กรณี มรภ.เชียงรายกับ น.ศ.ชนเผ่าลาม สนนท. ออกโรงเรียกร้องความเป็นธรรม

จากที่ได้มีการนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับ นักศึกษาชาติพันธุ์ โปรแกรมวิชาชาติพันธุ์ศึกษาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จำนวน 15 คน ได้ออกมาร้องเรียนถึงกรณี นายสมบัติ บุญคำเยือง ผู้อำนวยการศูนย์ชาติพันธุ์ศึกษาและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ซึ่งในแถลงการณ์ระบุว่าว่าเป็นผู้บอกให้นักศึกษามาเรียนโดยไปแนะแนวการศึกษา โดยเสนอว่า หากมาเรียนโปรแกรมวิชาชาติพันธุ์ศึกษาฯ จะมีทุนการศึกษาให้ปีละ 2 แสนบาท และมีที่พักให้ แต่เมื่อเข้ามาเรียนแล้วไม่เป็นไปตามที่เสนอไว้ ล่าสุดเครือข่ายคัดค้านการแปรรูปการศึกษา สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และ พรรคแนวร่วมภาคประชาชนและหนังสือพิมพ์เลี้ยวซ้าย ออกแถลงการณ์เรียกร้องความเป็นธรรมให้นักศึกษาแล้ว


 


 


 


แถลงการณ์เรียกร้องร้องความเสมอภาคและความเป็นธรรมทางการศึกษา


กรณีนักศึกษาชนเผ่าถูกหลอกให้มาเรียนโปรแกรมวิชาชาติพันธุ์ศึกษาอนุภาคลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย


 


            จากที่ได้มีการนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับ นักศึกษาชาติพันธุ์ โปรแกรมวิชาชาติพันธุ์ศึกษาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จำนวน 15 คน ได้ออกมาร้องเรียนถึงกรณี นายสมบัติ บุญคำเยือง ผู้อำนวยการศูนย์ชาติพันธุ์ศึกษาและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย หลอกให้มาเรียนโดยได้ไปแนะแนวการศึกษาโดยเสนอว่า หากมาเรียนโปรแกรมวิชาชาติพันธุ์ศึกษาฯ จะมีทุนการศึกษาให้ปีละ 2 แสนบาท และมีที่พักให้ แต่เมื่อเข้ามาเรียนแล้วไม่เป็นไปตามที่เสนอไว้ ส่งผลให้นักศึกษาประสบกับปัญหาต่างๆ และนักศึกษากลุ่มนี้ต้องดิ้นรนให้มีชีวิตรอดไปวันๆ ทำให้เกิดภาวะความเครียดกระทบต่อจิตใจของนักศึกษา และที่สำคัญการหลอกลวงนี้ทำให้แทนที่นักศึกษาจะได้เรียนฟรีด้วยทุนการศึกษาที่สัญญาไว้ กลับกลายเป็นหนี้อันเกิดจากการเรียนที่เกิดขึ้น


 


            ดังนั้น เครือข่ายคัดค้านการแปรรูปการศึกษา สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และพรรคแนวร่วมภาคประชาชน เห็นว่านอกเหนือจากที่รัฐบาลจะละเลยต่อการให้โอกาสการศึกษาที่เท่าเทียมสำหรับคนยากจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคมโดยการเร่งรัดนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบแล้ว ยังได้ละเลยต่อการคุ้มครองและให้สวัสดิการการศึกษาแก่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ด้วย ดังนั้นพวกเราจึงขอประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งนี้ และเรียกร้องให้ รัฐบาล ผู้บริหารมหาวิทยาลัย และผู้ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดย


 


1.                 ต้องจัดหาทุนการศึกษาพร้อมค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการศึกษาทั้งหมดให้แก่เพื่อนนักศึกษาทั้ง 15 คนเพื่อให้มีโอกาสศึกษาต่อตามความประสงค์ของนักศึกษาโดยทันที และต้องมีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่นักศึกษาทั้ง 15 คนว่าจะไม่โดนข่มขู่คุกคามจากบุคคลใดก็ตามที่หวังดีด้วย


 


2.                 ต้องเร่งสืบสวนข้อเท็จจริงและเอาผิดต่อผู้ที่กระทำความผิดโดยทันที เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาล และผู้บริหารมหาวิทยาลัยปกป้องและเคารพความยุติธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพี่น้องชาติพันธุ์ซึ่งเป็นมนุษย์เหมือนกับพวกเรา


 


 


3.                 รัฐต้องผลักดันให้การศึกษาในทุกระดับเป็นเรื่องของ รัฐสวัสดิการ ที่รัฐต้องให้แก่ประชาชนและมนุษย์ทุกคนที่เกิดบนผืนแผ่นดินไทยอย่างไม่มีการเลือกปฏิบัติ  ซึ่งหากรัฐบาลชุดนี้มีความจริงใจต่อการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม รัฐต้องยึดเอาการสร้าง รัฐสวัสดิการ ซึ่งเป็นเครื่องรับรองความมั่นคงในชีวิตของประชาชนไว้เป็นวาระหลักของการร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วย


 


 


ด้วยความสมานฉันท์ต่อเพื่อนผู้ร่วมต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม


 


เครือข่ายคัดค้านการแปรรูปการศึกษา


สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย


และ พรรคแนวร่วมภาคประชาชน&หนังสือพิมพ์เลี้ยวซ้าย


 


12 กุมภาพันธ์ 2550

Comments

แมงเม่า

แล้วประชาชนและมนุษย์ทุกคนที่ไม่ได้เกิดบนผืนแผ่นดินไทยล่ะ?

...

ยังมีนักศึกษาหน้าโง่หวังให้รัฐบาลเผด็จการลดความเหลื่อมล้ำของสังคมอยู่อีกเหรอ

พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ของพวกเอ็งเคยเขียนไว้ว่ารัฐประหาร 19 กันยา คือความพยายามทำให้ประชาชนกลายเป็นไพร่

เขาอยากให้ประชาชนกลายเป็นไพร่อ่ะ พวกเอ็งเข้าใจกันบ้างหรือเปล่า มันหมายความว่าถ้าประชาชนยังคงเป็นประชาชนความเหลื่อมล่ำมันยังไม่มากพอ พวกชนชั้นสูงเขาไม่ชอบใจ เขาอยากได้สังคมที่ความเหลื่อมล้ำเยอะกว่านี้

เข้าใจหรือยัง โง่แล้วยังอวดรู้อีก ไอ้เด็กพวกนี้

สันติภาพสร้างชาติ

หาทางประณีประนอมกันได้ไหม?
เรื่องนี้เล็กมากหากเทียบกับปัญหาของประเทศในปัจจุบัน
ทั้งที่เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องเงินทุนของนักศึกษา และความเข้าใจผิดในเรื่องการให้ทุน นั่งคุยกันได้ก็จบ
หรือสังคมเราต้องการตีวัวกระทบคราด เรื่องใหญ่ระดับประเทศแก้ไขอะไรไม่ได้จึงหาเรื่องเล็กๆมารองรับแทน

จะคือ แสงคำ

เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่เป็นอันตรายต่อคนหลายกลุ่ม ต่อสังคม โดยเฉพาะพี่น้องชนเผ่า เพราะมักจะอ้างว่าทำเพี่อพี่น้องที่เป็นทุกข์ คนยาก แล้วทุกวันนี้คนทุกข์คนยากกับสิ่งที่ตนเองกำลังทำอยู่นั้นสวนทางกันไหม อุดมการณ์ที่รับใช้สังคม รับใช้คนยากคนจนหายไปหมด ทำไม่คนที่เป็น หากเป็นอย่างเช่นทุกวันนี้ สถานบันนี้ก็ไม่ได้เป็นคนทุกข์คนยาก แต่เป็นของคนใดคนหนึ่งใช่ไหม อาจารย์ต้องแบบนี้หรือ ทำไมต้องอาศัยพี่น้องชนเผ่า อาศัยช่องทางที่มีอยู่หากิน เอาตัวรอด เพราะว่าอาศัยปัญหาและสถานการณ์หากิน ยกตัวเอให้สูงขึ้น อยากเรียกร้องให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเข้ามาแก้ไขปัญหาโดยเร็ว หากไม่รีบจัดการแก้ไขปัญหาให้ถูกต้องและเป็นธรรม อยากให้อาจารย์ลองทวบทวนอุดมการณ์

เฌองดอย

เพียงหวังจะเฟื้องฟุ้ง หรือจึงมุ่งมาศึกษา
เพียงเพื่อปริญญา เอาตัวรอดเท่านั้นฤา
แท้ควรสหายคิด มุ่งตั้งจิตและยึดถือ
รับใช้ประชาคือ ปลายทางเราที่เล่าเรียน

คำประพันธ์ข้างต้นคงจะสะท้อนแง่คิดให้ทั้งแก่อาจารย์ และผู้บริหาร มหาวิทยาลัยได้นะครับ ไม่ต้องได้ทั้งหมดได้แค่กระพี้ก็พอครับ ผมรู้ว่าขี้เลื่อยพวกคุณหนามากจนไม่มีทางเห็นได้ถึงแก่นหรอก

ดอย ผีบ้า

อย่าทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงรายอันเป็นที่รักของพวกเราทั้งหลายต้องเสียชื่อเสียง ลดความน่าเชื่อต่อประชาชน เพียงเพราะคนคนเดียว เพียงเพราะผู้อำนวยการ ผอ.น่าจะพิจารณาตัวเองได้ว่า ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทุกคำพูด และพฤติกรรมต่าง ๆ นั้นเหมาะสมกับตำแหน่งไหม?

วุฒิ

บอกแล้วไงว่า งานนี้ยืดเยื้อ ถ้านิ่งเฉย มันจะไม่คุ้ม อย่าคิดว่า..พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง..การที่ไม่ชี้แจงสร้างความกระจ่าง กับสาธารณะเท่ากับว่าข้อกล่าวเป็นความจริง
หรือจะรอให้บรรดาเครือข่ายต่างๆเชิญสื่อมวลชน นสพ.รายวันมาฟังคำแถลง ..ถ้าเหตุการณืมาถึงจุดนี้ ..ได้ไม่คุ้มเสีย

คนหวังดี

ใครว่าเรื่องนี้เล็ก คิดใหม่ได้นะค่ะ
การที่ ผอ.ชาติพันธ์ไปการหลอกลวงเด็กชนเผ่า และรวมไปถึงพ่อแม่พี่น้องเขาด้วย รวมไปถึงเครือญาติ รวมไปถึงเครือข่ายเขาด้วย ซึ่งเครือข่ายเขาทีทั่วประเทศหรือทั่วโลก คุณคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กหรือไงคะ สันติภาพสร้างชาติ (คนที่ 2) คุณคิดเรื่องคนอื่นเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าพี่น้องของคุณหรือแม้แต่คุณถ้าถูกหลอกและได้รับผลกระทบอย่างนักศึกษาชนเผ่า มรภ.เชียงราย คุณจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กหรือเปล่า แสดงว่าสถาบันการศึกษาไม่ต่างอะไรจากบริษัทห้างร้านที่มีการโปรโมชั่น แลกซื้อ แจกแถม แต่พอสินค้าแลกแจกแถมหมดก็มาบอกว่า ของหมดแล้ว ถามหน่อยว่าคุณเคยถูกหลอกหรือเปล่า หรือเกิดมาชาตินี้ไม่เคยถูกหลอกเลยซักครั้ง อะไรชีวิตคุณจะโชคดีขนาดนี้ หวังว่าคุณจะกับไปทบทวนว่าที่ผ่านมาคุณเคยถูกหลอกหรือไม่ หรือไม่ญาติพี่น้องคุณเคยถูกหลอกหรือเปล่า อยากถามว่าถ้าเครือญาติของคุณมีใครถูกหลอกคุณยังคิดว่าเป็นเรื่องเล็กอีกหรือไม่

คนผ่านทาง

สังคม...แห่งการเรียนรู้...มักจะแสดงภูมิปัญญาว่าข้าฉลาดเหนือคนอื่น...

คุณตัดสินเขาว่าเขาผิด...ทั้งที่คุณก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาผิดจริงหรือไม่....

ถ้าเขาไม่ผิดหละ...คุณจะมากราบขอขมาเขาหรือเปล่า...ในสิ่งที่คุณทำให้เขาตกเป็นจำเลยสังคม...ในฐานะคนผิด....

คุณอย่าตัดสินคนจนกว่าคุณจะมีหลักฐานแน่ใจว่าเขาผิดจริง...ผลการสอบสวนยังไม่ออกมา...ก็ว่าเขาผิดแล้ว...คนผิดคือพวกคุณนั้นแหละ...เรียกตัวเองเป็นผู้มีความเจริญทางด้านการศึกษา....แต่กลับกล่าวหาคนอื่นโดยที่ไม่มีหลักฐานและไม่มีข้อสรุป...ว่าผิดจริงไหม...แล้วถ้าเขาไม่ผิดเขาจะเรียกร้องได้จากใคร...ชื่อเสียงที่เสียไป...ทางที่ดีการจะประณามใครหันหน้ามามองในกระจกดูตัวเองว่าดีเลิศประเสริฐศรีแล้วหรือ...ถ้าคุณไม่มีข้อบกพร่องใด ๆ ดีพร้อมทุกอย่าง...วันนั้นคุณค่อยมาวิจารณ์และกล่าวหาคนอื่น..บางครั้งสิ่งที่คุณทำทั้งในอดีตและปัจจุบันอาจจะเลวร้ายกว่าที่คุณไปไล่ประณามชาวบ้านเขาอีก...

สันติภาพสร้างชาติ

ถ้าเรื่องใหญ่
ทำไมหนังสือพิมพ์รายวันอย่างมติชน ไทยรัฐไม่ลงข่าว ที่ผมรู้ก็แค่เวปนึงที่เรียกร้องเว้วๆ แต่ไม่มีผลอะไรในสังคม

เบญจพร หอมดอก

หลอกเด็กได้ลงคอ

ตั้งแต่รู้จักอาจารย์สมบัติในตอนแรกก็รู้สึกว่า เขาเป็นคนดี แต่...ที่ไหนได้หลอกเด็กชาติพันธุ์จนๆ ได้ลงคอ
วันที่ 13 ธันวาคม 2548 ข้าพเจ้าจำได้แม่นยำว่า อาจารย์สมบัติ บุญคำเยืองได้ขึ้นมาแนะแนว ณ โรงเรียนมัธยมพระราชทานเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน และได้แจกใบสมัครไว้ให้กับพวกเรา อาจารย์สมบัติได้พูดว่า โควตาของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายหมดเขตรับสมัครไปแล้ว ที่อาจารย์สมบัติมี คือ โควตาพิเศษให้กับเด็กชาติพันธุ์ หลังจากนั้นอาจารย์สมบัติก็พูดว่า คนที่เข้าไปเรียนจะมีทุนให้เรียนฟรี ปีละ 200,000 บาท
อาจารย์บอกว่า แกรู้จักกับรัฐมนตรีจาตุรนต์ สามารถขอทุนให้ได้ เรื่องที่พักก็มีให้ฟรี ไม่ต้องเสียค่าอะไร แต่เสียค่าลงทะเบียนจองเฉยๆ หลังจากนั้นไม่ต้องเสียอะไรอีก วันนั้นคนครึ่งห้องต่างพร้อมใจกันกรอกใบสมัครและมั่นใจที่จะเรียนคณะชาติพันธุ์กันหมด
หลังจากนั้น วัน ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2549 ข้าพเจ้ากับเพื่อนๆ รวม 16 คนเดินทางไปลงทะเบียน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยรถส่วนตัวของอาจารย์ที่ปรึกษา 1 คัน และรถโรงเรียน 1คัน พอลงทะเบียนเสร็จเหตุการณ์ก็ยังปกติอยู่ จากนั้นพี่ออย (เจ้าหน้าที่สถาบันชาติพันธุ์ศึกษา) มาบอกให้รายงานตัวอีกรอบหนึ่งใน วัน ที่ 5 พฤษภาคม 2549 พวกเราก็พากันกลับบ้าน
พวกเรานัดหมายกันอีกครั้งใน วัน ที่ 3 พฤษภาคม 2549 การเดินทางจากหมู่บ้านของข้าพเจ้าถึงตัวเมืองห่างกันประมาณ 100 กว่ากิโลเมตร เสียค่ารถคนละ 110 บาทใช้เวลาเดินทาง 1 วันเต็มๆ ตอนนั้น ข้าพเจ้ากับเพื่อนไปถามที่ขนส่งว่า รถไปเชียงรายออกกี่โมง คนที่ขนส่งตอบว่า 09.00 น.พวกเราต้องพักค้างคืนอยู่ที่โรงแรมสุขเกษม เช่าห้อง 1 ห้องราคา 220 บาท อยู่กัน 6 คน คืนนั้น พวกเราคุยถึงเรื่องไปเรียนที่คณะชาติพันธุ์ และมีเพื่อน 2 คนที่โทรไปถามเรื่อง ค่าใช้จ่าย และตัดสินใจไม่เรียนมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายแล้ว
แปดโมงเช้า วัน ที่ 4 พฤษภาคม 2549 พวกเราสี่คน ผู้หญิงสาม ผู้ชายหนึ่ง คือ อ้อย นัย ฝน กวาง ออกไปรอรถที่ขนส่ง เราเดินทางจากน่าน ตั้งแต่เก้าโมง ถึงเชียงรายก็สี่โมงเย็นแล้ว ไม่มีคนรู้จักสักคนเลย พอดีเดินไปแล้วถามพี่คนหนึ่งว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายไปทางไหน เขาตอบว่า เดี๋ยวต่อรถราชภัฏไปนะ พวกเราก็ต่อรถไปกับพี่ แต่เราไม่มีที่พัก พี่เขาก็บอกให้เราพักกับเขาด้วย แต่เรายังมีเพื่อนผู้ชายตามมาทีหลังอีก
เวลาประมาณตี 2-3 เพื่อนผู้ชายสองคน คือ ต๋อง พงศ์ โทรมาบอกว่า ถึงเชียงรายแล้ว ข้าพเจ้ากับอ้อยก็ออกไปรับ และลุงยามหน้ามหาวิทยาลัยช่วยหาที่พักให้เขาทั้งสอง พอรุ่งเช้า พวกเราก็ไปหาอาจารย์สมบัติเพื่อขอคุยด้วย แต่พี่ที่เป็นเจ้าหน้าที่บอกว่า อาจารย์สมบัติไม่ว่าง ติดสอน และแนะนำให้พวกเราไปลงทะเบียน ซึ่งพวกเราต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกคนละ 1,800 บาท วันนั้น อ้อยกับฝน ไม่ได้จ่ายเงินเพราะไม่ได้เตรียมเงินมา
จากนั้น ข้าพเจ้ากับเพื่อนๆ ก็ลงไปทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพ ผู้หญิงอย่างเราได้เงินวันละ 140 บาท พวกผู้ชายได้ 190 บาท บางวันเราก็ทำโอที ช่วงนั้นฝนตกด้วย ข้าพเจ้าได้เงินจากการทำงานก่อสร้างประมาณ 3,000 บาท
วัน ที่ 27 พฤษภาคม 2549 ข้าพเจ้ากับ ฝน นุช จุง แต๋ว เดินทางจากน่านไปถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เพื่อรายงานตัวเข้าหอพักภายในมหาวิทยาลัย จากนั้นได้พบกับรอด (นายรอด อาจารย์) จึงชวนกันไปขอเข้าพบอาจารย์สมบัติอีกครั้ง เพื่อถามเรื่องที่อาจารย์เคยพูดไว้ อาจารย์ตอบว่า คนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนให้กลับไปเอาเงินที่บ้านมาลงทะเบียน หลังจากคุยกับอาจารย์สมบัติเสร็จ พวกเรารู้สึกสับสนมาก เพราะไม่เป็นไปตามที่อาจารย์สมบัติเคยพูดไว้ และไม่มีใครมาดูแลเลย นอกจากพี่นาแล (เจ้าหน้าที่สถาบันชาติพันธุ์)
ผ่านไปสามวัน (30 พฤษภาคม 2549) เงินที่พวกเราเตรียมมาเริ่มหมด ข้าพเจ้ากับเพื่อนคุยกันและตัดสินใจย้ายกลับไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาเขต
ทุ่งสีทอง จังหวัดน่าน
ไม่กี่วันต่อมา (2 มิถุนายน 2549) เพื่อนข้าพเจ้าบอกว่า อาจารย์สมบัติให้พี่นาแล โทรมาหาและอาจารย์จะขับรถมารับพวกเราเด็กน่านกลับไปเรียนที่ชาติพันธุ์ภายในวันนี้ ข้าพเจ้าแปลกใจมากที่อาจารย์ให้ความสนใจกับพวกเรามากอย่างนี้ แต่ตอนนั้นข้าพเจ้าก็ไม่อยากไปเรียนที่ชาติพันธุ์แล้ว
คืนนั้น ตั้งแต่สองทุ่มสี่สิบห้าถึงสี่ทุ่มกว่า อาจารย์คุยกับพ่อแม่เพื่อชักจูงให้ข้าพเจ้าไปเรียน อาจารย์ว่า จะมีทุนให้ เมื่อได้ทุนแล้วอาจารย์จะให้พ่อแม่ใส่ชุดลัวะมารับทุนการศึกษากับข้าพเจ้าด้วย อาจารย์จะมีที่พัก ถ้าเป็นลัวะจะสร้างบ้านลัวะให้อยู่ พวกเราจะมีโอกาสได้ไปเรียนต่างประเทศ มีงานทำแน่นอน ได้เป็นฑูต ได้ทำงานในกระทรวงการต่างประเทศ ถ้าข้าพเจ้าไปเรียนทุกอย่างฟรีหมด แม้แต่สมุดดินสอก็จะแจกให้ฟรี เอาแค่หัวใจไปเรียนก็พอแล้ว
พ่อแม่ของข้าพเจ้าเป็นคนยากจน เมื่อได้ยินคนที่เป็นอาจารย์พูดเช่นนั้นก็เชื่อว่า อาจารย์จะทำตามที่พูดทุกอย่าง...พอข้าพเจ้ากลับมาเรียนจริงๆ มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย ทั้งค่าเทอม ค่าหอพัก และค่าครองชีพที่อาจารย์สมบัติเคยสัญญาไว้ไม่เป็นไปตามที่อาจารย์พูดเลย อาจารย์ไม่เคยมาดูแล ไม่เคยมาสนใจพวกเราอีกเลย ปล่อยให้พวกพี่ๆ และอาจารย์คนอื่นเข้ามารับภาระ อาจารย์สมบัติทำอย่างนี้ก็เท่ากับผลักดันให้เราไปกู้เงินทั้งๆ ที่เราไม่เต็มใจที่จะกู้เลย เกือบทุกคนในชั้นกู้เงินจนเป็นหนี้กันหมด
ทำไม อาจารย์ต้องหลอกพวกหนูด้วย

เบญจพร หอมดอก
ลูกศิษย์รุ่น 1 ของอาจารย์ค่ะ

คนข้าง ๆ

คุณสันติภาพสร้างชาติ คุณช่วยเบิกตาดูหนังสือพิมพ์คมชัดลึก หน้า 2 ของวันที่ 12 ก.พ และ คุณเบิกตาดูบทความในกรุงเทพธุรกิจหน้า 10 วันที่ 8 ก.พ.หรือยัง ทำไมไม่ตามข่าวเลย ไปแอบอยู่ที่ไหนมาจ้ะ อย่ากล่าวหาแบบลอย ๆ เขามีหลักฐานในหนังสือทั้งระดับชาติด้วยจะบอกให้

นอสตราดามุส

เรื่องใหญ่ เรื่องเล็ก เรื่องจะมีผลต่อสังคมหรือไม่ อีกไม่นานคุณสันติภาพสร้างชาติจะรู้....

เราขอทำนายว่า ความนิ่งเฉยของผู้บริหารที่ไม่ยอมตั้งคณะกรรมการสอบสวน และไม่ยอมลงโทษคนผิด ด้วยคติ "นิ่งเสียตำลึงทอง" อีกไม่นานหรอก ลูกตำลึงที่กำลังเน่าใน มีหนอนยั้วเยี้ย มันจะกลายเป็น....

เราขอทำนายว่า เมื่อตำลึงเน่าจะถึงที่สุด กลิ่นอันไม่น่าพิสมัยจะพวยพุ่ง ฟุ้งจนกลิ่นติดอยู่กับตัวอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงรายทั้งมวล กลิ่งอันไม่พึงปรารถนานี้จะมีผลทำให้ผู้คนในสังคมต้อง "ล้างบ้าน" ครั้งใหญ่ เพื่อให้ความสดชื่นกลับคืนมาอีกครั้ง แต่...มันก็ต้องใช้เวลากันบ้าง

ส่วนจะล้างด้วยน้ำยายี่ห้อไหน ซันไลต์ เป็ด วิกซอล ... เรื่องนี้แล้วแต่สะดวกละกัน

สาวบางกอก

เห็นด้วยกับข้อเสนอเรื่องการหาที่เรียนใหม่ให้น้องๆมากๆเลยค่ะ เพราะเกิดเหตุแบบนี้ ยังไงๆน้องๆคงกลับไปเรียนที่เก่าไม่ได้

เรื่องนี้ จะว่าใหญ่ก็ไม่ใช่ จะว่าเล็กก็ไม่เชิง แต่ที่แน่ๆ ถ้าปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ จริยธรรมและศีลธรรมในสังคมต้องถึงกาลเสื่อมแน่นอน

เพราะฉะนั้น ผู้บริหารมหาวิทยาลัยและผู้บริหารประเทศ โดยเฉพาะท่านนายกฯสุรยุทธ ผู้ต้องการส่งเสริมเรื่องศีลธรรมอันดี ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้นะคะ

ขอร่วมเรียกร้องด้วยอีกคนหนึ่งค่ะ