'หมอสุรเชษฐ์' ลาออกจาก กสม. ชี้บรรยากาศไม่เอื้อ 'อังคณา' ส่อถอดใจตาม

นพ.สุรเชษฐ์ ยันลาออกจาก กสม. จริง เหตุบรรยากาศไม่เอื้อต่อการทำงาน ระบุ "จำเป็นต้องฮาราคีรีตัวเองเพื่อให้องค์กรรู้ตัว" แนะสื่อไปสืบเสาะหาจากคนภายใน กสม. ด้าน 'อังคณา' รับบรรยากาศไม่เอื้อจริง หลายคนอึดอัด ส่อถอดใจลาออกตาม

 

นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย

7 เม.ย. 2560 จากรณีกระแสข่าว นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมการสิทธิฯ แล้วนั้น เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา มติชนออนไลน์ รายงานว่า นพ.สุรเชษฐ์ ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมการสิทธิฯ จริง 

เมื่อถามว่า หนังสือลาออกระบุเหตุผลว่าบรรยากาศไม่เอื้อต่อการทำงาน หมายถึงอะไร นพ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า รอให้ฝุ่นมันหายจางสักนิด ตนพูดคนเดียวก็ไม่ดี ขอให้สื่อไปสืบเสาะหาจากคนภายในกรรมการสิทธิฯ อย่าให้ออกจากปากของตนเลย “เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าผมจะออกจากบ้านแล้วมาเผาบ้านตัวเองมันจะไม่ดี ขอให้ไปถามจากคนภายในแล้วกัน”

ต่อกรณีคำถามว่ามีปัญหาจนทำให้ไม่สามารถทำงานร่วมกันต่อไปได้นั้น นพ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า บรรยากาศมันขับเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ได้ ที่ผ่านมาก็พยายามปรับเปลี่ยนการทำงานภายในเพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ แต่มันก็มีเรื่องอื่นๆ อีกเยอะ

“ผมก็เลยจำเป็นต้องฮาราคีรีตัวเองเพื่อให้องค์กรรู้ตัวบ้าง ซึ่งก็หวังว่าการลาออกของผมจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะการเปลี่ยนแปลงจากภายในสำคัญที่สุด องค์กรต้องเข้มแข็ง ต้องเดินหน้าเพราะองค์กรนี้เป็นประโยชน์กับสังคม ตัวบุคคลมาแล้วมันก็ต้องไป ตัวกรรมการสิทธิฯ มาแล้วก็ต้องไป” นพ.สุรเชษฐ์ กล่าว

อังคณา เผยคิดว่าจะลาออกก่อน หมอสุรเชษฐ์ด้วยซ้ำ 

ขณะที่ ไทยโพสต์ รายงานบทสัมภาษณ์ของ อังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  ถึง นพ.สุรเชษฐ์ ขอลาออกจากกสม.ด้วย อังคณา กล่าวว่า ว่าบรรยากาศการทำงานมันอึดอัด และไม่สร้างสรรค์ โดยส่วนตัวก็รู้เป็นแบบนี้และเป็นเยอะด้วย เพราะมติการออกเสียงไม่เป็นมติ

"ยอมรับตลอดมาว่าแม้บางครั้งเป็นเสียงข้างน้อยในกสม. ก็ยอมรับและเคารพมติที่ประชุมมาโดยตลอด แม้ว่าจะไม่พอใจกับหลายๆ เรื่อง ก็ยอมรับมติที่ประชุม แต่พอเราเป็นเสียงข้างมาก ฝ่ายเสียงข้างน้อยกลับไม่ยอมรับมติที่ประชุม และมีหลายอย่างที่ทำให้งานเดินหน้าต่อไปไม่ได้เลย ดังนั้นพอทำอะไรไม่ถูกต้องก็รู้สึกอึดอัด คิดว่า นพ.สุรเชษฐ์เขาก็คงอึดอัดเหมือนกัน" อังคณา กล่าว

อังคณาบอกว่า คิดว่าจะลาออกก่อน นพ.สุรเชษฐ์ด้วยซ้ำไป ตนเบื่อ ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ คือถ้าให้ทำงานกินเงินเดือนไปเดือนต่อเดือนเราก็อยู่ได้ แต่เราจะทนอยู่ได้ยังไง เพราะมันกินเงินภาษีประชาชนเดือนละเกือบแสน และตอนนี้ชาวบ้านก็เดือดร้อนจะตาย เราอยู่แล้วทำอะไรไม่ได้จะอยู่ต่อไปทำไม เพราะตนเองก็เคยเป็นชาวบ้าน ทำงานตรวจสอบรัฐมาก่อน ถ้าอยู่แล้วทำงานตามอำนาจหน้าที่ได้ก็อยากจะอยู่ เพราะเป็นคนอาสามาทำหน้าที่ กสม.เอง ไม่มีใครบังคับ แต่มาทำงานแล้วมันไม่สามารถทำอะไรได้ เราก็ต้องทบทวนตัวเอง เพราะอยู่ไปกินเงินภาษีชาวบ้านก็อายเขาอีก

"บอกตรงๆ ปัญหาตอนนี้หลังเจอปัญหาเรื่องการจำกัดเรื่องสิทธิเสรีภาพ ซึ่งในการทำงานเรื่องนี้ก็ไม่ง่ายอยู่แล้ว ยังมาเจอปัญหาภายในอีก ที่มันทำให้ทำงานยาก ถ้าทุกคนเชื่อมั่นในประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนคิดว่ามันไปได้ แต่พอมาเจออะไรแบบนี้ก็ท้อ ยังมีกสม.บางคนที่รู้สึกไม่ไหว แต่บางคนก็ยังเชื่อมั่นว่าถ้าอยู่ได้ก็ถือว่าดีแล้ว" อังคณา กล่าว