให้คนอื่น
แบ่งชนชั้น ยกตัวเองเลอเลิศ โธ่ กำมะลอสิ้นดี
โง่จนเปรียบไม่ถูก ดักดานไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว

อนาถใจ

ยก

คนเขียนต้องมีเจตนาแน่ชัดช่อนเร้น มีเจตนาไม่ดีจึงเขียนออกมา ถ้าเป็นเมื่อร้อยปีที่ผ่านมา อุดมอิทธิพงษ์ คงต้องอาญาแผ่นดิน 7 ชั่วโคตไม่ปรากฏให้ออกหน่อมาเล้นลิ้นอย่างนี้ กินบนเรือนขี้บนหลังคาแท้ๆ ตระกูลนี้

รางชาง

แสดงว่าคุณ"ยก"ก็รู้ดีว่านี่มันพ.ศ.อะไรแล้ว ก็ไม่เห็นต้องถามว่ามีเจตนาซ่อนเร้นหรือเปล่า เจตนาก็ออกจะชัดๆจนพวกคุณต้องมาเป็นเดือดเป็นร้อนอยู่นี่ไง
ขอบคุณคุณพิภพที่นำข้อมูลเชิงลึกมาเสนอทำให้เข้าใจอะไรมากขึ้น และอธิบาย"เรื่องเล่า"ของคุณทวีศักดิ์ เผือกสมในมอเที่ยงคืนได้อย่างเป็นรูปธรรม ถ้าอยากรู้รีบไปอ่านโดยพลัน

น่ะค่ะ

อย่างหนึ่งที่อยากเสนอความคิดเห็น

ข้อมูลและความรู้เป็น subjective ค่ะ ขึ้นกับการตีความและการเรียบเรียงตามที่คุณ bee ได้กล่าวไว้ ตัวเลขมันมีอยู่แต่การนำมาเรียงกันต่างหากที่ทำให้ผู้คนตีความต่างไป

เห็นด้วยมากๆค่ะกับความคิดเห็นของคุณ free rider ที่มีต่อคุณอุทัยวรรณว่า

"ถาม อุทัยวรรณ "ทำไมพันธมิตรถึงไปเอ็มโพเรียม-สยามพารากอน ?" คำถามนี้ Facts ที่ยกมาตอบได้หรือไม่? How to interpret the facts? Relavant ?

เราจะเห็น แพะ กับ แกะ บ่อยขึ้น เชื่อเถอะ!"

ไม่เถียงค่ะว่าสถาบันทำธุรกิจ ไม่ใช่ข้อมูลใหม่หรือข้อมูลหายากอะไร เข้าเวบนิดเดียวก็ได้หมดแล้ว และเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ เพียงแต่การโยงการทำธุรกิจของทุนจากสถาบัน เข้ากับดีลของชินคอร์ปและเหตุผลการเลือกที่ประชุมม้อบใหม่ ส่วนตัวมองว่าค่อนข้างเหมารวมมากไปค่ะ

ไม่ได้ว่าบทความหมิ่นสถาบันฯ แต่มองว่าเป็นการเรียงเอาตัวเลขมาให้เข้าทางกับอคติของตนเอง ดิฉันไม่เข้าใจว่า ประโยคนี้มันเป็นเหตุเป็นผลเชิงลึกอย่างไร

"ทำไมสถาบันกษัตริย์อาจไม่เลือกใช้มาตรา 7 ตามที่กลุ่มพันธมิตรเสนอ เพราะหน่วยงานของสถาบันกษัตริย์ได้ประโยชน์จากระบอบเศรษฐกิจที่เป็นอยู่อย่างมาก"

มันจับแพะชนแกะมากไปสักนิดมั้ยคะ

ถึงผู้คนที่มีความรู้ ร่ำเรียนเมืองนอกเมืองนากันอยู่หรือกันมา และคุณอุทัยวรรณ ไอ้ good governance และ free speech เนี่ย ฝรั่งมันยังถกเถียงกันในงานประชุมไม่รู้จักจบว่าในบริบทที่ต่างกัน และขอบเขตรวมไปถึงตัวชี้วัดของไอ้คำที่ว่ามันจะอยู่ที่ใด จะเอายังไงกันดี จะเรียกร้องเพื่อหรืออยากจะเอามาใช้ คงต้องตรองดูดีๆน่ะคะ

ไม่แปลกใจเลยค่ะที่จะมีคนโมโหกับบทความนี้ เพราะสถาบันฯ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และอ่อนไหวของคนไทยทั่วไป เพราะมันคือพื้นฐานประสบการณืของคนไทย เพราะฉะนั้นเวลาจะเขียนบทความที่พาดพิงถึงหัวข้อเช่นนี้ควรทำอย่างไรล่ะคะ คงต้องรบกวนคุณพิภพลองไปทบทวนดูอีกทีน่ะคะ

ส่วนตัวคิดว่าความชัดเจนช่วยได้ค่ะ เพราะส่วนนึงอาจเป็นเพราะข้อมูลที่คุณพิภพ "เรียงๆมาให้" มันตีความได้หลายอย่างด้วย อาจเพราะไม่ได้สังเคราะห์ออกมาให้เห็นประเด็นชัดเจน คุณพิภพไม่ลอง "พูดให้ชัดๆ" ไปเลยล่ะค่ะ ว่าข้อความที่ต้องการสื่อสารน่ะคืออะไร (ถ้าอ่านดูดีๆ คุณพิภพเขียนน้อยมากเลยนะคะ บทความนี้) คนเขาจะได้คิดต่อและแสดงความคิดเห็นได้ตรงจุดน่ะค่ะ (ขอที่มันฟังแล้ว "เกี่ยวเนื่อง" แบบวิเคราะห์ต่อได้นะคะ) ถ้าเราคิดว่าความคิดเห็นเรามีน้ำหนัก ไม่ต้องกลัวที่จะทำให้มันชัดเจนนี่คะ

ขอบคุณค่ะ

?

บทความนี้มีเจตนาอะไร?

หัวคิด

ผมว่าแทนที่จะมานั่งถกเถียงว่านายกหรือ สนธิ ผิดนี่ เราเอาเวลาไปทำมาหากินกันไม่ดีกว่าหรอครับ เพราะว่ายังไงไม่ว่านายกคนไหนก็โกงกันอยู่ดีไม่ว่าจะเลือกใหม่สักกี่รอบมันก็ยังคงโกง แต่มันอยู่ที่ว่าใครโกงแล้วประเทศพัฒนา ทักษิณมันก็โกงแหละ แต่ประเทศก็พัฒนาเร็วขึ้นนะว่ามั้ยดีกว่านายกคนเก่า ๆอีก โกงแล้วโกงอีกประเทศชาติก็เหมือนเดิมแถมมีหนี้เพิ่งอีก แล้วอีกอย่าง ไอพวกที่มาประท้วงนี้ก็จน ๆ ทำไร่ไถนากันทั้งนั้น จะดีกว่ามั้ยถ้าเอาเวลาที่มานั่งประท้วงเป้นลมเป็นแล้งกันไปทำมาหากิน จนอยู่แล้วมาทำตัวแบบนี้อีกแล้วจะเอาเงินที่ไหนกิน เดียวก็ไปเป็นหนี้เป็นสินให้รัฐบาลตามล้างตามเช็ด กันอีก เช็ดให้ก็ยังไม่สำนึกบุญคุณ ไปกัดเขาอีก เอาเข้าไปแล้วประเทศชาติจะได้ผุดได้เกิดกับชาติอื่นเขากันมั้ย ประท้วงกันอยู่ได้ แถมไม่พอ ดูหมิ่นในหลวงอีกอันนี้แหละที่รับไม่ได้ ท่านจะทำอะไรก็สิทธิ์ของท่าน รัฐธรรมนูญเราอยากได้ท่านก็ให้เราแล้ว แล้วยังไปว่าท่านอีก สงสัยต้องใช้สมบูรณายาสิทธิราชแบบเก่าแล้ว ชาติคงจะเจริญขึ้น

ด้อยปัญญา

คุณอุทัย
Discourse
Reflex
Fact
Bias
Interpetation

คำเหล่านี้ มันต่างกันอย่างไร หรือโปรดอธิบายด้วย เห็นคุณรู้ม้าก มาก

v1

เขากำลังสื่อว่ามูลเหตุทั้งปวงมาจากอะไร

เบื่อความเกลียดชัง

อะ มีเค้านะ แต่ผมกลับมองในมุมว่า พวกกลุ่มพันธมิตรนี่ไร้ัความจงรักฯชะมัดยาดเลยมากกว่า

ไม่ว่าจะตีความบทความนี้ยังไง เหตุการณืที่เกิดขึ้น ได้แสดงให้เห็นตลอดมาว่า พวกนั้นไม่เคยสนใจเบื้องสูงแม้แต่น้อย

แต่อย่างว่าแหละครับ หลายๆคนในนี้ก็ไม่แคร์ในหลวงเช่นกัน..

แต่อย่าลืมว่าคนในประเทศส่วนมากน่ะ แคร์นะครับ!

ไม่เหมาะสม

จาบจ้วง
เขียนไม่เหมาะสม..เอี้ย

สาธิต

ผมเชื่อครับว่าในหลวงทรงเป็น"คนดี" ทรงมีเจตนาดี
ผมเชื่อว่าแทบทุกคนเชื่อเหมือนผม

แต่ผมก็เชื่อด้วยว่า แค่การเป็น"คนดี"นั้นมันไม่พอ
( ที่รบกันฆ่ากันอยู่ในโลกนี้ มันก็"คนดี"กันทั้งนั้นแหละ )

สภาพแวดล้อม คนแวดล้อม สำหรับคนที่มีฐานะพระมหากษัตริย์ อาจเป็นเรื่องไม่ธรรมดา และอาจมีอิทธิพลอย่างสำคัญ

จากที่ได้สังเกตมา
ผมเชื่อในเจตนาดีของพระองค์อย่างเดียวครับ

ขุนอิน

ความคิดเห็นส่วนตัวผมคือในหลวงโปรดนายกทักษิณเพราะนโยบาย dual-track ของรัฐบาลตรงกับพระราชกรณียกิจ

พระองค์ท่านทรงลงทุนในธุรกิจมากมายเพื่อนำเงินไปพัฒนาชนบท มีโครงการพระราชดำริที่เป็นประโยชน์มากมาย

ไม่ต่างจากนโยบายประชานิยมของรัฐบาลนี้ รัฐบาลนี้เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในการพัฒนาประเทศโดยเริ่มจากฐานปิรามิดหรือรากหญ้า

แน่นอนการทำงานใหญ่มักมีอุปสรรคและข้อบกพร่องบ้าง แต่ถ้าดูที่เจตนาจะเห็นว่ามันจะทำให้ประเทศเราเข้มแข็งขึ้น

ความจริงเรื่องนี้ได้แต่พูดลับหลัง แต่ตั้งแต่พระองค์ท่านได้มีพระราชดำรัสเปิดโอกาสให้วิจารณ์พระองค์ได้ นั่นคือจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์ที่จะช่วยให้เราสร้าง "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" ให้เข็มแข็งยิ่ง ๆ ขึ้นไป

คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องธุรกิจคิดว่าการทำธุรกิจเลวร้าย แต่อันที่จริงธุรกิจเหล่านี้เป็นสัมมาอาชีวะ ประโยชน์ที่ได้ก็เอาไปพัฒนาประเทศ เป็นการลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนได้ในระดับหนึ่ง

การลดช่องว่างนี้ ดีที่สุดคือการยกระดับคนยากจน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติที่คนจนไม่มีสิทธิ์

FooFoo

ทรัพย์สินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นของชาติครับ ไม่ใช่ของพระองค์ท่าน

ท่านมีทรัพย์สินส่วนพระองค์อยู่แล้วครับ เป็นอีกหนึ่งส่วน คนละส่วนกัน

การที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มีทรัพย์เยอะๆ ก็ยิ่งดี เพราะว่าเป็นของชาติ

Homo erectus

ไม่เข้าใจทำไมพูดเขียนถึงไม่ได้หว่า? ทำอย่างกับเป็นลอร์ดโวลเดอร์มอร์ไปได้! เลิกทาสแล้วครับ

โตกว่านี้นะจ๊ะ

แจกแจงดี แต่ขี้ตู่สรุปไปหน่อยนะจ๊ะ อคติอะไรหรือเปล่จ๊ะหนูจ๋า

รู้ละว่าการปราบปรามคนดีด้วยข้อหมิ่นสุดคาสสิกมีจุดเริ่มต้นมาจากไ

ถอยดีกว่าไม่เอาดีกว่า เมื่อเห็นชื่อคนโพส (ยกเว้น อย่าง่าว , ต้องยอมรับความจริง , Homo erectus, อุทัยวรรณ, ติ่ม, spiraldyne, ยุ่ง )
ผู้เขียนกำลังพูดถึงเหตุผลในการตัดสินใจของกลุ่มพันธมิตร (ซึ่งกำลังเป็นเป็นคำถามว่าโปร่งใส?) พูดถึงผลประโยชน์ของ Elite Class ที่ไม่เคยพูดกับสาธารณะแบบเปิดเผย ตั้งคำถามถึงธุรกรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม พูดถึงการโยงไยผลประโยชน์ของต่างชาติกับนักธุรกิจไทย เปิดเผยรายชื่อว่าใครเป็นใครและมีตำแหน่งอะไร
เลวบัดซบ/ไม่ตายดี/มันผู้ใดจาบจ้วงพระเจ้าแผ่นดินพระผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ขอให้มันจงวิบัติและฉิบหายในเร็ววั/จาบจ้วง
เขียนไม่เหมาะสม..เอี้ย/ สนทิไปตายพร้อมจำลองซะ/ที่รบกันฆ่ากันอยู่ในโลกนี้ มันก็"คนดี"กันทั้งนั้นแหละ ) เป็นคำพูดของซาตานไม่ใช่ The Good เมื่อเป้นคนดีแล้ว ย่อมหาหลักการเหตุผลที่ดีมารองรับ ซึ่งถ้าไม่ดี ก็ย่อมเอาหลักการเหตผลมาบิดเบือน ให้ผลประโยชน์กับตนและพวกพ้องเป็นเรื่องใหญ่

009

ใครเขียนครับเนี่ย
ประชาไท ปล่อยออกมาได้ยังไงครับ
เอาออกเถอะครับ

จับแพะไปชนแกะจริงๆครับ
ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยครับ

555

มันพล่าน กันใหญ่เลยว่า พวกจัดตั้งเอ๋ย
เขาก็แค่เอาความจริงมารวบรวมนำเสนอให้รับทราบก็เท่านั้น

ความจริงก็คือความจริง

กทม

ไปฟังพระราชดำรัสวันที่ 4 ใหม่ซะว่ามีความหมายให้ใครลาออกไปซะ ฉะนั้นอย่ามาเป่าหูให้ประชาชนไม่จงรักภักดี เว็ปนี้สมควรถูกปิด

โอยบ้า

ใครจัดตั้งใครหรือ

แล้วไอ้ที่ว่าความจริงคือความจริงเนี่ย โอย คนเขาพูดกันไปจนปากลากดินว่าความจริงมันมีมิติของมัน ตัวเลขมันมีอยู่ น่ะจริง แต่การนำมาเรียงปะติดปะต่อต่างหากที่สื่อสารเนื้อหาสาระ

ผิดตรงไหนหรือที่กลุ่มชนชั้นสูงจะมีเงินทุนหนุนในระบบเศรษฐกิจ ไม่ได้รู้สึกเลยว่าบทความนี้ได้ตีแผ่ผลประโยชน์ของคนชั้นสูงอะไร ก็แค่ copy paste ตัวเลขมาให้ดู

รู้แล้วว่าเลิกทาส แต่ส่วนตัวไม่ชอบเห็นคนเขียนบทความไร้สาระในหัวข้อที่อ่อนไหวกับความรู้สึกคนไทยทั่วไป ทำอะไรสนองความคิดตัวเองเป็นหลัก ไม่รู้จักดูผลกระทบในภาพกว้าง เห็นด้วยว่าวิจารณ์ได้ ถ้าสิ่งที่วิจารณืมีความ "ชัดเจน" และ "เกี่ยวเนื่อง" เป็นเหตุเป็นผล

เฮ้ย มันเบื่อนะ ชอบความคิดเห็นของหลายคนที่มองต่างมุม แต่ก็มีหลายความเห็นเหลือเกินที่มันน่าเซ็ง ถ้าไม่รู้จักคิดอะไรรอบๆด้านไม่ต้องมั่นใจมากก็ได้นะ เห็นหลายคนแล้ว ไอ้ประเภททำมาเป็นร่าเริงๆ มั่นๆ แล้วจบขำๆ ฮ่าๆ เนี่ย เลิกเหอะ เมื่อไหร่จะโตเสียที คนอื่นเห็นแล้วมันเศร้าใจน่ะ

Abnormal society

บทความแอบ
คนเขียนก็แอบจิต
คนตอบก็แอ๊บๆ

เจได

ไอ้ลูกแม่ย้อย

กลับไปพันติ๊ปไป

วันนี้กด favorites ผิดไปนิดเดียว หน้าเวป พันติป โผล่มา
ซวยจริงๆ

พรุ่งนี้ต้องฟอร์แมท์เครื่องล้างซวย ไอ้เวปรายำ ทู่เรศจริงๆ

เลียกันแบบออกหน้าออกตามากๆ พวกรับจ้างโพสก็ลิเก๊ ลิเก ใช้ภาษาแบบ ขุนนางพระเจ้าเหา.....ถา ร่อย จริงๆ ไอ้พวกนี้
พาน ติ๊ป เสี่ยว

YES

OH!

HOW RICH OF KING??[emo6.gif]

ประชาชน

ทรัพย์สินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นของชาติครับ ไม่ใช่ของพระองค์ท่าน เป็นของประชาชน
[emo18.gif]

กบฏ

น่าเอาไอ้คนเขียนไปตัดหัว 7 ชั่วโคตร
[emo5.gif][emo5.gif]

dd

ถามคนเขียน ว่า บรรพบุรุษของเจ้าเคยร่วมรบรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับบุรพกษัตริย์ในการกู้บ้านเมืองมาหรือไม่ หรือเพียงมาอาศัยแผ่นดินไทยเกิดและหากินเหมือน ทักษิน การที่เนรคุณ และจาบ้วงเบี่ยงเบ็นประเด็นให้คนเข้ใจผิดต่อสถาบันนั้นเพียงต้องการสนับสนุนคนเนรคุณชาติ ที่ตนเองไม่เคยทำดีเพื่อชาติเลย ถ้าเช่นนั้น จงพาวงศาคณาญาติของท่านออกไปจากผืนแผ่นดินไทย ที่บรรพบุรษของเราได้ร่วมต่อสู้เพื่อขาติมากับบุรพกษัตริย์

เบื่อ

เสียเวลาอ่าน อิ๊บอ๋าย

...

เหมือนข้อมูลจะแน่มีอ้างอิงข้อมูล พยายามโยงขวามาผูซ้าย บนมาผู้ล่าง แต่โคตรไร้สาระเลย

นท

ถ้าอยากจะรู้ว่าทำไมสนธิจึงกล้าดึงฟ้าลงมาให้ไปอ่านได้ที่http://www.tltus.com/

- -

เฮี้ยแล้วไหมละ ประชาไทย
NGo @#@ ทั้งหลายแหล่

วาดวลี
จาริก แรมรอน

ยังเขียนให้ที่นี่ไหม
[emo16.gif]

(ประชาไทขอลบข้อความบางส่วน-จีรนุช)

central

ประชาไท ไร้เดียงสา
ลั่นวาจา ว่าเป็นกลาง
เสนอข่าว ไม่เข้าข้าง
เผลอโผล่หาง กลางตกขอบ

ประชาไท เข้าพิชิต
ตีสนิท พันธมิตรชอบ
ที่แท้ คือผีปอบ
แอบนบนอบ ระบอบทักษิณ

ประชาไท ไร้จริยา
หมดคุณค่า ราคาสิ้น
ขายตัว ฮั้วแม้วกิน
ปลับปลอกปลิ้น ลิ้นสินบน

ประชาไท ร่วมขายชาติ
สื่ออนาถ ฉ้อฉล
บาปกรรม จะนำตน
หนีไม้พ้น นรกเอย

ประทีป ชิณสาย

มันก็ข้อมูลดิบล้วนๆ
ที่มาที่ไปก็ชัดเจน
อ่านแล้วก็บอกสิครับ ตรงไหนบิดเบือน
ไม่เป็นความจริง
ไม่เห็นจะต้องด่าคนอื่นเลย
แล้วก็แอบเข้ามุมมืด...
เฮ้อ..!..?..

????????

ดูทีว่าบ้านเมืองเรากำลังใช้ประชาธิปไตยเป็นกันแล้วจริงๆ ประชาไทและคุณพิภพอย่าเพิ่งเหนื่อยนะ
ส่วนคนที่แสดงความคิดเห็น ขอให้ใช้เหตุผลไม่ว่าจะเห็นแบบไหน รักใครชังใครพอเถอะกับการพ่นคำหยาบใส่กัน ไม่ได้ประโยชน์อะไรนอกจากสะใจ
แม้จะมีความเห็นต่างก็ใช่ว่าจะต้องมานั่งเกลียดกันเองด่ากันเอง

ระวังไอ้โม่งตัวจริงมันหัวเราะเยาะเอง

กีรติ

ข้อมูลมีที่มาที่ไปเขาให้ไว้แล้ว ถ้าใฝ่รู้ก็คลิกเข้าไปจะได้รู้ชัดยิ่งขึ้น อย่าเพิ่งรีบเดือดใส่กัน
จะรีบไปไหน จะรีบไปไหน คุยกันก่อน
ทำไมบางคนเดือดจัดขนาดจะประหารคนเขียน 7 ชั่วโคตร
โถ ใจเย็นน่า เย็นไว้ [emo21.gif]

คอหนัง

ข้อมูลเชิงลึก : ทำไมพันธมิตรถึงไปสยาม สกาลา ลิโด? เพราะทั้ง 3 แห่งอยู่ในเครือเอเป็กซ์ ซึ่งเป็นเจ้าของสวนนงนุชในอดีต
ดังนั้น เราจึงเห็นความเกี่ยวโยงนี้อย่างชัดเจนแล้วว่า ทำไมพันธมิตรจึงเลือกชุมนุมหน้ารงหนังทั้ง 3 แห่ง ครับ

เซ็งว่ะ

ไอ้ธิไอ้ลองมันรู้ดีคับ ว่ามันทำไรกันอยู่ก็มีแต่พวกที่ไม่รู้ ปิดหูปิดตาตัวเองอยู่นี่ละ ข้อมูลที่ให้มาก็น่าเชื่อถือถึงจะมีบางคำที่ไม่เหมาะสม แต่อ่านแล้ว ธิลอง มันคิดงั้นจริงๆพวกนี้มันหัวหมอ การที่มันเลือกที่ตรงนั้นชุมนุม จะทำให้คนทั้วไปเขาเดือดร้อนมากส่วนไอ้พวกที่ไม่ได้ใช้เส้นทางนั้นก้พูดได้สิคับ ส่วนคนที่เขาต้องใช้สัญจร คุณคิดดูลำบากแค่ไหน แค่ไม่ชุมนุมแม่งก็ติดซ้า ชุมนุมที่ไหนก็เหมือนๆกัน อย่าสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นเป็นพอ แต่นี่ไม่ใช่

woot

ทำไมสถาบันกษัตริย์อาจไม่เลือกใช้มาตรา 7 ตามที่กลุ่มพันธมิตรเสนอ

เพราะหน่วยงานของสถาบันกษัตริย์ได้ประโยชน์จากระบอบเศรษฐกิจที่เป็นอยู่อย่างมาก

คุณว่าประโยคนี้ สมควรแล้วหรือ
ขอถามทั้งคนเขียนและ บ.ก.

ดิน

ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย

info

ข้อมูลเชิงลึกของ คุณพิภพ

ข้อมูลเชิงลึก เปิดศึกรอบด้าน
พิภพเบิกบาน ประจานตัวเอง
ข้อมูลเวียงวัง ระวังติดคุก
พิภพนึกสนุก ติดคุกหัวบาน

ข้อมูลมักง่าย ฉิบหายโหดหาญ
พิภพสามาน หย่อนยานคุณธรรม
ข้อมูลพ่นพิษ พันธมิตรหนีหาย
พิภพต้องตาย ข้างกายทักษิณ

จีรนุช

ข้อมูลในบทความที่หายไป ทางประชาไททราบแล้วนะคะ คาดว่าพรุ่งนี้จะแก้ปัญหาได้ค่ะ

ประชาชน

สนุกกันจังนะ แล้วจะรู่ซึ๊กกับผลที่ตามมา
ประชาไทคงกำลังอยากจะเป็นอย่างประชาชิน คือ
"มุ่งพิฆาตพันธมิตร-พิชิตสถาบัน"
แต่เสียใจ.ไม่มีทางสำเร็จหรอก

Honey Sydney

It is OK even the Queen Elizabeth II of England has a lot of shares in stock exchange around the world. No one say anything the British and the people around the world have accepted.

thai

จุดจบ ของสนธิ ใกล้เข้ามาแล้ว!!! ตายอย่างเดียว

อยากบอก

คุณพิภพ มีข้อมูลมาก แต่ความเห็นค่อนข้างคับแคบ คุณพิภพทำไม่เหมาะสมนะครับ เหมือนจะดึงสถาบันให้ผิดกับประชาชน คุณพิภพเป็นสื่อ อย่าลืมหน้าที่ว่าตัวเองต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม อย่าสักแต่ว่าตวัดปากกาเขียนหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง มันแย่และบาปมากเลยนะครับ

หวี

เป็ด ข้อมูลนายมีประโยชน์นะ แต่ขอเหอะ ชี้นำแบบนี้อันตรายจริงๆ นายก็รู้ว่าปัญญาชนอย่างพวกเรา รวมทั้งคนที่อ่านเวบนี้ มันชอบสำเร็จความใคร่ทางข้อมูลกันเหลือเกิน ยิ่งข่าววงใน ข่าวล้วงลึกนี่ "คนอย่างพวกเรา" แทบจะกินมันแทนข้าวเชียวล่ะ อยากถามนายจากใจจริงว่านายเชื่อตามที่นายพยายามชี้นำหรือไม่ เอาล่ะ สมมติว่านายจริงใจกับมัน ก็อยากบอกว่าอย่าคิดมากจนเกินเหตุ มันไม่ได้ลึกล้ำขนาดนั้นหรอก เราไม่อยากสรุปว่าคนอย่างนายจะเป็นปัญญชนประเภทขี้หมั่นไส้ (แต่ใจเสาะและขี้ขลาด) เห็นกระแสสูงไม่ได้ ต้องแขวะไว้ก่อน ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง จึงท้วงติงมาด้วยความหวังดี คิดว่านายคงรับฟังเราบ้าง

ผู้เขียน

ผมรับฟังความเห็นทุกท่านด้วยความเคารพครับ

1. ข้อเขียนชิ้นนี้ แต่แรกเขียนเพื่อส่งทางอีเมล์ให้กับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง และไม่เคยตั้งใจให้เป็น “บทความ” สมบูรณ์เลย และที่เขียนว่า “ข้อมูลเชิงลึก” ก็เป็นสิทธิที่กองบก.ประชาไทเขียนเอง ไม่เคยคิดและตั้งใจว่า “ข้อเขียน” ชิ้นนี้จะเป็น “บทความ” ที่พิสดารซับซ้อน

2. ความตั้งใจที่เขียนเพื่อเตือนสติแกนนำฝ่ายพันธมิตรให้เห็นว่ามีข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งที่น่าพิจารณา โดยเฉพาะผมเป็นห่วงสถานการณ์ที่เรา “เทหมดหน้าตัก” ให้กับข้อเสนอการขอพระราชทานรัฐบาล ผมตั้งใจเสนอข้อมูลเพื่อให้มีการปรับยุทธศาสตร์เท่านั้นครับ และด้วยใจจริงยังสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อล้มล้างระบอบทักษิณตลอดมา

3. จุดยืนผมชัดเจนอย่างยิ่งว่าไม่ต้องการ “ระบอบทักษิณ” ขออภัยถ้าไม่สามารถความเห็นอย่างชัดเจนได้เท่าที่ต้องการ ท่านที่คิดว่าผมสนับสนุนทักษิณ ช่วยอ่านข้อเขียนชิ้นนี้ให้ละเอียดอีกนิดครับ

4. ผมตั้งใจให้ “ข้อเขียน” ชิ้นนี้เป็นเพียง “ข้อมูลดิบพื้น ๆ” เพื่อรอให้คนที่มีความรู้ในส่วนอื่นมาเพิ่มเติมข้อมูล ด้วยเหตุนี้ลักษณะการเขียนจึงขาด ๆ วิ่น ๆ อย่างนี้ และไม่เคยคิดว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้แต่อย่างใด และข้อมูลเหล่านี้ก็เป็นเพียงข้อมูลสาธารณะทั้งนั้น ผมเพียงแต่ทำหน้าที่เอามาปะติดปะต่อกันเข้า

ขอบคุณความเห็นทั้งที่วิจารณ์และให้กำลังใจจากเพื่อน มิตรและผู้ไม่เห็นด้วย รวมทั้งผู้ที่เพียงเข้ามาอ่านทั้งหลายครับ

""The monarchy is a political referee, not a political player, and there is a lot of sense in choosing the referee by a different principle from the players. It lessens the danger that the referee might try to start playing."

(Earl Russell, The Spectator, 11th January 1997)"

info

ขอโทษคุณพิภพด้วยที่ว่าคุณแรงไปมาก

ไม่ได้มีอคติกับข้อมูลดิบที่คุณนำเสนอเรื่องสินทรัพย์ ส่วนที่มีปัญหาคือส่วนคำถามสองข้อที่คุณตั้งขึ้นแล้วตอบเองในบทความตอนต้น ไม่เห็นด้วยอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ขอโทษอีกครั้งไม่ใช่ในเรื่องบทความ แต่ในแง่เจตนาของคุณนั้นยังเพื่อประชาชน ก็ขอโทษอย่างมากในจุดนี้

คนเขียนกลอนข้อมูลเชิงลึก

Vigo

เมื่อไหร่จะหยุด อย่าเอาคนที่ผมรักที่สุดมาเกี่ยวกับการเมืองเลยครับ

หมูบด

ทีไอ้หน้าเหลี่ยมนั่งเป็นประธานทำบุญวัดพระแก้วแม่งไม่เห็นเป็นอะไร แม่ยายมันบอกจะขอม๊อบพระราชทานก็ไม่เห็นเป็นอะไรมันก้หมิ่นทั้งนั้นแหละไอ้พวกผู้มีอำนาจก็บ้าปัยยาอ่อน***

(ประชาไทขอลบคำไม่สุภาพ)

น้องนึ่ง

รู้จักมั๊ย...ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ก็ใช้ซึ่ง...เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไม่ได้เกี่ยวข้ องด้วยซักหน่อย เค้าเข้ามาดูแลช่วยเหลือสังคมตั้งเยอะ[emo5.gif]

อองรีน้อย

ผมพึ่งเข้าไปฝึกอบรมฟุตบอลที่ทางทรัพย์สินเค้าจัดให้ในช่วงหน้าร้อนมาตลอด ขอบอกว่า ดีมากๆๆๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมเลี้ยงข้าวด้วย อร่อยอ่ะ....

นวล spa

ดิฉยันเคยตกงานแล้วไม่มีรายได้มาจุนเจือครอบครัวเลย.. แต่รู้ว่า สนง.ทรัพย์สิน เปิดให้มีการสอนฝึกอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ ดิฉันเข้าไปเรียนวิชานวดแผนไทยมา แล้วตอนนี้ ก็เปิด สปาเล็กๆแล้วด้วย [emo21.gif]

1

เรียน ผู้เขียน ความเห็นเมื่อ วันที่ 1/4/2549 7:5 น.
==================================
“4. ผมตั้งใจให้ “ข้อเขียน” ชิ้นนี้เป็นเพียง “ข้อมูลดิบพื้น ๆ”
เพื่อรอให้คนที่มีความรู้ในส่วนอื่นมาเพิ่มเติมข้อมูล ด้วยเหตุนี้
ลักษณะการเขียนจึงขาด ๆ วิ่น ๆ อย่างนี้ และไม่เคยคิดว่าจะ
เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้แต่อย่างใด และข้อมูลเหล่านี้ก็เป็นเพียง
ข้อมูลสาธารณะทั้งนั้น ผมเพียงแต่ทำหน้าที่เอามาปะติดปะต่อกันเข้า”
==================================

มันเป็นดาบ 2 คม การผูกโยงข้อมูลของคุณ มันไม่เป็นผลดีเลย

ปัญหาทุกวันนี้ก็เกิดจากเหตุเช่นนี้ ได้รับข้อมูล และการผูกเรื่องจากผู้อื่น

ตามที่สังเกตดู ในบ้านเมืองเรายังนิยมการรับฟังมากกว่า การค้นหาข้อมูล
และชอบรับฟังบทวิเคราะห์ วิจารณ์ ไม่นิยมใช้สติปัญญาของตัวเอง
จึงง่ายต่อการถูกชี้นำอย่างยิ่ง

คิดว่าบทความนี้ เสี่ยงต่อการนำเสนอ ในสื่อ ออนไลน์

ขอโทษนะ!!!!!!

แสองให้เห็นอีกมุมมองหนึ่ง แต่ไม่ได้ปฏิเสธการนำเสนอเพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล

นิกร

ถ้ามีเจตนาที่จะบอกว่าเพื่อเตือนสติ และสนับสนุนแกนนำพันธมิตรถึงจ้อเท็จจริงอีกด้านที่มาโยงใยกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็น่าที่จะมีสติสักนิดว่า fact ที่นำเสนอนั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลย... เป็นเรื่องของระบบทุน นายทุน เศรษฐกิจ รายได้ของทรัพย์สินฯ ก็เพื่อพระมหากษัตริย์ ก็เพื่อการดูแล รักษา คนไทยทุกคน อย่านำมุมมองที่เป็นอคติต่อตัวบุคคล และความต้องการที่จะสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรใดๆ โดยลืมว่าได้สร้างความเสียหายกับสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของคนไทยเลย... [emo5.gif]

สันต์

สนง.ทรัพย์สิน เข้ามาพัฒนาคุณภาพชิวิตในทุกๆด้าน ไม่ว่า จะเป็นการส่งเสริมอาชีพ พัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับชุมชน มีห้องสมุดเพื่อประชาชนให้ลูกๆ หลาน ได้มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้ โดยส่วนตัวลูกผมเองก็มีโอกาสได้รับทุนการศึกษาจากทางทรัพย์สิน ... ไม่ทราบว่ารายได้ต่างๆที่เป็นของสถาบันที่สูงส่ง และคอยดูแลช่วยเหลือประชาชนโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ จะมาจากทางไหน...ถ้าไม่มีหน่วยงานที่เข้ามารักษาดูแลให้ !!! แม้กระทั่งกลุ่มคนบางที่คอยแอบอ้างสถาบันชั้นสูงก็เพื่อประโยชน์ส่วนตน เช่นการขายเสื้อโดยใช้ข้อความที่อ้างถึงสถาบัน เพื่อเป็นการชวนเชื่อ... เสื้อตัวละเท่าไหร่ ? ขายไปกี่แสนตัว ? เคยนำรายได้ขึ้นทูลเกล้าถวายบ้างรึเปล่า ??? ดีแต่จะสร้างความเดือดร้อน !!

ยิ่งอ่านยิ่งมึน

บ้านนี้เมืองนี้มีเรื่องราวลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากมายจริงๆ

ความเกี่ยวข้องของธุรกิจ และบุคคลในสังคม

ก็ได้แต่อ่านไม่รู้จริงๆ ว่ามันมีเรื่องจริงๆบ้างมั้ย

หรือมีเพียงเรื่องจริงของแต่ละคน จากมุมที่แต่ละคนมองเท่านั้นเอง

อัรรรร

เป็นข้อมูลที่ดีมาก โดยเพาะพวกรายชื่อผู้ถือหุ้น

อืม พอเพียงๆ

x

อย่าแปลกใจเพื่อนๆ นี่แหละ คือสาระของระบบ feudalism

ญี่ปุ่นแต่ก่อนก็เป็นแบบนี้
อังกฤษแต่ก่อนก็เป็นแบบนี้

ธรรมดาโลก ไม่ต้องตื่นเต้น
ประเทศเรายังตามหลังประเทศอื่นอยู่
ยังไงซาอุก็ยังน้องๆเรา....

x

โฉมหน้าศักดินาไทย (ภาคสอง)

พวงมาลัย

ชื่อก็บอกกันชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แล้วจะให้เข้าใจเป็นอื่นไปได้อย่างไร

ล้วงลูก

ประชาธิปไตยแคระเพราะผู้มีอำนาจล้วงลูกจะบริหารจัดการเองทุกอย่างไม่มีความลับในโลก [emo18.gif]

สุนทร

http://www.hi-thaksin.org/home.php

555

55555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
ไม่ต้องทำอะไร..มันก็เป็นไปเอง.

เทพปราบมาร

มันต้องการสร้างความปั่นป่วนด้วยวิธีหยุดประเทศไทย ทำให้เป็นข่าวใหญ่โต และสยามพารากอนก็เป็นศูนย์กลางความเจริญของกรุงเทพ มันทำสำเร็จ และได้นำความฉิบหายมาสู่บ้านเมืองด้วย คนอีก60 ล้านคนต้องมาประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ เพียงเพราะพวกมันต้องการล้มทักษิณเพียงคนเดียว

DedeGreeneseS

this topic for test car