งานวิจัยเสนอรัฐบาลทรัมป์ให้ความสำคัญฮ่องกงพ้นอิทธิพลจีน

นักวิชาการในสหรัฐอเมริกาเสนองานวิจัยเรียกร้องให้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ใส่ใจต่อกรณีที่จีนแผ่นดินใหญ่พยายามคุกคามเสรีภาพและอธิปไตยของฮ่องกง ซึ่งมีผลทำให้ฮ่องกงขาดความแน่นอนต่อการเป็นศูนย์กลางการเงินนานาชาติ ในขณะที่ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ส่งจดหมายหวังสัมพันธ์สร้างสรรค์กับจีน ในขณะที่ก่อนหน้านี้ทรัมป์เป็นผู้แสดงออกต่อต้านจีนในหลายกรณี

แฟ้มภาพโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงหาเสียงระหว่างลงชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันที่รัฐแอริโซนาเมื่อเดือนมีนาคม 2016 (ที่มา: Wikipedia)

SCMP ของฮ่องกง รายงานว่างานวิจัยของนักวิชาการในสหรัฐอเมริกาผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีน มีข้อเสนอให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำงานร่วมกับอังกฤษเพื่อทำให้แน่ใจว่าทางการจีนแผ่นดินใหญ่จะเคารพในอธิปไตยของฮ่องกง นักวิชาการเหล่านี้เรียกร้องผ่านรายงานข้อเสนอเชิงนโยบายที่ว่ารัฐบาลสหรัฐควรให้ความสนใจต่อการที่จีนพยายามรุกล้ำการปกครองตนเองของฮ่องกง

นักวิชาการจากเอเชียโซไซตีและมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ทำการวิจัย 18 เดือน จนกระทั่งได้มาเป็นรายงานเกี่ยวกับอธิปไตยของฮ่องกงโดยในรายงานระบุถึงความคับข้องใจของฮ่องกง 8 ประการที่มีต่อจีน ทั้งประเด็นเกี่ยวกับการหายตัวไปของคนขายหนังสือในฮ่องกงไปจนถึงการเซนเซอร์สื่อและการสั่งแบนสมาชิกสภานิติบัญญัติที่เพิ่งชนะการเลือกตั้ง และเรียกร้องให้สหรัฐฯ อย่างละเลยประเด็นของฮ่องกงและพันธกิจต่อเอเชีย

รายงานยังระบุอีกว่าประเด็นความคับข้องใจเล่านี้มีทำให้ฮ่องกงอยู่ในสภาพขาดความแน่นอนต่อการเป็นศูนย์กลางการเงินนานาชาติ และการที่จีนแทรกแซงฮ่องกงอาจจะทำให้มีการประท้วงเกิดขึ้นในเมืองของฮ่องกงอีก สหรัฐจึงควรเน้นย้ำให้มีการเห็นความสำคัญของกฎหมายพื้นฐานและปฏิญญาร่วมจีน-อังกฤษ (Sino-British Joint Declaration) ที่การันตีอำนาจในการปกครองตนเองของฮ่องกงภายใต้ "หนึ่งประเทศ สองระบบ"

รายงานของนักวิชาการในสหรัฐเสนอให้รัฐสภาสหรัฐดำเนินการออกรายงานระจำปีเกี่ยวกับพัฒนาการทางการเมืองในฮ่องกงและความสัมพันธ์ระหว่างฮ่องกงกับจีนที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยที่ในปี 2558 สภาคองเกรสของสหรัฐกลับมาออกรายงานประจำปีเกี่ยวกับฮ่องกง หลังจากที่ยกเลิกการรายงานเกี่ยวกับฮ่องกงไป 10 ปี หลังจากที่สภานิติบัญญัติฮ่องกงลงมติไม่ยอมรับการปฏิรูปการเลือกตั้งตามข้อเสนอของกลุ่มผู้ประท้วงสนับสนุนประชาธิปไตยที่ต้องการให้มีระบบการเลือกตั้งเป็นสากลมากขึ้น

มาร์โก รูบิโอ นักการเมืองพรรครีพับลิกันผู้ร่วมเป็นประธานคณะกรรมการสหรัฐในประเด็นเกี่ยวกับจีนเคยกล่าวไว้เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาว่าเขาจะนำเสนอกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกงอีกครั้ง ซึ่งเคยมีการเสนอกฎหมายนี้หลังจากเกิดกรณีการหายตัวไปของคนขายหนังสือของคอสเวย์เบย์ 5 คน ในปี 2558 ที่ต่อมาคนขายหนังสือเหล่านี้ปรากฏตัวภายใต้การคุมขังของทางการจีนแผ่นดินใหญ่ โดยมีการเรียกร้องให้มีมาตรการลงโทษเจ้าหน้าที่ทั้งในฮ่องกงและจีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลิดรอนเสรีภาพของฮ่องกง

อย่างไรก็ตามทางการจีนเคยเรียกร้องให้ต่างชาติไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการฮ่องกง นอกจากนี้นักวิชาการจากสมาคมาวจีนแห่งฮ่องกงและมาเก๊าที่เป็นกลุ่มนักคิดเอียงข้างรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่บอกว่าเขาไม่แปลกใจต่อท่าทีของนักวิชาการในสหรัฐฯ ที่วิจารณ์การปฏิบัติของจีนต่อฮ่องกงมากขึ้นแต่ก้เตือนว่าถ้าหากสหรัฐฯ มีมาตรการใดๆ กับจีนในประเด็นนี้ ทางการจีนก็อาจจะมีมาตรการเพื่อแก้แค้น หรือถ้าหากสหรัฐให้การสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลจีนในฮ่องกง จีนก็อาจจะจำเป็นต้องบีบคั้นฮ่องกงมากขึ้น

ขณะที่ท่าทีของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อจีนดูจะยังคาดเดาไม่ได้ จากที่เคยมีการบาดหมางกันกรณีที่ทรัมป์โทรศัพท์ถึงประธานาธิบดีไต้หวันหลังได้รับตำแหน่งไม่นานจนทำให้จีนไม่พอใจ จากที่จีนมีนโยบายต้องการแสดงออกว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยที่ล่าสุดทรัมป์ได้ส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนเพื่อแสดงการขอบคุณที่จีนส่งสารแสดงความยินดีในการเข้ารับตำแหน่งของเขาเมื่อเดือนมกราคม โดยระบุในจดหมายว่าหวังจะให้เกิดความสัมพันธ์ "ในทางสร้างสรรค์" กับจีน

โดยที่บีบีซีระบุว่าท่าทีในเชิงไกล่เกลี่ยทางการทูตนี้ดูขัดกับการใช้โวหารต่อต้านจีนของทรัมป์ทั้งช่วงเลือกตั้งและหลังชนะการเลือกตั้ง ทั้งการวิจารณ์นโยบายอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราของจีน เรื่องปฏิบัติการในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ และตั้งคำถามกับนโยบาย "จีนเดียว" ที่จีนต้องการแสดงออกว่าไต้หวันและฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของจีน

เรียบเรียงจาก

Trump urged to push Beijing on Hong Kong’s autonomy, South China Morning Post, 08-02-2017

Trump breaks ice with China in letter to Xi, BBC, 09-02-2017

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/2014–15_Hong_Kong_electoral_reform